ค้นหาบทความ 🙄



2/13/69

การเมืองอนุบาล เมื่ออาการงอแงและกลเกมโยนความผิด กลายเป็นอาวุธบนหน้าตักแกนนำ

เมื่อผลเลือกตั้งไม่ถูกใจ  "อาการงอแง" (Tantrum) จึงระบาด เจาะลึกจิตวิทยามวลชนส้ม ที่ใช้การ "โบ้ยความผิด" (Projection) ปิดบังความพ่ายแพ้ภายใต้ยุทธศาสตร์ปั่นหัวเยาวชน ทิ้งให้ลูกชาวบ้านติดคุกเผชิญชะตากรรมลำพัง ขณะที่ลูกแกนนำเสวยสุขติดทีมชาติ


จิตวิทยา "Temper Tantrum" และ "Projection"


ในโลกจิตวิทยา พัฒนาการของเด็ก จะสมบูรณ์ได้ ต้องผ่านช่วงเรียนรู้ความพ่ายแพ้ แต่ในโลกการเมืองของ "พรรคสีส้ม" ดูเหมือนเข็มนาฬิกาพัฒนาการนี้ จะหยุดอยู่ที่ช่วง Temper Tantrum หรือที่เรียกว่า “สภาวะอาละวาดเมื่อไม่ได้ดั่งใจ...” โดยมี "พี่เลี้ยง" ระดับแกนนำ คอยกระซิบข้างหูว่า  ...

    “หนูไม่ได้ทำผิดนะ คนอื่นต่างหากที่แกล้งหนู”


1.  ยุทธศาสตร์ "ลงไปดิ้น" Tantrum ที่ถูกกำกับการแสดง
Temper Tantrum ทางการเมือง 
เมื่อผลลัพธ์ ไม่เป็นไปอย่างที่ใจต้องการ...  การประท้วง กกต. หลังทราบผลการเลือกตั้ง ที่ไม่เป็นไปตามโพลส่วนตัว และสื่อจัดตั้ง ก่อนหน้านี้ ... พฤติกรรมนี้  ไม่ใช่การใช้สิทธิเสรีภาพตามปกติ แต่มันคือ Political Tantrum  ที่ถูกจัดตั้งมาอย่างดี  

เมื่อเด็กน้อย (มวลชน) เริ่มส่งเสียงกรีดร้อง   และลงไปนอนดิ้นพราดๆ กับพื้นถนน ...  “พี่เลี้ยง” แทนที่ จะเข้ามาปลอบ หรือสอนเหตุผล ... กลับเลือกที่จะ "สปอยล์" ด้วยการส่งไมโครโฟนให้ แล้วบอกว่า

 "ร้องให้ดังกว่านี้หนู  เผื่อผู้ใหญ่เขาจะกลัวจนต้องเปลี่ยนกติกาให้เราชนะ"   ( ใจร้าย และอำมหิต มาก) 

นี่คือ การใช้ความคับข้องใจ (Frustration) ของมวลชน (เด็ก) มาเป็นเกราะกำบังความล้มเหลวของยุทธศาสตร์พรรคของตัวเอง ได้อย่างเห็นแก่ตัวที่สุด และน่าสมเพช ที่สุด 


2. Projection : การปัดกวาดความล้มเหลวไว้ใต้พรมคนอื่น

.....   คือ การโยนความรู้สึก ความผิด ออกไปยังผู้อื่น


กลไกทางจิตนี้ ที่เรียกว่า Projection ถูกนำมาใช้เป็นอาวุธหลักในเชิงกลยุทธ์ แกนนำพรรคส้ม มักจะทำหน้าที่เป็น "นักฉายภาพ" (Projector) ตัวยง ..... 
  • เมื่อวางแผนพลาด ..... แทนที่จะยอมรับว่าประเมินฐานเสียงผิด กลับ "ฉายภาพ" ไปที่ กกต. ว่าสะกดคะแนนผิดหรือแอบเปลี่ยนหีบ

