ค้นหาบทความ 🙄



1/09/69

เมื่อระเบียบวินัย และอัตลักษณ์ร่วม ถูกท้าทาย ด้วยคำว่า เสรีภาพทางการศึกษา

เมื่อผู้ใหญ่บางคณะ หรือบางพรรคการเมือง ต้องการรื้อวินัย รื้อสัญลักษณ์ และรื้อรากเหง้า ในนามความก้าวหน้า คำถามคือ ประเทศนี้ยังเป็นของคนทั้งชาติ หรือกำลังกลายเป็นสนามทดลองอุดมการณ์ การเลือกตั้ง 2569 จะให้คำตอบ ...  




 ในช่วงเวลานี้ มีคำถามหนึ่ง ถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างจริงจังในสังคมไทยว่า ควรหรือไม่ ?  ที่เด็กนักเรียนจะ
  • ไม่ต้องเคารพธงชาติ 
  •  ไม่ต้องสวดมนต์ในตอนเช้า 
  • และไม่จำเป็นต้องเรียนวิชาพระพุทธศาสนา 
 คำถามสำคัญ ที่ต้องพิจารณาก่อน ก็คือ ความคิดเช่นนี้ เป็นความต้องการของใครกันแน่ ?


หากเป็นความต้องการของเด็ก ก็จำเป็นต้องย้อนกลับไปตั้งคำถามว่า  
เป็นความเห็นที่ผู้ใหญ่ควรคล้อยตามหรือไม่


เพราะโดยธรรมชาติ เด็กยังอยู่ในวัยที่ขาดวุฒิภาวะทางเหตุผล ความคิดของเด็ก มักถูกขับเคลื่อนด้วยความต้องการความสนุก ความสบาย และความพอใจเฉพาะหน้าเป็นหลัก มิใช่การมองผลระยะยาวของชีวิต

ด้วยเหตุนี้เอง  ระบบการศึกษา จึงถูกนิยามว่าเป็น “การศึกษาภาคบังคับ” กล่าวคือ สำหรับผู้ที่ยังไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ รัฐและสังคม จำเป็นต้องกำหนดกรอบ บังคับ และชี้นำ เพื่อให้เด็กเติบโต ไปในทิศทางที่เหมาะสม แตกต่างจากผู้ใหญ่ ซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว มีเหตุผล และความรับผิดชอบต่อตนเอง การศึกษาของผู้ใหญ่จึงเป็นเรื่องของความสมัครใจเป็นหลัก

เมื่อเป็นเช่นนี้ คำถามถัดมาที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ ....  

บรรดาผู้ปกครองของเด็กๆ มีทัศนะอย่างไร ต่อการกำหนดระเบียบให้เด็กต้องเคารพธงชาติ ต้องสวดมนต์ตอนเช้า และต้องเรียนวิชาพระพุทธศาสนา หากผู้ปกครองเห็นว่า สิ่งเหล่านี้ ไม่มีความสำคัญ ไม่ช่วยหล่อหลอมชีวิตลูกให้เป็นคนดี ทั้งต่อตนเอง ต่อครอบครัว และต่อสังคมส่วนรวมอีกต่อไป และสมควรยกเลิกทั้งหมด ก็สามารถทำได้ แต่ผลลัพธ์ที่ตามมาไม่ว่าจะเป็นเช่นไร ก็ย่อมตกอยู่กับผู้ตัดสินใจเอง....

