วันพุธ, สิงหาคม 05, 2563

สงครามต่อต้าน นกกระจอก ในประเทศจีน ปี 1958

สงครามต่อต้าน นกกระจอก ในประเทศจีน ปี 1958


   Great Leap Forward 大跃进 หรือที่เรียกว่า โครงการ การก้าวกระโดดไกลไปข้างหน้า ครั้งยิ่งใหญ่ ของประเทศจีน นำโดย ท่านประธาน เหมาเจ๋อตุง ( Mao Zedong ) ระหว่างปี 1958 ถึง 1962 รณรงค์เพื่อบูรณะประเทศจากเศรษฐกิจการเกษตรเป็นสังคมคอมมิวนิสต์ ผ่านการตั้งคอมมูนประชาชน ให้เพิ่มผลผลิตเมล็ดพันธุ์เป็นทวีคูณ และขยายอุตสาหกรรมออกสู่ชนบท การควบคุมการเกษตรจากส่วนกลางในการกระจายกำลังการผลิตอุตสาหกรรมและกระจายการทำไร่ไถนาและทำสวนไปทั่วทั้งประเทศจีน ผูกขาดโดยรัฐบาลแต่เพียงผู้เดียว ในตอนนี้ สงคราม การต่อต้าน “นกกระจอก” ก็เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ ที่ชื่อว่า

สงครามต่อต้าน นกกระจอก

The Great Sparrow Campaign”


    โดยโครงการนี้ เกิดขึ้น ในช่วงปี 1958-1962 ในประเทศจีน เป็นโครงการรณรงค์การ กำจัดศัตรูพืชและโรคระบาดของสัตว์ที่มีผลกระทบต่อคนจีน โดยเฉพาะเกษตรกรทั่วประเทศ ซึ่งศัตรูตัวที่ถูกเลือกขึ้นมาเพื่อทำการกำจัด และทำสงครามนั้น ...มีทั้งหมด 4 ชนิด คือ ยุง หนู แมลงวัน และ นกกระจอก ( แหม เหมือนกับ แก๊งออฟโฟร์ หรือ แก๊ง 4 คน (四人帮) ทรชนแห่งประวัติศาสตร์จีน เลย )


     สำหรับ ยุง , หนู และแมลงวัน นั่นคือสัตว์ที่เป็นตัวพาหะนำโรคร้ายต่างๆ ท่านคงจะไม่รู้สึกแปลกใจมากนัก พอเข้าใจได้ แต่ทว่า การกำจัด นกกระจอก !! เป็นความคิดที่ไม่ดีนัก เหตุเพราะพวกนกจิกกินพืช ผลไม้ และธัญพืช นกกระจอกบ้าน จึงถูกตราว่า เป็นจำเลย การประกาศฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ กระจอก จึงเริ่มต้นขึ้น

ความคิดที่โง่เขลา ของที่ปรึกษา เหมาเจ๋อตุง


    คณะที่ปรึกษาของเหมาเจ๋อตุงได้คำนวณ และรายงานออกมาว่า นกกระจอกบ้าน 1 ตัว จะกินข้าวถึง 4.5 กิโลกรัม ในแต่ละปี และหากกำจัด (ฆ่า) นกกระจอกบ้าน ให้ได้ 1 ล้านตัว เราจะมีอาหารเพียงพอสำหรับประชากรถึง 60,000 คน

     วันที่ 13 ธันวาคม โครงการทำสงครามกำจัดนกกระจอกบ้านได้เริ่มต้นขึ้น มีการรณรงค์สร้างคำขวัญ และโฆษณาชวนเชื่อ ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียน คนงานของรัฐบาล คนงานในโรงงาน ชาวนา และกองทัพปลดแอกประชาชน ต่างตะโกนคำขวัญ  ทำสงครามกำจัดนกกระจอก”

สงครามต่อต้าน นกกระจอก

สงครามต่อต้าน นกกระจอก


     วิธีการกำจัด (ฆ่า) นกกระจอก มีหลายรูปแบบ โดยประชาชนชาวจีน บ้างถูกยิงในขณะบินบนฟ้า รังนกกระจอก ถูกทำลาย มีการวางยาพิษใส่อาหารและน้ำ มีกิจกรรมส่งเสริมให้ประชาชนเข้าร่วมให้มากที่สุด จัดให้มีการแข่งขันขึ้นมาระหว่าง  คนงานของรัฐบาลกับเด็กนักเรียน ด้วยการมอบรางวัลปให้กับ ใครก็ตามที่ส่งหางหนูจำนวนมาก ซากแมลงวัน ซากยุง และนกกระจอกบ้าน มากที่สุด กิจกรรมดังกล่าวจึงกลายเป็นกีฬาอย่างหนึ่ง ทำให้พวกเด็กนักเรียนเข้าร่วมด้วยความกระตือรือร้น 

      การทำสงครามกำจัดนกกระจอก ดำเนินไปได้ 3 ปี มีการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์เซี่ยงไฮ้ รายงานว่า นกกระจอกบ้าน 194,432 ตัว ถูกฆ่าตายภายในวันเดียว นกกระจอกราวๆ 1,000 ล้านตัวถูกกำจัด ภายใน 3 ปี ถือว่า โครงการ The Great Sparrow Campaign บรรลุเป้าหมาย ประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม แต่ทว่า ผลของการกระทำนี้ ส่งผลร้ายตามมาอย่าไม่คาดคิด มีสิ่งที่ต้องจ่าย มหาศาล เกิดผลกระทบครั้งยิ่งใหญ่