  • เมื่อถูกจับได้ว่าทำผิดกฎ .... แทนที่จะสู้ด้วยข้อเท็จจริง กลับ "ฉายภาพ" ว่าองค์กรอิสระเป็นยักษ์มาร ที่คอยจ้องจะงับเด็กน้อยผู้บริสุทธิ์
การโบ้ยความผิดแบบเด็กๆ ว่า "ตุ๊กตาเป็นคนทำ" ถูกยกระดับให้กลายเป็นคำศัพท์สวยหรูอย่าง คำว่า "นิติสงคราม" หรือ "อำนาจมืด"   เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า พวกเขาอาจจะแค่ "เล่นไม่เก่งพอ" ในสนามของมืออาชีพ
  • เมื่อแพ้ ..... บอกว่ามีการโกง (แม้จะไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์)
  • เมื่อทำผิดกติกา ..... บอกว่ากติกาไม่เป็นธรรม
  • เมื่อถูกตรวจสอบ ..... บอกว่าถูกกลั่นแกล้ง
นี่คือการผลักภาระความรับผิดชอบ (Responsibility) ออกจากตัวอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อรักษาความรู้สึกว่า "ฉันยังเป็นเด็กดี (และผู้ชนะ) อยู่เสมอ"


"วัฒนธรรมงอแง" และ การ "โบ้ยความผิด"

 


3. บทบาทพี่เลี้ยง กับ การเพาะบ่มลัทธิ "เหยื่อ" (Victimhood)


"..... ความน่ากลัวที่สุด  ไม่ใช่เด็กที่งอแง ..."  
แต่คือแกนนำ  ที่คอยปลูกฝังว่า  "การเป็นเหยื่อ คือ ความชอบธรรม" 

    ยุทธศาสตร์นี้ หวังผลให้มวลชน ตกอยู่ในภาวะ ตัดขาดจากโลกความจริง ( Dissociation ) จนเชื่อว่า โลกทั้งใบ กำลังรุมรังแกพวกเขาอยู่ .....

     พี่เลี้ยง (แกนนำใจร้าย) เหล่านี้ รู้ดีว่า ถ้าเด็กยอมรับความพ่ายแพ้ และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ (มีวุฒิภาวะ) พวกเขาจะควบคุมยาก....   ดังนั้น การรักษาอาการ Tantrum ให้คงอยู่คู่กับมวลชน จึงเป็น "นโยบายหลัก" ที่สำคัญกว่าการพัฒนาประเทศเสียอีก .... 

ถึงเวลาต้อง “Time-out”
( สังคมต้องเลิก "โอ๋" ได้แล้ว )

หากเราเปรียบสังคม เป็นพ่อแม่  การยอมตามใจเด็ก ที่กำลังอาละวาด เพียงเพื่อให้เด็กเงียบเสียงลง จะยิ่งทำให้พฤติกรรมนี้  ฝังรากลึก  .... การปล่อยให้มวลชนทำ Time-out คือ การปล่อยให้เขาสงบสติอารมณ์ในพื้นที่จำกัด เพื่อให้สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ได้เริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง .....เพื่อทบทวนความจริงในคูหาเลือกตั้ง และการยืนกรานในกติกาที่ผ่านพ้นไปแล้ว คือ วิธีเดียว ที่จะดัดนิสัย "การเมืองอนุบาล" ให้ก้าวข้ามความงอแงไปสู่ความเป็นอารยะได้เสียที

หากเรายังปล่อยให้ "วัฒนธรรมงอแง" และ การ "โบ้ยความผิด"  กลายเป็นบรรทัดฐาน เพียงเพราะความไม่สมหวัง เราก็อาจจะได้เห็นแค่ การเมืองระดับอนุบาล ที่ไม่มีวันเติบโตเป็นประชาธิปไตยที่มีวุฒิภาวะได้เลย ....


