ประเพณีเหล่านี้ มักจัดขึ้นช่วง โคะโชะกัตสึ (小正月) หรือ "ปีใหม่น้อย" ราววันที่ 15 มกราคม ของทุกปี .. ซึ่งเป็นเวลาเผาสิ่งประดับปีใหม่ เช่น คะโดะมะสึ (門松) คือ ต้นสนและไม้ไผ่ที่วางหน้าบ้าน เชื่อว่าเป็นที่สถิตของเทพเจ้าปีใหม่ และ ชิเมะนะวะ (注連縄) เชือกฟางข้าวศักดิ์สิทธิ์แขวนหน้าประตู เพื่อส่งเทพเจ้าโทะชิงะมิกลับสู่ภูเขา และยังเป็นโอกาสฉลองคู่แต่งงานใหม่ในหมู่บ้านด้วย
มาทำความรู้จักกับ 3 เทศกาลสุดน่ารักกันเลย
1. การโยนเจ้าบ่าวลงเขา 🏔️ มุโกะนาเงะ (婿投げ)
เกิดขึ้นในจังหวัดนีงาตะ ฟังดูน่ากลัว แต่จริงๆ แล้วน่ารักมากๆ ครับ
1. การโยนเจ้าบ่าวลงเขา 🏔️ มุโกะนาเงะ (婿投げ)
เกิดขึ้นในจังหวัดนีงาตะ ฟังดูน่ากลัว แต่จริงๆ แล้วน่ารักมากๆ ครับ
เป็นประเพณีของเมืองโทะกะมาชิ จังหวัดนีงาตะ ดินแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องหิมะตกหนักที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น
มีเรื่องเล่าต่อๆ กันว่า ประเพณีนี้ เริ่มมาหลายร้อยปีแล้ว เมื่อชายจากหมู่บ้านข้างเคียงมาขอสาวในหมู่บ้านเป็นภรรยา ชาวบ้านที่ไม่พอใจที่ "คนนอก" มาพาลูกสาวไป จึงพาตัวเจ้าบ่าวออกมาโยนลงในกองหิมะ....
ทุกวันนี้ ประเพณีนี้ยังคงอยู่ โดยในช่วงบ่าย ของวันที่ 15 มกราคม เจ้าบ่าวในชุด กิโมโน ( มงสึกิ ฮาโอริ ฮากามะ Montsuki Haori Hakama ) จะถูกอุ้มขึ้นบ่า พาขึ้นไปยังศาลเจ้าบนยอดเนินที่ปกคลุมด้วยหิมะ หลังจากดื่มสาเกศักดิ์สิทธิ์แล้ว เขาก็จะถูกโยนลงเนินหิมะสูง 5 เมตร และกลิ้งลงมาจนถึงด้านล่าง ที่นั่นเจ้าสาวรอกอดอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะของชาวบ้าน
หลังจากนั้น จะมีพิธี ไซโนะกะมิ คือการเผาเครื่องประดับปีใหม่ พอไฟมอดลง ชาวบ้านก็จะเอาเถ้าผสมหิมะทำเป็นโคลนดำ แล้ววิ่งไล่ทาหน้ากันทั่ว พร้อมตะโกน "โอเมะเดะโตะ!" ( แปลว่า ยินดีด้วย) กันอย่างสนุกสนาน เถ้าดำนั้น เชื่อกันว่า มีเทพสถิตอยู่ ช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และนำพาสุขภาพดี
หลังจากนั้น จะมีพิธี ไซโนะกะมิ คือการเผาเครื่องประดับปีใหม่ พอไฟมอดลง ชาวบ้านก็จะเอาเถ้าผสมหิมะทำเป็นโคลนดำ แล้ววิ่งไล่ทาหน้ากันทั่ว พร้อมตะโกน "โอเมะเดะโตะ!" ( แปลว่า ยินดีด้วย) กันอย่างสนุกสนาน เถ้าดำนั้น เชื่อกันว่า มีเทพสถิตอยู่ ช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และนำพาสุขภาพดี