.....   แนวคิดเช่นนี้ ก็คงไม่ต่างจากความเห็นของเด็กบางคน ที่อ้างว่า

“ไม่จำเป็นต้องมีความกตัญญูต่อบิดามารดา เพราะการให้กำเนิดเกิดจากความพึงพอใจของผู้ใหญ่ ลูกเป็นเพียงผลพลอยได้ และการเลี้ยงดูเป็นเพียงหน้าที่ตามกฎหมาย”

จึงไม่จำเป็นต้องตอบแทนบุญคุณ นี่คือเหตุผลแบบเด็กๆ  ( ที่อาจจะมีผู้ใหญ่เลวๆบางคณะยุแยง )  ซึ่งผู้ใหญ่จะเลือกเชื่อ หรือเลือกปฏิเสธ ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละคน

หากจะคิดให้สุดโต่งกว่านั้น ก็อาจนำไปสู่ความเห็นว่า  ไม่จำเป็นต้องเรียนหนังสือเลย เพราะเรียนไปก็ไม่ได้พัฒนาอะไร ครู ก็เป็นเพียงคนทำมาหากินเหมือนคนทั่วไป บางคนยังมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม จึงไม่มีเหตุผลให้ต้องเชื่อฟัง ?!  เช่นเดียวกับความคิด ที่เคยตั้งคำถามว่า เหตุใดต้องเชื่อพระ ที่ยังไม่มีอะไรเป็นรูปธรรมรองรับ   หากปล่อยให้ความคิดเช่นนี้ นำทางชีวิต สุดท้ายมนุษย์ก็อาจดำรงอยู่ไปตามยถากรรม ไม่ต่างจากสัตว์เดรัจฉาน เกิดมา ใช้ชีวิตไปวันๆ และตายจากโลกนี้ภายในเวลาไม่ถึงร้อยปี ซึ่งในโลกแห่งความเป็นจริง ชีวิตใครก็ชีวิตมัน ผลลัพธ์ย่อมตกกับผู้เลือกทางนั้นโดยตรง ...

อย่างไรก็ตาม ในระดับของรัฐและประเทศชาติ สังคมไม่อาจดำรงอยู่ได้ ด้วยความคิดเช่นนั้น ....

   ประเทศต้องการพลเมืองที่มีการศึกษา มีระเบียบวินัย มีคุณภาพ และสามารถอยู่ร่วมกันภายใต้กติกาเดียวกันได้ หากรัฐละเลยหน้าที่ ปล่อยให้เสรีภาพ ถูกใช้อย่างไร้ขอบเขต ไม่จัดการในสิ่งที่สมควรจัดการ .... สุดท้าย ก็จะนำไปสู่ ความล้มเหลวของรัฐ และความล่มจมของประเทศในระยะยาว ...

ทุกคนย่อมมีสมอง มีความคิด และมีความคิดเห็นเป็นของตนเอง 

     แต่คำถามสำคัญ คือ  สังคมจะยึดความคิดของใครเป็นหลัก จะเชื่อเด็กหรือเชื่อผู้ใหญ่ที่หวังดี หรือผู้ใหญ่ที่หวังร้าย .... จะเชื่อคนที่ขาดปัญญาหรือคนที่มีเหตุผล จะเชื่อคนดีหรือคนเลว คำถามเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องเล็ก และ กำลังเป็นโจทย์สำคัญ ที่สังคมไทยต้องเผชิญ โดยเฉพาะในบรรยากาศของฤดูกาลเลือกตั้งปี 2569

     หากผู้ใหญ่ยังห่วงใยลูกหลาน กลัวว่าลูกจะขาดความรู้ ถ้าไม่ได้เรียนหนังสือ จะกลายเป็นคนไร้ศีลธรรม ถ้าไม่ได้รับการปลูกฝัง จะเป็นคนขาดเสน่ห์ในสังคมหากไม่มีระเบียบวินัย และจะเป็นคนไร้อนาคตหากขาดการศึกษา ผู้ใหญ่ก็จำเป็นต้องทำหน้าที่ทั้ง บังคับ ชี้แนะ และส่งเสริมให้ลูกหลานทำในสิ่งที่ควรทำ แม้ในบางกรณี การใช้ความเข้มงวดหรือการลงโทษทางกาย ก็อาจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ....  อย่าอ้างว่าตีเด็กไม่ได้ เพราะไม่มีพ่อแม่คนใด ทำร้ายลูกด้วยความเกลียดชัง หากแต่ทำไปด้วยความรัก ความห่วงใย และความปรารถนาดีต่ออนาคตของลูกทั้งสิ้น ...