"พี่เลี้ยง" ในคราบนักการเมือง คอยเป่าหูยั่วยุ ให้เยาวชนผู้อ่อนต่อโลก ก้าวข้ามเส้นสมมติที่เรียกว่า "กฎหมาย"


วรรคส่งท้าย

เมื่อ "อุดมการณ์" กลายเป็นกับดัก และ "ความรัก" มีไว้ให้แค่ลูกตัวเอง

สิ่งที่น่าสมเพช และเวทนาที่สุดในวงจร Temper Tantrum ทางการเมืองนี้ ไม่ใช่การที่เด็กๆ ออกมางอแงไม่ยอมรับกติกา แต่ คือการที่ "พี่เลี้ยง" ในคราบนักการเมือง คอยเป่าหูยั่วยุ ให้เยาวชนผู้อ่อนต่อโลก ก้าวข้ามเส้นสมมติที่เรียกว่า "กฎหมาย" จนสุดท้าย ต้องเผชิญชะตากรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ....

เราเห็นภาพซ้ำๆ ของเด็กวัยใส ที่ต้องเสียอนาคต เพราะคดีความ บางคนต้องระหกระเหินหนีไปต่างแดนอย่างไร้จุดหมาย และที่น่าสลดใจที่สุด คือบางชีวิตต้องมาจบลงอย่างโดดเดี่ยวในเรือนจำ... ทั้งหมดนี้เพียงเพื่อเซ่นสังเวย "อีโก้" ของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า “ผู้ก้าวหน้า” แต่กลับถอยหลังลงคลองในเรื่องจริยธรรม ....

ในวันที่ท้องถนนลุกเป็นไฟ... ลูกของแกนนำไปติดทีมชาติ แต่ลูกชาวบ้านกลับต้องไปติดคุก

ในขณะที่แกนนำพรรคส้ม เที่ยวป่าวประกาศ เรื่องความเท่าเทียมบนเวที แต่ความจริง ที่ปรากฏกลับช่างย้อนแย้ง และน่าสมเพช เพราะในยามที่ ลูกชาวบ้านต้องเปลี่ยนจากชุดนักเรียน เป็น 'ชุดสีกากีพ่วงตรวน' อยู่ในห้องขัง.. หลังลูกกรง เหล่าบรรดาแกนนำ กลับประคบประหงม ลูกน้อยของตนเอง ไว้ใน "Safe Zone" ที่มิดชิดที่สุด ไม่เคยมีสักครั้งที่พวกเขาจะส่งแก้วตาดวงใจของตนเองมาประจันหน้ากับกฎหมายเหมือนที่ทำกับลูกหลานคนอื่น .....

มันคือสัจธรรมที่เจ็บปวด และแสบลึกถึงขั้วหัวใจ จนสังคมอดไม่ได้ที่จะตราหน้าถึงความเหลื่อมล้ำที่ถูกฉาบไว้ด้วยสีส้มว่า

เด็กนักเรียน เยาวชน ที่โดนพรรคส้ม หลอกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง



"... ในวันที่ท้องถนนลุกเป็นไฟ... ลูกของแกนนำไปติดทีมชาติ แต่ลูกชาวบ้านกลับต้องไปติดคุก ! .... "





เรื่องที่เกี่ยวข้อง และน่าอ่าน 








Admin Bee

สนับสนุน Misc.Today

นี่คือ ลิ้งค์พันธมิตร หรือที่เรียกว่า affiliate link ซึ่งหมายความว่า... หากคุณคลิ๊กลิ้งค์นี้ และซื้อผลิตภัณฑ์ อะไรก็ได้ ฉันจะได้ค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อย สิ่งนี้จะช่วยสนับสนุนเว็บไซด์ และช่วยให้กำลังใจเราต่อไป


  ชาหมักคอมบูชะ Scoby doit  


 



 

คุณอาจสนใจ

5 บทความ ยอดนิยม ในรอบ 30 วัน

🟡 โพสต์แนะนำ

ภาวะ กตัญญูเฉียบพลัน คืออะไร ?