2. บีบเจ้าบ่าวในน้ำเย็นจัด 💦 มุโกะโอะชิ (婿押し)
เกิดขึ้น ในจังหวัดฟุกุโอกะ
เมืองคาสุงะ ใกล้กับฟุกุโอกะ มีเทศกาล มุโกะโอะชิ แปลว่า "การบีบสามี" ที่ศาลเจ้าคาสุงะ
คืนวันที่ 14 มกราคม เริ่มด้วยการเผาเครื่องประดับปีใหม่ จากนั้นคู่บ่าวสาวจะมาแนะนำตัวต่อชาวบ้านในศาลา เจ้าบ่าวในชุดฮากะมะกล่าวคำขอบคุณ ส่วนเจ้าสาวในกิโมโนงามถือ โนะชิ (สัญลักษณ์มงคลแห่งอายุยืน) มาเสิร์ฟสาเกแก่แขกทุกคน
จากนั้นคือไฮไลต์ และทีเด็ด.... ชายหนุ่มในชุดผ้าเตี่ยว รวมถึงเจ้าบ่าวที่ถอดเสื้อผ้าออกจนเหลือแค่ผ้าเตี่ยว ต่างลงไปแช่ในบ่อน้ำเย็นจัด แล้วช่วยกันทุบถังสาเกให้แตก ใครได้ชิ้นส่วนถังกลับไปถือเป็นของขลัง!
3. เด็กๆ มาอวยพรเจ้าสาว 🥁 โอะกะตะบุชิ (おかたぶち)
ในจังหวัดนะงะโนะ เทศกาลสุดท้ายนี้ อ่อนโยน และน่ารักที่สุดณ หมู่บ้านคาวะกะมิ จังหวัดนะงะโนะ ตั้งอยู่สูงถึง 1,185 เมตร จากระดับน้ำทะเล นับเป็นเขตการปกครองที่อยู่สูงที่สุดในญี่ปุ่น ในย่านฮะระของหมู่บ้านนี้ มีประเพณี โอะกะตะบุชิ ที่ยังสืบทอดมาจนปัจจุบัน
%20kimono%20and%20straw%20sandals.%20(%C2%A9%20Haga%20Library).jpg)
The boys are outfitted in traditional wear, including kasuri (ikat, a form of tie-dying seen across much of Asia) kimono and straw sandals. (© Haga Library)
เมื่อเด็กๆ มาถึง คนหนึ่งตีกลอง ส่วนคนอื่นๆ เดินวนรอบผู้หญิงสองคน พร้อมโบกไม้ โกะเฮอิ (ไม้ประดับกระดาษศักดิ์สิทธิ์) อวยพรให้ครอบครัวแข็งแรงและมีลูกหลานมากมาย แล้วยังมีพิธีเล็กๆ ที่ใช้ไม้โกะเฮอิปัดกระดาษ คะคิโซะเมะ (อักษรมงคลที่เขียนในปีใหม่) อีกด้วย
พอพิธีจบ เด็กๆ ก็ได้ร่วมทานอาหารฉลอง ขณะที่เพื่อนบ้านแวะมาอวยพร และล้อเลียนเจ้าสาวเบาๆ อย่างรักใคร่
ทั้งสามเทศกาลนี้ มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งวิธีการ บรรยากาศ และพื้นที่ แต่มีหัวใจเดียวกันคือ การต้อนรับคู่บ่าวสาวให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ครับ
ในยุคที่คนแต่งงานน้อยลง และจำนวนประชากรลดลง ประเพณีเหล่านี้ ยิ่งมีคุณค่า เพราะมันไม่ใช่แค่พิธีกรรม แต่คือสายใยที่ผูกผู้คนและชุมชนไว้ด้วยกัน
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)


