ค้นหาบทความ 🙄



2/10/69

รู้หรือไม่ ? การเลือกตั้งของญี่ปุ่น การลงคะแนน ใช้วิธี ✍️ เขียนชื่อ ไม่ไช่การ ❌กากบาท

เบื้องหลังคูหาเลือกตั้งญี่ปุ่น ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร กับระบบ "เขียนชื่อ" แทนการ "กากบาท" สัมผัสวัฒนธรรมความประณีตที่ผสานเทคโนโลยี AI ช่วยอ่านลายมือ พร้อมวิเคราะห์ข้อจำกัดหากไทยจะนำมาใช้ บทความที่จะทำให้คุณมองการเลือกตั้งในมุมใหม่


ระบบการลงคะแนนของญี่ปุ่นนี้  เรียกว่า Jisho-shiki (自書式) หรือการลงคะแนนแบบเขียนด้วยตนเอง


ในขณะที่คนไทยคุ้นเคยกับการจดจำ “หมายเลข” แล้วเดินไปเข้าคูหาเพื่อ “กากบาท” แต่ คุณรู้หรือไม่ว่า  ที่ประเทศญี่ปุ่น กระบวนการการลงคะแนน กลับต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะที่นั่นประชาชนต้องหยิบดินสอ ขึ้นมาแล้ว “เขียนชื่อ” ผู้สมัครด้วยลายมือตัวเอง ลงในกระดาษเปล่า ... !!!???  
 
เรามา เจาะลึกเอกลักษณ์การเลือกตั้งที่ไม่เหมือนใครในโลก กันครับ !!
ทำไมญี่ปุ่นถึง “เขียนชื่อ” แทนการ “กากบาท” ? 

🗳️ วิธีลงคะแนนของญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นใช้ระบบที่เรียกว่า 自書式投票   (จิ-โชะ-ชิกิ โทเฮียว)  ถ้าให้แปลตรงตัว ก็คือ “การลงคะแนนแบบเขียนด้วยตนเอง”

ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จะต้อง ....

เขียนชื่อผู้สมัคร ( หรือชื่อพรรค ในบางกรณี ) ลงบนบัตรเลือกตั้ง ด้วยลายมือของตัวเอง

❌ ไม่มีช่องให้กากบาท
❌ ไม่มีการวงกลมหรือเลือกหมายเลข


วิธีการเช่นนี้  แตกต่างจากประเทศส่วนใหญ่ ที่ออกแบบบัตรให้ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว แต่ ในญี่ปุ่น การเลือกตั้งกลับบังคับให้ผู้ใช้สิทธิ ต้องรู้จริง จำจริง และตั้งใจจริง ว่ากำลังเลือกใคร ?

ทำไมญี่ปุ่นถึง “เขียนชื่อ” แทนการ “กากบาท” 

เอกลักษณ์ที่สะท้อนวัฒนธรรม ความรับผิดชอบ และความหมายของ “เจตจำนงทางการเมือง”

   ในหลายประเทศ การเลือกตั้ง  คือ  การทำเครื่องหมายง่ายๆ บนกระดาษใบหนึ่ง กากบาท, วงกลม หรือกดปุ่ม แต่ในประเทศญี่ปุ่น การเลือกตั้งกลับเริ่มต้นจากสิ่งที่ดูย้อนยุค และเคร่งขรึมกว่านั้น นั่นคือ การเขียนชื่อด้วยลายมือของผู้เลือกตั้งเอง

   ระบบการเลือกตั้งของญี่ปุ่นจึงไม่ใช่เพียงกลไกทางการเมือง หากแต่เป็นภาพสะท้อนของวิธีคิดต่อ “สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบ” ที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคมญี่ปุ่นมายาวนาน

การเลือกตั้งของญี่ปุ่น

เจตจำนงสำคัญกว่าความสะดวก

      เหตุผลที่ญี่ปุ่นยังคงใช้ระบบเขียนชื่อ ไม่ได้เกิดจากความล้าหลัง หากเป็นการยึดถือหลักคิดว่า  “การใช้สิทธิทางการเมือง ไม่ควรถูกลดทอนให้เป็นเพียงการทำเครื่องหมาย”

การเขียนชื่อผู้สมัคร คือ  การแสดงเจตจำนงโดยตรง ไม่ผ่านสัญลักษณ์ ไม่ผ่านตัวช่วย และไม่ผ่านการตีความจากระบบออกแบบบัตร ... ผู้เลือกตั้ง ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเองอย่างเต็มที่ แม้แต่ความผิดพลาดในการเขียน ก็อาจทำให้บัตรเสียได้ หากไม่สามารถระบุเจตนาได้อย่างชัดเจน....

