นี่คือ คลิปลีลาการอ่านข่าวแบบไร้สำนึก.... ของ "ไก่ ภาษิต" กับ "ตูน ปรินดา" เมื่อราคาน้ำมันต้องเพิ่มสูงขึ้นจากภาวะสงคราม ที่ทุกคนทั่วโลก และทุกประเทศกำลังเผชิญ...
คลิปผู้ประกาศข่าว 2 คน กำหมัด ยิ้ม ลุ้น สะใจ หรือจะความรู้สึกอะไรก็แล้ว ....
แล้วก็มีเสียงพูด....
“อีก 3 บ. 50 รวยไม่ไหวแล้วโว้ย!!!”
อาจถูกมองว่าเป็นแค่ “สีสันรายการ”
แต่ถ้าหยุดคิด และพิจารณา ให้นานกว่านี้อีกสักนิด
นี่ มันไม่ใช่เรื่องขำเลยครับ
เพราะนี่ไม่ใช่ข่าวธรรมดา นี่คือ “ข่าวน้ำมันกำลังจะปรับราคาขึ้น”
จากวิกฤติสงคราม ที่ทุกๆคนไทย และทุกๆประเทศในโลกนี้ กำลังเผชิญอยู่
และคำว่า “อีก 3 บาท 50” ในภาษาของข่าวเศรษฐกิจ
มันหมายถึง ภาระที่กำลังจะถูกโยนไปให้คนทั้งประเทศ
- คนทำงานต้องจ่ายเพิ่ม
- คนค้าขายต้องแบกรับต้นทุน
- คนตัวเล็กต้องปรับตัว
แต่สิ่งที่คนเห็น จากการถ่ายทอดออกมา
กลับเป็น “ความสนุก”
คำถาม จึงไม่ใช่ว่า ผู้ประกาศ “ยิ้มได้ไหม”
แต่คือ
ทำไมเขาถึงยิ้มกับเรื่องแบบนี้ได้ ??
นี่ไม่ใช่การเผลอหลุดเล็กๆ ครับ ...
แต่มันคือ “ท่าทีที่สะท้อนความคิดข้างใน”
และสิ่งที่มันสะท้อนออกมา คือ
ความไม่สอดคล้องระหว่างบทบาทหน้าที่ กับความรู้สึกส่วนตัว
สื่อมีสิทธิ์คิด… ได้ครับ .... แต่ไม่มีสิทธิ์ “เล่น”
สื่อจะมีมุมมองทางการเมือง แบบไหนก็ได้ .... จะตั้งคำถามกับรัฐบาลก็ได้
จะวิจารณ์ก็ได้เต็มที่ ....
แต่สิ่งที่สื่อ “ไม่มีสิทธิ์” ทำ คือ
เปลี่ยนข่าวให้กลายเป็นเวทีระบายอารมณ์ของตัวเอง
เพราะทันทีที่คุณ
- แซะ
- ประชด
- หรือแสดงความสะใจ
คุณกำลัง “มีส่วนร่วมในเกม” การเมือง ....
ปัญหาที่ลึกกว่านั้น คือ “ความเคยชิน” และ
สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่คลิปนี้คลิปเดียว ....
แต่มันคือ การที่พฤติกรรมแบบนี้ เริ่มถูกมองว่า “ปกติ”
วันนี้ .... อาจเป็นข่าวน้ำมัน พรุ่งนี้อาจเป็นข่าวการเมือง
วันต่อไป....อาจเป็นข่าวที่กระทบชีวิตคนมากกว่านี้อีก
แล้วถ้าทุกอย่าง ถูกเล่าด้วยอารมณ์ ที่ไร้สติ และปัญญา ... แบบนี้ ?
สังคมจะเหลือพื้นที่ให้ คำว่า “เหตุผล” มากน้อยแค่ไหน ?
หรือสุดท้าย… เราก็แค่ได้ "สื่อ" แบบที่เราต้องจำใจยอมรับ ...
ต้องยอมรับความจริงอีกข้อหนึ่งว่า สื่อ มันสะท้อน “คนดู” ด้วย
ถ้าคลิปแบบนี้ถูกแชร์ไป....
- ถูกหัวเราะ
- ถูกมองว่าเอ็นดู
มันก็จะถูกผลิตซ้ำๆๆๆๆ
เพราะในโลกของสื่อ สิ่งที่ “คนดูรับได้”
จะค่อยๆ กลายเป็น “มาตรฐานใหม่”
น่าขนลุกนะครับ .....
สรุปแบบไม่อ้อมเลยนะ.....
พฤติกรรมในคลิป นี้ ถ้าวัดด้วยมาตรฐานวิชาชีพสื่อ
มันไม่ใช่แค่ไม่เหมาะสม แต่มันกำลังบิดบทบาทของตัวเอง
จาก “ผู้ให้ข้อมูล” กลายเป็น “ผู้สร้างอารมณ์”
และในข่าวที่กระทบคนทั้งประเทศ นั่นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย ....
ขอปิดท้าย บทความนี้ .... อีกสักนิด
ในวันที่ข้อมูลล้น สิ่งที่สังคมต้องการมากที่สุด ไม่ใช่ “คนเล่าที่สนุก”
แต่คือ “คนเล่าที่รับผิดชอบ”
ในเวลาที่โลกวิกฤติเช่นนี้ .... คนในประเทศ.... ควรต้องสามัคคีกัน ....
- ถ้าคิดได้… ให้ช่วยคิด
- ถ้าคิดไม่ได้… ให้ช่วยทำ
- ถ้าทำไม่ได้… ให้ความร่วมมือ
- ถ้าร่วมมือไม่ได้… ให้กำลังใจ
- แม้ให้กำลังใจไม่ได้… ให้สงบนิ่ง
(อย่าเอาตีนราน้ำ)
ยังมีค่ามากกว่า “ความสะใจที่ไม่ถูกที่ถูกเวลา”
มีเรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ



