ในอดีต “การมีรัชทายาท” คือหนึ่งในภารกิจสำคัญที่สุดของจักรพรรดิจีน เพราะการมีโอรสเพศชายหมายถึงความมั่นคงของราชวงศ์ และความต่อเนื่องของอำนาจการปกครอง
ในหน้าประวัติศาสตร์จีน อันยาวนาน ภารกิจหลักขององค์จักรพรรดิ หาใช่เพียงการปกครองแผ่นดินให้สงบสุขเท่านั้น หากแต่การสืบทอดสายเลือดมังกร เพื่อความมั่นคงของราชวงศ์ ถือเป็นหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ ที่ไม่อาจละเลยได้ ด้วยเหตุนี้เอง
"ระบบนางสนม" จึงถูกตราขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการให้กำเนิดพระราชโอรสผู้สืบบัลลังก์....
ทว่า เบื้องหลังภาพลักษณ์ อันวิจิตรตระการตาในวังหลัง กลับเต็มไปด้วย ระเบียบจารีต ที่เข้มงวด จนดูเหมือนจะลดทอน ความเป็นมนุษย์ลงไปอย่างน่าใจหาย
ความเข้มงวดนี้ เริ่มต้นตั้งแต่ การจัดลำดับชั้น ที่ชัดเจน
เหล่าสตรีที่ก้าวเท้าเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นใน จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับใหญ่ คือ
1. องค์จักรพรรดินี หรือ "ฮองเฮา" ทรงเป็นแม่แห่งพระราชวัง ผู้สง่างาม เป็นรองเพียงแค่องค์จักรพรรดิ และพระราชชนนีเท่านั้น
2. ถัดมา คือ เหล่า พระมเหสีหรือ "เฟย" ผู้มีชาติตระกูลสูงส่ง
3. และสุดท้ายคือกลุ่ม "นางสนม" ที่มีจำนวนมากที่สุด ซึ่งผ่านการคัดเลือกมาจากหญิงสาวสามัญชน นับพันที่ต้องผ่านการคัดกรองอย่างละเอียด โดยเหล่าขันที จนเหลือเพียงไม่กี่สิบคน ที่ได้รับเกียรติให้พำนักในตำหนักชั้นใน
เมื่อราชวงศ์ชิงก้าวขึ้นสู่อำนาจ
พวกเขาได้รับเอาขนบธรรมเนียมจากราชวงศ์หมิงมาปรับใช้ อย่างละเมียดละไม ทว่า ความพิถีพิถันนั้น กลับแฝงไปด้วยความเย็นชา โดยเฉพาะในขั้นตอนการถวายตัว ที่คนรุ่นหลังขนานนามว่า "ฟ่านเหรินซิ่ง" หรือการกระทำที่ขัดต่อธรรมชาติของมนุษย์ ....
ทุกเย็นก่อนมื้อค่ำ ภารกิจขององค์จักรพรรดิ คือ การทอดพระเนตรป้ายชื่อไม้บนถาด ที่ขันทีนำมาถวายให้ทรงเลือก .... หากทรงเลือกป้ายชื่อของนางสนมคนใด ขันทีจะเริ่มเตรียมการทันที นางสนมผู้นั้น ต้องอาบน้ำชำระกายจนหมดจด และถูกเปลื้องผ้า ออกจนเปลือยเปล่า ก่อนจะถูกพันกายด้วยผ้านวมสีแดงผืนใหญ่ และแบกเข้าสู่ห้องบรรทม ...
ขั้นตอนนี้มิใช่เพียงเรื่องของกามารมณ์ แต่คือมาตรการความปลอดภัยสูงสุด เพื่อป้องกันการซุกซ่อนอาวุธ หรือยาพิษที่อาจนำมาสู่การลอบปลงพระชนม์
แม้แต่ในยามที่อยู่บนแท่นบรรทมเสวยสุข
องค์จักรพรรดิก็มิได้มีอิสระอย่างที่ใครคิด
เพราะ "กฎแห่งบรรพชน" นั้น ศักดิ์สิทธิ์เหนือสิ่งอื่นใด ขันทีผู้ทำหน้าที่เฝ้าหน้าห้อง จะคอยสังเกตการณ์และส่งสัญญาณเมื่อครบเวลาที่กำหนด และจะดำเนินการแบกนางสนมกลับออกจากห้องในสภาพเดิมทันที การจำกัดเวลานี้ มีขึ้นเพื่อเตือนสติมิให้องค์จักรพรรดิทรงลุ่มหลงในสตรีจนเสียการราชกิจ และรักษาความห่างเหิน เพื่อมิให้นางสนมคนใดคนหนึ่ง มีอำนาจเหนือพระทัยมากเกินไป ....
ขั้นตอนนี้มิใช่เพียงเรื่องของกามารมณ์ แต่คือมาตรการความปลอดภัยสูงสุด เพื่อป้องกันการซุกซ่อนอาวุธ หรือยาพิษที่อาจนำมาสู่การลอบปลงพระชนม์
แม้แต่ในยามที่อยู่บนแท่นบรรทมเสวยสุข
องค์จักรพรรดิก็มิได้มีอิสระอย่างที่ใครคิด
เพราะ "กฎแห่งบรรพชน" นั้น ศักดิ์สิทธิ์เหนือสิ่งอื่นใด ขันทีผู้ทำหน้าที่เฝ้าหน้าห้อง จะคอยสังเกตการณ์และส่งสัญญาณเมื่อครบเวลาที่กำหนด และจะดำเนินการแบกนางสนมกลับออกจากห้องในสภาพเดิมทันที การจำกัดเวลานี้ มีขึ้นเพื่อเตือนสติมิให้องค์จักรพรรดิทรงลุ่มหลงในสตรีจนเสียการราชกิจ และรักษาความห่างเหิน เพื่อมิให้นางสนมคนใดคนหนึ่ง มีอำนาจเหนือพระทัยมากเกินไป ....
ความเด็ดขาดของจารีต ยังลามไปถึงการควบคุมการตั้งครรภ์ ?!
ในกรณีที่จักรพรรดิ ทรงมีเพศสัมพันธ์กับนางสนม ที่อาจมีเชื้อสายอื่น เช่น ชาวฮั่น หรือสตรีที่พระองค์มิได้ทรงปรารถนาให้มีทายาทด้วย หากมีพระราชดำรัสเพียงคำเดียวว่า "ไม่เก็บ" ขันทีจะทำหน้าที่กำจัดน้ำอสุจิ ออกจากร่างกายของนางสนมทันที ??!! หลังเสร็จกิจ
วิธีการเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายาม ในการรักษาบริสุทธิ์ของสายเลือดแมนจู และการคานอำนาจทางการเมือง อย่างรัดกุมที่สุด
เรื่องราวเหล่านี้ ทำให้ชีวิตในวังหลัง มิใช่เรื่องของความรักหรือความเสน่หา แต่คือฟันเฟืองหนึ่งในกลไกอำนาจที่ถูกหล่อหลอมด้วยจารีตประเพณีอันเคร่งครัดที่ดำเนินสืบต่อกันมาหลายร้อยปี
คุณอาจสนใจเรื่องราวเหล่านี้ ด้วย
Tweet