ในมุมนี้ การเลือกตั้งของญี่ปุ่นจึงคล้ายพิธีกรรมทางประชาธิปไตยมากกว่ากระบวนการเชิงเทคนิค


คนที่เขียนหนังสือไม่ได้ล่ะ จะทำอย่างไร ?


    เป็นคำถามสำคัญ ที่มักถูกตั้งขึ้น ...    คือ หากประชาชนเขียนหนังสือไม่ได้ หรือมีข้อจำกัดทางร่างกาย ระบบนี้จะไม่เป็นข้อจำกัดหรือ ? ...

    แม้ว่า ประชาชนของประเทศญี่ปุ่น จะมีอัตราการอ่านออกเขียนได้เกือบ 100% แต่เขาก็ไม่ทิ้งใคร ไว้ข้างหลัง ครับ

     กฎหมายเลือกตั้ง  เปิดทางให้ใช้ระบบ การลงคะแนนโดยตัวแทน สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเขียนได้ด้วยตนเอง เจ้าหน้าที่จะเป็นผู้เขียนแทน ภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างน้อยสองคน และต้องทำตามคำบอกของผู้มีสิทธิอย่างเคร่งครัด ...

  • ระบบ Proxy Voting .... สำหรับผู้พิการทางร่างกาย หรือผู้สูงอายุที่เขียนไม่ได้ สามารถแจ้งขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยบันทึกคะแนนให้ตามคำบอก โดยมีพยานอีก 1 คน ยืนยันเพื่อความโปร่งใส
  • บัตรอักษรเบรลล์ .... มีเตรียมพร้อมไว้สำหรับผู้พิการทางสายตาในทุกหน่วยเลือกตั้ง

บัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ของญี่ปุ่น ที่เป็นแบบเขียน ไม่ใช่กากบาท


“เขียนชื่อ” แทนการ “กากบาท”
จะมีอุปสรรค์ต่อการนับคะแนนหรือไม่ ?


หลายคนอาจสงสัยว่า  ถ้าคนนับล้านเขียนด้วยลายมือ แล้วจะนับคะแนนทัน ได้อย่างไร ? 

คำตอบคือ .... ประเทศญี่ปุ่น มีเทคโนโลยี AI ช่วยอ่านลายมือ ...
  • เครื่องแยกบัตรอัตโนมัติ .... ญี่ปุ่นใช้เทคโนโลยีเครื่องอ่านตัวอักษร (OCR) ที่ล้ำสมัยมาก เครื่องนี้สามารถคัดแยกบัตรเลือกตั้งตามชื่อผู้สมัครได้ด้วยความเร็วสูง และมีความแม่นยำในการอ่านลายมือที่หวัดหรืออ่านยากได้ดีเยี่ยม

  • ดุลยพินิจของมนุษย์ .... บัตรที่เครื่องอ่านไม่ออกจริงๆ จะถูกส่งให้คณะกรรมการเลือกตั้งตรวจสอบด้วยตาอีกครั้ง เพื่อตัดสินว่าความตั้งใจของผู้ลงคะแนนคือใคร

📄  กระดาษแบบพิเศษ  

    กระดาษที่ใช้ในบัตรเลือกตั้งของญี่ปุ่น ไม่ใช่กระดาษธรรมดา  ...   แต่เป็นกระดาษพลาสติกสังเคราะห์ที่เรียกว่า "กระดาษยูโปะ" “Yupo Paper” (ユポ紙)    ซึ่งเป็นพลาสติกสังเคราะห์พิเศษ ที่พับแล้วจะดีดตัวกลับให้ตรงเหมือนเดิมทันทีเมื่อหย่อนลงหีบ เพื่อให้เครื่องอ่านคะแนนทำงานได้โดยไม่ติดขัดครับ

🗳️ กระดาษ Yupo คืออะไร ?

Yupo Paper  คือกระดาษสังเคราะห์ที่ผลิตจาก โพลีโพรพิลีน (polypropylene) ซึ่งเป็นพลาสติกชนิดหนึ่ง แต่ถูกผลิตให้มีผิวและความรู้สึกคล้าย “กระดาษ” มากกว่าแผ่นฟิล์มพลาสติกทั่วไป

คุณสมบัติเด่น  คือ ....