     ภาวะกตัญญูเฉียบพลัน เป็นคำที่ บุคลากรทางการแพทย์  ใช้เรียกอย่างไม่เป็นทางการ เพื่ออธิบายถึงพฤติกรรมของญาติบางกลุ่ม ที่มักเกิดขึ้นในช่วง...

Popular Posts


จุลินทรีย์โปรไบโอติก: คอมบูชะเต็มไปด้วยเพื่อนซี้ดีๆ

 
 




ป้ายกำกับ / Tag labels

2475 (2) กฎหมาย (9) กรุงศรีอยุธยา (11) การเกษตร (14) การพัฒนาตนเอง (9) การเมือง (125) การศึกษา (201) ข้อคิด (20) ขอมไม่ใช่เขมร (15) ข่าวสาร (29) คณะราษฎร (12) คติธรรม (3) คนเล่านิทาน (16) ความเชื่อ (27) ความรู้ (327) ความสุข (6) คอมบูชะ (1) คอมมิวนิสต์ (34) คำทำนาย (2) คำสอน (25) เครื่องดื่ม (5) จริยธรรม (1) ชา (2) ชายแดนใต้ (5) ซีเกมส์2025 (1) เตือนภัย (29) ทหาร (15) ท่องเที่ยว (33) ทำอาหาร (5) เทคโนโลยี (20) ธนาคาร (2) ธรณี (1) ธรรมชาติ (14) ธรรมะ (8) ธุรกิจ (13) นาซี (1) น้ำส้มสายชูหมัก (2) แนะนำสินค้า (50) บริการ (7) บ่อน (1) บุคคล (114) บุญ (3) บุหรี่ (1) แบรนด์ไทย (5) โบสถ์ (2) ประชาธิปไตย (103) ประเทศไทย (127) ประธานาธิบดี (2) ประวัติศาสตร์ (212) ปรัชญาชีวิต (31) ผลิต (3) พระราชกรณียกิจ (4) พระสงฆ์ (15) พิธีกรรม (2) พิพิธภัณฑ์ (11) พุทธทาส (1) พุทธศาสนา (22) เพชรบุรี (2) ภัยพิบัติ (5) ภาคอีสาน (1) ภาพยนตร์ (1) ภาษา (15) ภาษิต (1) ภูมิปัญญา (28) มุสลิม (2) แม่ (2) ยูเครน (3) ยูนนาน (1) เยาวชน (1) เยาวราช (1) ระบบนิเวศน์ (1) ระเบิด (3) ร้านอาหาร (1) รีวิวหนังสือ (3) เรื่องน่ารู้ (4) เรื่องเล่า (46) โรคระบาด (5) โรงงาน (1) โรงหนัง (1) ลอบสังหาร (1) ละคร (1) ล้านนา (3) ลิง (1) โลก (16) โลกออนไลน์ (14) วัฒนธรรม (6) วัยชรา (2) วิทยาศาสตร์ (16) วิหาร (4) ศาสนา (44) ศิริราช (5) ศิลปะ (7) ศิลปาชีพ (1) ศีลธรรม (1) สงขลา (1) สงคราม (79) สมุนไพร (1) สังคม (162) สายสังคม (3) สำนวน (9) สำนวนจีน (1) สิง (1) สิ่งประดิษฐ์ (15) สุขภาพ (43) สุภาพจิต (14) สุภาษิต (1) สุสาน (1) หนังแท้ (4) หนังสือ (34) หนังสือพิมพ์ (1) หนัง AV (1) หนู (1) ออนไลน์ (1) ออสเตรีย (1) อาชีพ (6) อาวุธ (4) อาหาร (19) อิตาลี (3) อีสาน (1) ai (1) ChatGPT (1) cpr (1) Diarymisc (2) eSports (1) Gen Z (4) handmade (1) kombucha (2) leather (1) marxism (1) metaverse (1) Nuclear (1) OPENUP (1) social science (3) social views (21) Sompob Pordi (8) startup (1) UNESCO (4) vinegar (1)


Miscellaneous | Misc.Today 🌱 . ขับเคลื่อนโดย Blogger.

 
miscthailand