> ในแวบแรกที่อ่าน หลายคนอาจจะขำ หรือเฉยๆ .... หรืออาจจะช่วยกันหาคำศัพท์มาตอบ แนะนำ ให้ดูสวยหรู .... แต่สำหรับผม คำถามนี้ คือ หนึ่งในความคิดที่ "แย่ที่สุด" เท่าที่เคยอ่านกระทู้พันทิพ มา เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของมารยาททางสังคม แต่มันคือ กระจกบานใหญ่ที่สะท้อนว่า ค่านิยมการให้ค่าคนด้วยรูปลักษณ์ (Lookism) ในบ้านเรา มันหยั่งรากลึก และเน่าเฟะขนาดไหน แม้กระทั่งกับ ‘เด็ก’ ที่มีความบริสุทธิ์ที่สุด เราก็ยังไม่เว้นที่จะเอาไม้บรรทัดอันบิดเบี้ยวของผู้ใหญ่ไปทาบลงบนตัวเขา..."
บทความต่อไปนี้ ผม... ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อตัดสิน หรือพิพากษา เจ้าของกระทู้รายนั้นโดยตรงนะครับ แต่ต้องการจะยกและนำกรณีนี้ มาศึกษา มาขยายความถึง “ยาพิษทางทัศนคติ” ที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำถามที่ดูเหมือนหวังดี และตั้งคำถามว่า ... นี่เรากำลังอยู่ในสังคมแบบไหนกันนะ ? สังคมที่ความน่ารักของเด็ก ถูกจำกัดไว้แค่ในกรอบของความสวยหล่อ และค่าของมนุษย์ถูกตัดสินด้วยสายตา ตั้งแต่วันที่เขายังไม่รู้เดียงสา..." ???
ท่ามกลางยุคสมัย ที่เราเชื่อกันว่า สังคมมีความตื่นรู้ ในเรื่องสิทธิและคุณค่าความเป็นมนุษย์มากขึ้น แต่กลับยังมีคำถามประเภทที่ชวนให้เราต้องหยุดหายใจ ด้วยความอัศจรรย์ใจในแง่ลบ เช่นคำถามที่ว่า
"จะชมลูกเพื่อนที่หน้าตาขี้เหร่ได้อย่างไร ไม่ให้ดูปลอม?"
คำถามนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การสะท้อนถึงความหนักใจในการเข้าสังคม แต่มันคือ "รอยร้าว" ขนาดใหญ่ที่เผยให้เห็นค่านิยมที่เน่าเฟะ ของกลุ่มคนในสังคมที่พยายามนำเอามาตรฐานความงาม ความสวย ความหล่อ แบบผู้ใหญ่ (Adultcentric Beauty Standards) ไปสวมทับ และตีตราลงบนความบริสุทธิ์ของเด็กอย่างเลือดเย็น !!!
ความหมายของ "น่ารัก" ที่ถูกจองจำโดยรูปกาย....
ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของเจ้าของกระทู้ นี้ คือ การนิยามคำว่า "น่ารัก" ให้มีค่าเท่ากับ "หน้าตาดี" เท่านั้น
นี่คือตรรกะ ที่คับแคบและน่าสงสาร เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง ความน่ารักของเด็ก คือ "สภาวะ" (State of being) ไม่ใช่ "รูปโฉม" (Appearance) ความน่ารักของเด็ก กำเนิดจากความไร้เดียงสา รอยยิ้มที่ปราศจากมารยา และความมีชีวิตชีวาที่ธรรมชาติมอบให้ ....
การที่ผู้ใหญ่คนหนึ่ง มองเด็ก แล้วเห็นเพียง "ความขี้เหร่" จนถึงขั้นต้องหาคำศัพท์มาโกหก นั่นแปลว่า "เลนส์ตา" ของผู้มองนั้น ถูกทำลายด้วยค่านิยมวัตถุนิยมจนมองไม่เห็นความงามในเชิงจิตวิญญาณ หรือความบริสุทธิ์ของมนุษย์อีกต่อไป
การประเมินค่าเด็กผ่านหน้าตา คือจุดเริ่มต้นของการสร้างบาดแผลทางใจ ที่หยั่งรากลึก หากผู้ใหญ่รอบตัว เริ่มต้นด้วยการ "เลือกจะชม" เฉพาะเด็กที่พิมพ์นิยม และ มักจะ "กระอักกระอ่วน" ที่จะชมเด็กที่หน้าตาไม่โดดเด่น พลังงานเหล่านี้จะถูกส่งสารถึงเด็กอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ....