💧 กันน้ำ และไม่ฉีกขาดง่าย แม้ถูกพับหรือสัมผัสความชื้นก็ยังคงสภาพดี
✍️ เขียนได้ดีด้วยดินสอหรือปากกา แม้พื้นผิวจะเรียบ แต่การออกแบบช่วยให้ลายมือติดอยู่ชัดเจน
📦 ไม่ยับติดกันง่ายเมื่อพับ ทำให้เมื่อใส่ลงในหีบเลือกตั้งแล้วบัตรจะ “คลายตัว” เอง ช่วยให้การนับคะแนนเร็วและสะดวกขึ้น
🗃️ ทนทาน ไม่ขาดง่าย เหมาะสำหรับการเก็บรักษาและตรวจสอบภายหลังการเลือกตั้ง


โดยสาระสำคัญ คือ Yupo ไม่ได้เป็น “กระดาษธรรมดา” ที่ทำจากเยื่อไม้ แต่เป็นกระดาษที่ดัดแปลงมาให้แข็งแรงเหมือนฟิล์ม พลาสติก แต่ยังคงความสามารถในการเขียนที่จำเป็นสำหรับการใช้เป็นบัตรเลือกตั้งได้อย่างดี


✨ นี่คือเหตุผลที่ว่า ... 
ทำไมญี่ปุ่นเลือกใช้ Yupo Paper?


ญี่ปุ่นเลือกใช้ Yupo Paper สำหรับบัตรเลือกตั้ง เพราะคุณสมบัติหลายอย่างที่เหมาะสำหรับบริบทการเลือกตั้งจริง

📌 1. เปิดออกโดยอัตโนมัติหลัง ถูกหย่อนใส่หีบ

เมื่อผู้มีสิทธิพับบัตรแล้วโยนลงไปในหีบ กระดาษ Yupo จะ คลายตัวโดยธรรมชาติ (ดีดตัว) ช่วยให้การแยกและนับคะแนนเร็วขึ้น โดยไม่ต้องคลี่เปิดทีละใบด้วยมือซึ่งใช้แรงงานมากกว่าเดิม

📌 2. ทนต่อสภาพแวดล้อม

เพราะมีความทนทานต่อน้ำและฉีกขาด ทำให้บัตรไม่เสียหายแม้โดนความชื้น หรือการพับซ้ำหลายครั้ง ซึ่งสำคัญมากในวันที่มีฝนหรือผู้มีสิทธิเกิดคลาดเคลื่อนในการใส่ลงหีบ

📌 3. เขียนและนับได้ง่าย

พื้นผิวของ Yupo ถูกออกแบบให้เขียนได้อย่างชัดเจน แม้พื้นผิวจะลื่นกว่าใบกระดาษทั่วไป และยังสามารถใช้งานร่วมกับเครื่องนับบัตรได้ดีด้วย

การเลือกตั้ง ในฐานะภาพสะท้อนสังคม

การเลือกตั้ง ในฐานะภาพสะท้อนสังคม

     หากมองลึกลงไป ระบบเขียนชื่อของญี่ปุ่น ไม่ใช่แค่เทคนิคการลงคะแนน แต่เป็นภาพสะท้อนของสังคมที่ให้คุณค่ากับ
  • วินัยส่วนบุคคล
  • ความรับผิดชอบต่อการกระทำ
  • การไม่ทำให้ “สิทธิ” กลายเป็นเรื่องเลินเล่อ
ในโลกที่หลายๆ ประเทศ พยายามทำให้การเลือกตั้ง ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และเบาลง แต่... ญี่ปุ่นกลับเลือกเดินอีกทางหนึ่ง คือ การทำให้การเลือกตั้งยังคง “หนักแน่น” และมีความหมาย

บางที ....  เอกลักษณ์ที่แท้จริงของระบบการเลือกตั้งญี่ปุ่น อาจไม่ได้อยู่ที่การเขียนชื่อ .... แต่อยู่ที่ความเชื่อว่า ประชาธิปไตยควรเป็นการตัดสินใจที่ผู้คนรู้สึกถึงน้ำหนักของมันทุกครั้งที่ใช้สิทธิ ....

*** คิดเล่นๆ....นะ.. 

หากนำระบบ "เขียนชื่อ" แบบญี่ปุ่นมาปรับใช้กับประเทศไทย ล่ะ ???

น่าจะเกิดความท้าทายครั้งใหญ่เลยล่ะ ครับ  การเปลี่ยนจาก กากบาท มาเป็นเขียน .... แม้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในเชิงรัฐศาสตร์  และมานุษยวิทยา มีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง  ที่อาจทำให้เกิด "ดราม่า" หรือ ปัญหาทางเทคนิคได้ดังนี้ครับ..... 