เมื่อพิจารณาทั้งหมดอย่างตรงไปตรงมา

     ประเด็นนี้จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก ไม่ใช่เรื่องกิจกรรมหน้าเสาธง และไม่ใช่เรื่องเด็กอยากทำ หรือไม่อยากทำอะไรในตอนเช้า หากแต่คือ ทิศทางของรัฐไทยในอีกหนึ่งชั่วอายุคนข้างหน้า เพราะการศึกษาไม่ใช่เพียงพื้นที่ของความคิด แต่เป็นเครื่องมือในการ “ผลิตคน” และเมื่อใดก็ตาม ที่การศึกษาถูกยึดกุมโดยอุดมการณ์ ( ที่เป็นภัยความคงของชาติ)  เมื่อนั้นอนาคตของชาติย่อมถูกกำหนดไปพร้อมกัน ...

การเลือกตั้งปี พ.ศ. 2569

      จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันของพรรคการเมือง แต่คือการตัดสินว่า สังคมไทยจะมอบอำนาจในการออกแบบลูกหลานของประเทศให้กับใคร   จะยอมให้ผู้ใหญ่บางกลุ่ม บางคณะ บางพรรค .... ใช้สถานะทางวิชาการ และอำนาจรัฐ ทดลองรื้อถอนวินัย สัญลักษณ์ร่วม และรากฐาน ทางคุณค่าของชาติหรือไม่  โดยไม่ต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ในระยะยาว ...

คำถามที่ประชาชนต้องตอบให้ชัด 

....    ไม่ใช่ว่า ชอบหรือไม่ชอบเครื่องแบบ ชอบหรือไม่ชอบ การสวดมนต์ หรือยืนเคารพธงชาติหรือไม่ แต่คือ เราเห็นด้วยหรือไม่ กับการใช้ระบบการศึกษาเป็นสนามทดลองทางอุดมการณ์ และยอมรับได้หรือไม่ ที่อัตลักษณ์ร่วมของชาติ จะถูกลดทอนในนามของความก้าวหน้า โดยไม่มีคำอธิบายว่า สิ่งใดจะมาทดแทน ....


ในวันที่ผู้ใหญ่บางคนบอกว่า ..... เด็กควรมีเสรีภาพเต็มที่ คำถามคือ เสรีภาพนั้นถูกออกแบบโดยใคร ? และเพื่อใคร ? ในวันที่ผู้มีอำนาจบอกว่า วินัย, ศาสนา และสัญลักษณ์ชาติ เป็นของล้าสมัย คำถามคือ สิ่งเหล่านี้ล้าสมัยจริง หรือเป็นเพียงอุปสรรคต่ออุดมการณ์บางชุดที่ต้องการสังคมในรูปแบบใหม่

การเลือกตั้ง 2569 จึงเป็นมากกว่าการเลือกผู้บริหารประเทศ

แต่คือ  การเลือก กรอบความคิดที่จะครอบงำระบบการศึกษาไทย เลือกว่า เราจะยืนอยู่ข้างผู้ใหญ่ที่เชื่อว่า เด็กต้องถูกหล่อหลอมก่อนจะปล่อยให้เลือกทางชีวิตด้วยตนเอง หรือ จะยืนอยู่ข้างผู้ใหญ่ที่เชื่อว่า การรื้อถอนทุกกรอบ คือ ความก้าวหน้า แม้ประเทศจะต้องจ่ายราคาในภายหลังก็ตาม ... 

สุดท้ายแล้ว นี่ไม่ใช่การเลือกตั้งของนักการเมืองเท่านั้น แต่เป็นการลงคะแนนเสียงว่า


ประเทศไทยจะยังเป็นประเทศที่มีแกนกลาง มีวินัย และมีอัตลักษณ์ร่วม หรือจะกลายเป็นพื้นที่ทดลองของแนวคิดที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์

และเมื่อถึงวันนั้น ผลที่เกิดขึ้นกับลูกหลาน จะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลของการตัดสินใจของผู้ใหญ่ทั้งประเทศในวันนี้



หมายเหตุ 

  •  บทความนี้เรียบเรียง และขยายความจากบทความต้นฉบับของ  พระมหานรินทร์ นรินฺโท ป.ธ.๙ วัดไทยลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา
โดยผู้เขียนได้นำสาระและแนวคิดหลักมาวิเคราะห์ต่อยอด พร้อมเพิ่มเติมมุมมองในบริบทการเมืองและสังคมร่วมสมัย


บทความต้นฉบับ


บทความที่คุณอาจสนใจ 





Admin Bee

สนับสนุน Misc.Today

นี่คือ ลิ้งค์พันธมิตร หรือที่เรียกว่า affiliate link ซึ่งหมายความว่า... หากคุณคลิ๊กลิ้งค์นี้ และซื้อผลิตภัณฑ์ อะไรก็ได้ ฉันจะได้ค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อย สิ่งนี้จะช่วยสนับสนุนเว็บไซด์ และช่วยให้กำลังใจเราต่อไป


  ชาหมักคอมบูชะ Scoby doit  


 






 

คุณอาจสนใจ

5 บทความ ยอดนิยม ในรอบ 30 วัน

🟡 โพสต์แนะนำ

ภาวะ กตัญญูเฉียบพลัน คืออะไร ?

     ภาวะกตัญญูเฉียบพลัน เป็นคำที่ บุคลากรทางการแพทย์  ใช้เรียกอย่างไม่เป็นทางการ เพื่ออธิบายถึงพฤติกรรมของญาติบางกลุ่ม ที่มักเกิดขึ้นในช่วง...

Popular Posts

 

จุลินทรีย์โปรไบโอติก: คอมบูชะเต็มไปด้วยเพื่อนซี้ดีๆ

 