      นกกระจอก จิกกินพืช ผลไม้ และธัญพืช ก็จริง แต่ไม่มากเท่า หรือพอๆกันกับ กินแมลง ด้วยเช่นกัน นั่นก็เท่ากับว่า เมื่อนกกระจอกถูกทำลายไป สิ่งที่เพิ่มเข้ามาเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยากกว่า นั่นก็คือ “แมลง” เมื่อ แมลงไม่ได้ถูกกำจัด หรือทำให้ลดลงด้วยนกกระจอก จึงทำให้ ปริมาณของแมลงมีเพิ่มสูงขึ้น แมลง เข้าทำลายผลผลิตของชาวบ้านได้มากขึ้น โดยไม่มีอุปสรรค์ใดๆจากนกระจอก และแน่นอนเมื่อแมลงขึ้น ก็ย่อมใช้สารพิษ เพื่อฆ่าแมลงสูงขึ้น ในครานั้น ทำให้ ประชากรจีนจำนวนกว่า 20ถึง50 ล้านคน ต่างเสียชีวิตเนื่องจากความอดอยาก เป็นภัยพิบัติด้านสิ่งแวดล้อม ที่เลวมากครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก

เหมาเจ๋อตุง ประกาศยกเลิก การรณรงค์กำจัดสี่ศัตรู ในเวลาต่อมา นกกระจอกบ้านขาดแคลน เป็นอย่างมาก มีการนำเข้านกระจอก จากสหภาพโซเวียตรัสเซีย แต่การขยายพันธุ์ ก็ทำได้ไม่มากเพียงพอ



Miscellaneous

Author & Editor

บทความขนาดสั้น เบ็ดเตล็ด Miscellaneous เกร็ดความรู้ทั่วไป เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ แนะนำหนังสือ และอื่นๆ อีกมากมาย



Popular Posts

ติดตามเราบน Twitter

แนะนำหนังสือ



ร้อยเรื่องราววังต้องห้าม พลิกพระราชวังต้องห้ามให้ฟื้นคืนชีวิต !!

หนังสือ พระราชวังต้องห้าม หนังสือ "ร้อยเรื่องราววังต้องห้าม" เล่มนี้ เป็นการพลิกพระราชวังแห่งนี้ให้ฟื้นคืนชีวิต ด้วยการจำลองภาพผู้คนที่เคยมีตัวตนอยู่จริงในพระราชวังแห่งนี้ ที่ซึ่งเมื่อ 600 ปีก่อนหน้าไม่มีปุถุชนคนใดอาจเอื้อมถึง โดยเล่าสารพันเรื่องราวผ่านสิ่งก่อสร้างแต่ละแห่งในพระราชวัง ตั้งแต่ภาพกว้างของผังสถาปัตยกรรมซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 720,000 ตารางเมตร ลงลึกไปจนถึงรายละเอียดยิบย่อยของอิฐ 1 ก้อน แจกันเขียนสี 1 ใบ หรือเครื่องเรือนโบราณ 1 ชิ้น รวมทั้งแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบสถาปัตยกรรมโบราณและการใช้งานจริงในแต่ละยุคสมัย


  ซื้อหนังสือออนไลน์


ราชบัลลังก์พม่า วาระสุดท้ายแห่งระบบกษัตริย์ !!


   เรื่องราวประวัติศาสตร์พม่า สมัยพระเจ้ามินดง จนถึงวาระสุดท้ายของระบอบกษัตริย์ในสมัยพระเจ้าธีบอ อ่านแล้วทำให้เราได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของพม่า รูปแบบการปกครอง ยิ่งในบทที่บรรยายถึงความโหดร้ายของพระเจ้าธีบอและพระนางศุภยาลัต ความเหี้ยมโหดของการสังหารเชื้อพระวงศ์ด้วยกัน เพียงเพื่อต้องการบัลลังก์ 

    หนังสือ "ราชบัลลังก์พม่า วาระสุดท้ายแห่งระบบกษัตริย์" เล่มนี้ เขียนโดย ศาสตราจารย์พิเศษเสฐียร ผู้เขียนยังได้เสนอมุมมองอันหลากหลาย ผ่านการวิเคราะห์ให้เห็นถึงปัญหาของพม่าในยุคเวลานั้น โดยเฉพาะการฉายภาพเรื่องอำนาจวาสนา กิเลสตัณา และความมักใหญ่ใฝ่สูงของคนในช่วงเวลาดังกล่าว อันกลายเป็นปฐมเหตุแห่งการสูญเสียเอกราชของพม่าแก่อังกฤษ

ตอน 1 ความเบื้องต้น
ตอน 2 สร้างกรุงมัณฑะเลย์
ตอน 3 พระที่นั่ง มเหสี และเสนาบดี
ตอน 4 เจ้าชายธีบอและฝรั่งในราชสำนัก
ตอน 5 พระเจ้ามินดงกับอังกฤษ
ตอน 6 มินดงสร้างมหากุศล
ตอน 7 กบฏวังหลวง
ตอน 8 ชิงราชบัลลังก์
ตอน 9 มินดงสวรรคต, ธีบอครองราชย์
ตอน 10 การประหารครั้งยิ่งใหญ่
ฯลฯ


  ซื้อหนังสือออนไลน์

บทความพิเศษ



 
miscthailand