เรากำลังสร้างสังคม ที่สอนให้เด็กเรียนรู้ว่า "ค่าของฉันขึ้นอยู่กับความพึงพอใจในดวงตาคนอื่น" ซึ่งเป็นค่านิยมที่กัดกินความมั่นใจ และลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตั้งแต่อยู่ในเปล คำถามที่ดูเหมือนหวังดี แต่เคลือบด้วยยาพิษเช่นนี้ คือการสะท้อนว่า เรายังให้ราคากับ "เปลือก" มากกว่า "แก่น" ของความเป็นคน
ความ "ปลอม" ที่แท้จริง ในคำถาม
ไม่ได้อยู่ที่คำพูด แต่อยู่ที่ "ทัศนคติ" ของคุณ....
เจ้าของกระทู้ กังวลว่าการชมจะดู "ปลอม" แต่ความจริงที่น่าเศร้ากว่าคือ "ทัศนคติที่มองว่ามนุษย์ขี้เหร่" นั่นต่างหากที่ปลอมเปลือกและแห้งแล้งที่สุด !!! การมองเด็กคนหนึ่ง แล้วเห็นแต่ข้อบกพร่องทางกายวิภาค จนลืมมองเห็นความมหัศจรรย์ของการเติบโต คือ ความล้มเหลวในการเป็นมนุษย์ที่มีวุฒิภาวะ
หากเรามีจิตใจที่ละเอียดอ่อนพอ เราจะพบว่า เด็กทุกคนมี "มุมที่น่าเอ็นดู" เสมอ ... ไม่ว่าจะเป็นท่าทางการพูด แววตาที่สงสัยต่อโลก หรือแม้แต่ความซนที่บริสุทธิ์
การชมว่า "น่ารัก" จึงไม่ใช่การโกหกทางรูปลักษณ์
แต่เป็นการยอมรับในตัวตนของเด็กคนนั้นอย่างที่เขาเป็น ...
ขอสรุป ตัดจบเลยนะครับ .....
ถึงเวลาแล้วหรือยัง ???? ที่สังคมไทยต้องก้าวข้ามการเป็น "สังคมบูลลี่ในคราบหวังดี" เราต้องหยุดใช้สายตาที่ตัดสิน (Judgmental Gaze) ไปทำร้ายหัวใจที่ยังไม่ทันได้เรียนรู้ความโหดร้ายของโลก....
บทความนี้ ไม่ได้เขียนมาเพื่อสั่งสอนว่าควรใช้คำพูดไหน แต่เขียนมาเพื่อเตือนสติว่า "ก่อนจะถามว่าจะชมเด็กอย่างไรให้ไม่ปลอม ลองสำรวจใจตัวเองก่อนว่า เราหลงลืมวิธีมองคนให้เป็นคนไปตั้งแต่เมื่อไหร่?"
เพราะความขี้เหร่ที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่ใบหน้าของเด็กคนไหน แต่อยู่ที่ "ความคิด" ของผู้ใหญ่ที่มองไม่เห็นความงามในความเรียบง่ายของชีวิตต่างหาก
ขอสรุป ตัดจบเลยนะครับ .....
ถึงเวลาแล้วหรือยัง ???? ที่สังคมไทยต้องก้าวข้ามการเป็น "สังคมบูลลี่ในคราบหวังดี" เราต้องหยุดใช้สายตาที่ตัดสิน (Judgmental Gaze) ไปทำร้ายหัวใจที่ยังไม่ทันได้เรียนรู้ความโหดร้ายของโลก....
บทความนี้ ไม่ได้เขียนมาเพื่อสั่งสอนว่าควรใช้คำพูดไหน แต่เขียนมาเพื่อเตือนสติว่า "ก่อนจะถามว่าจะชมเด็กอย่างไรให้ไม่ปลอม ลองสำรวจใจตัวเองก่อนว่า เราหลงลืมวิธีมองคนให้เป็นคนไปตั้งแต่เมื่อไหร่?"
เพราะความขี้เหร่ที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่ใบหน้าของเด็กคนไหน แต่อยู่ที่ "ความคิด" ของผู้ใหญ่ที่มองไม่เห็นความงามในความเรียบง่ายของชีวิตต่างหาก
บทความที่คุณอาจสนใจ