ผู้สนับสนุน



ป้ายกำกับ / Tag labels

2475 (1) กฎหมาย (7) กฐิน (2) กบฎ (2) กรรม (6) กระเป๋า (3) กรุงเทพฯ (21) กรุงศรีอยุธยา (12) กล้องถ่ายภาพ (8) กลอน (4) กลาโหม (9) กัมพูชา (8) การเกษตร (7) การขาย (3) การเงิน (1) การจัดเก็บ (4) การทำงาน (1) การปกครอง (14) การพัฒนาตนเอง (1) การแพทย์ (10) การเมือง (86) การลงทุน (1) การศึกษา (162) กิจกรรมกลางแจ้ง (2) กีฬา (5) กู้ภัย (1) เกษตร (3) เกี่ยวกับสัตว์ (16) โกง (1) ไกลกังวล (1) ขงจื้อ (1) ขนม (2) ข้อคิด (1) ขอมไม่ใช่เขมร (15) ขายชาติ (3) ขายบริการ (2) ข้าว (3) ข่าวสาร (29) ขิง (2) เขมร (30) เขื่อน (1) โขน (2) คณะราษฎร (12) คติธรรม (3) คนเล่านิทาน (16) ครอบครัว (11) ครัว (1) ครู (6) ความเฉลียวฉลาด (16) ความเชื่อ (22) ความปลอดภัย (3) ความรู้ (229) ความสุข (2) คอมบูชะ (1) คอมมิวนิสต์ (34) ค่ายอพยพ (1) คำทำนาย (1) คำภีร์ (2) คำสอน (14) เครื่องดื่ม (3) เครื่องบิน (8) เครื่องหมาย (1) เงินตรา (6) จริยธรรม (1) จอมพล ป. พิบูล (1) จอมพล ป. พิบูลสงคราม (13) จักรวาล (1) จีน (57) ชา (2) ช้าง (1) ชายแดนใต้ (5) ชายแดนไทย-เขมร (16) ชีวิต (1) ซีเกมส์2025 (1) ซุปเปอร์มาร์เก็ต (1) โซเชียลมีเดีย (1) ญี่ปุ่น (22) ดนตรีไทย (1) ดอกไม้ (1) เด็ก (5) เดนมาร์ก (1) ต้นไม้ (4) ตลาดนัด (1) ตลาดหุ้น (1) ตำนานเทพ (2) ตำรวจ (2) เตา (1) เตือนภัย (23) แต่งงาน (1) ไต้หวัน (1) ทรัพยากร (2) ทวิตเตอร์ (1) ทหาร (14) ทองคำ (1) ท่องเที่ยว (32) ทะเล (3) ทักษิณ (2) ทัศนะ (79) ทำบุญ (5) ทำอาหาร (5) เทคโนโลยี (15) โทรศัพท์มือถือ (4) ธนบัตร (1) ธนาคาร (5) ธรณี (1) ธรรมชาติ (14) ธรรมในคำกลอน (1) ธรรมะ (8) ธรรมาธิปไตย (2) ธุรกิจ (12) นมวัว (1) นราธิวาส (3) นวดไทย (1) นักการเมือง (9) นักบิน (1) นักปรัชญา (2) นักเรียน (5) นางใน (1) นาซี (1) นายกรัฐมนตรี (5) น้ำมัน (3) น้ำส้มสายชูหมัก (2) นิทานพื้นบ้าน (2) นิยาย (3) นิวเคลียร์ (1) เนปาล (2) แนะนำสินค้า (49) โนเบล (1) โนรา (1) ในหลวง ร.10 (2) ในหลวงรัชกาลที่ 9 (16) บริการ (6) บริหาร (5) บ่อน (1) บัตรเครดิต (2) บัตรประชาชน (1) บาลีวันละคำ (6) บุคคล (44) บุญ (3) บุหรี่ (1) เบตง (1) เบียร์ (1) แบรนด์ไทย (5) โบราณวัตถุ (13) โบราณสถาน (7) โบสถ์ (2) ประชาธิปไตย (70) ประท้วง (8) ประเทศเกาหลีใต้ (1) ประเทศไทย (219) ประธานาธิบดี (3) ประวัติศาสตร์ (161) ปรัชญาชีวิต (28) ปรีดี (2) ปลูกต้นไม้ (3) ปัญหาบ้านเมือง (2) ป่าไม้ (1) ปูติน (1) ผลไม้ (2) ผลิต (3) ผัก (2) ผิวสี (1) เผด็จการ (3) แผ่นดินไหว (3) แผนที่ (1) ฝรั่งเศส (7) พม่า (6) พยาบาล (3) พรรคการเมือง (3) พระเจ้าตากสินมหาราช (2) พระนเรศ (1) พระพุฒาจารย์ (1) พระพุทธเจ้า (2) พระราชกรณียกิจ (4) พระสงฆ์ (17) พราหมณ์ (1) พิธีกรรม (2) พิบูลสวัสดี (1) พิพิธภัณฑ์ (10) พุทธทาส (1) พุทธศาสนา (20) เพชรบุรี (3) เพลง (9) เพลงผ้า ปรพากย์ (1) เพลิงไหม้ (1) แพทย์ (7) ฟาโรห์ (1) ฟุตบอล (1) ไฟ (4) ไฟฉาย (1) ไฟฟ้า (1) ภัยพิบัติ (4) ภาคใต้ (6) ภาคอีสาน (1) ภาพยนตร์ (1) ภาษา (15) ภาษิต (1) ภูเขาไฟ (1) ภูมิปัญญา (21) ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ (1) มวยไทย (5) มหาสมุทร (1) ม็อบ (1) มาเลเซีย (1) มุมไบ (2) มุสลิม (2) แม่ (2) แมลง (1) ไม้ไผ่ (1) ยา (1) ยิว (3) ยูเครน (2) ยูนนาน (1) เยาวชน (1) เยาวราช (1) รถเมล์ (4) รองเท้า (2) รอบโลก (5) ระบบนิเวศ (1) ระบบนิเวศน์ (1) ระเบิด (3) รัชกาลที่ ๒ (1) รัชกาลที่ ๔ (4) รัชกาลที่ ๕ (7) รัชกาลที่ ๖ (2) รัชกาลที่7 (9) รัชกาลที่ ๘ (6) รัฐธรรมนูญ (2) รัฐประหาร (9) รัสเซีย (13) ร่างกาย (1) ราชาศัพท์ (1) ร้านอาหาร (1) รามเกียรติ์ (1) รีวิวหนังสือ (3) เรือ (3) เรื่องเก่า (84) เรื่องตลก (1) เรื่องเล่า (33) โรค (6) โรคระบาด (5) โรงงาน (2) โรงพยาบาล (14) โรงเรียน (17) โรงหนัง (1) โรฮิงญา (1) ลอนดอน (2) ลอบสังหาร (1) ละคร (1) ลัทธิ (2) ลัทธิมาร์กซ์ (3) ล้านนา (3) ลาว (4) ลิง (1) เลือกตั้ง (11) โลก (15) โลกร้อน (5) โลกออนไลน์ (1) วัฒนธรรม (3) วัด (14) วันแม่ (1) วันสำคัญ (5) วัยชรา (2) วัยรุ่น (1) วิทยาศาสตร์ (11) วิทยุ (2) วิหาร (4) เวียดนาม (4) ไวรัล (1) ศัพท์ (2) ศาสนา (45) ศิริราช (5) ศิลปะ (6) ศิลปาชีพ (1) ศีลธรรม (1) ศึกละแวก2 (6) เศรษฐกิจ (5) โศกนาฏกรรม (1) สงขลา (1) สงคราม (74) สถานีรถไฟ (1) สนามบิน (2) สเปน (1) สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร (2) สมัยเมจิ (1) สมุนไพร (1) สยาม (14) สวนสนุก (1) สวิตเซอร์แลนด์ (2) สังคม (55) สังคมออนไลน์ (1) สัตว์ปีก (1) สันติภาพ (1) สายสังคม (3) สำนวน (10) สำนวนจีน (1) สิง (1) สิ่งประดิษฐ์ (15) สึนามิ (1) สื่อ (5) สุขภาพ (27) สุภาพจิต (9) สุภาษิต (1) สุสาน (1) เสรีภาพ (2) ไสยศาสตร์ (1) หนังแท้ (4) หนังสือ (34) หนังสือพิมพ์ (1) หนัง AV (1) หนู (1) ห้องเรียน (4) เหมาเจ๋อตง (2) เหรียญ (1) อเมริกา (46) ออนไลน์ (1) ออสเตรีย (1) อังกฤษ (7) อากาศยาน (2) อาชญกรรม (3) อาชีพ (6) อาวุธ (1) อาหาร (19) อาหารจานโปรด (8) อิตาลี (3) อินเดีย (9) อินฟูลเอนเซอร์ (1) อิสราเอล (4) อิสลาม (1) อียิปต์ (1) อีสาน (1) แอปพลิเคชัน (4) แอพดำ (1) ไอร์แลนด์ (1) ฮ่องกง (1) ฮุนเซน (11) เฮลิคอปเตอร์ (1) ai (1) ChatGPT (1) Chinese idiom (1) cpr (1) deep state (1) democracy (1) Diarymisc (3) eSports (1) facebook (2) Gen Z (1) handmade (1) kombucha (1) leather (1) marxism (1) metaverse (1) nomad (6) Nuclear (1) OPENUP (1) powerbank (1) scam (1) scammer (1) shopee (1) Social media (3) social science (3) social views (125) Sompob Pordi (8) startup (1) tiktok (1) UNESCO (4) vinegar (1) xiaomi (1)


Miscellaneous | Misc.Today 🌱 . ขับเคลื่อนโดย Blogger.

 
miscthailand