1. ปัญหาด้านความถูกต้องและการตีความ (Interpretation)  

   ลายมือของคนเรา  มีร้อยแปดพันเก้าแบบ ครับ  ในญี่ปุ่นเขามีเครื่องนับคะแนนที่ฉลาดมากๆ และฐานข้อมูลชื่อที่ชัดเจน แต่สำหรับไทย.....  
  • การสะกดคำ...... ชื่อ-นามสกุลคนไทยยาว และสะกด พิสดารเยอะมาก (เช่น "ณิชชา" กับ "นิชา") ถ้าเขียนผิดตัวเดียว จะนับเป็นบัตรเสียหรือไม่ ?

  • ลายมือที่อ่านยาก..... เจ้าหน้าที่นับคะแนนอาจต้องใช้ดุลยพินิจสูงมาก ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกกล่าวหาว่า "ลำเอียง" หรือ "โกง" ได้ง่ายครับ
2. อุปสรรคด้านภาษาและชาติพันธุ์  

    ประเทศไทยมีความหลากหลายทางภาษาในบางพื้นที่ ....
  • กลุ่มผู้พูดภาษามลายูหรือภาษาถิ่น .... ในพื้นที่ห่างไกลที่ประชาชนถนัดภาษาถิ่นมากกว่าภาษาไทยกลาง การบังคับให้เขียนชื่อภาษาไทย อาจเป็นการจำกัดสิทธิ์ (Disenfranchisement) ทางอ้อม

  • อัตราการอ่านออกเขียนได้ .... แม้จะสูงขึ้นมาก แต่ผู้สูงอายุ ในชนบทบางส่วนยังคงจำเพียง "เบอร์" หรือ "โลโก้พรรค" การเปลี่ยนไปเป็นระบบเขียน อาจทำให้พวกเขากลายเป็นกลุ่มที่ตกหล่นทันที
3. ความล่าช้าในการนับคะแนน

     ปัจจุบันไทยใช้การ "กากบาท" ซึ่งใช้เวลาดูเพียงไม่กี่วินาทีต่อใบ 
  • หากต้อง อ่านลายมือ ทีละใบ การประกาศผลการเลือกตั้งอาจล่าช้าออกไปอีกหลายเท่าตัว

  • การประท้วงผลการเลือกตั้ง จะเพิ่มขึ้นมหาศาล เพราะแต่ละพรรคจะโต้แย้งเรื่อง "การอ่านตัวหนังสือ" ในบัตรแต่ละใบ

4. ความเป็นส่วนตัวและการคุกคาม (Privacy & Intimidation)

> นี่คือจุดที่อันตรายที่สุดครับ .... 
  • ลายมือระบุตัวตนได้ .... ในเขตเลือกตั้งขนาดเล็ก หรือหมู่บ้าน ลายมือของบางคน อาจถูกจำได้ โดยหัวคะแนน หรือผู้มีอิทธิพล ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับอีกต่อไป

  • ความปลอดภัย ..... หากผู้มีอิทธิพลบังคับให้ผู้ลงคะแนน "เขียนสัญลักษณ์พิเศษ" หรือ "เขียนชื่อด้วยรูปแบบที่ตกลงกันไว้"      เพื่อเป็นหลักฐานว่าเลือกตามสั่งจริง ระบบเขียนจะเอื้อต่อการซื้อสิทธิ์ขายเสียงได้ง่ายกว่าการกากบาท  นั่นเองครับ 

  🙅‍♂️ เลิกคิดเลยครับ ที่จะเอามาใช้ หรือ แม้แต่ ปรับใช้กับประเทศไทย .....

 

 ℹ️ เกร็ดน่ารู้  .... และเชื่อว่า น่าจะมีคนอยากรู้ ....

เทียบงบประมาณการเลือกตั้ง
ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น โดยใช้หน่วยเป็น “บาทไทย”
  • งบประมาณการเลือกตั้ง ประเทศไทย (2026)   งบประมาณจัดการเลือกตั้ง ส.ส. และประชามติพร้อมกัน   👉 ประมาณ 8,978,267,690 บาท (~8.98 พันล้านบาท)
*** (5.94 พันล้าน) คือ “งบจัดการเลือกตั้งทั่วไป” โดยตรง (ไม่รวมประชามติ) ในปี 2023
  • งบประมาณการเลือกตั้ง ญี่ปุ่น (2026)   ค่าใช้จ่ายจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่น   👉 ประมาณ 85.5 พันล้านเยน   ⇒ ประมาณ 17,100 ล้านบาท เมื่อแปลงเป็นเงินบาท 
*** 💸 อัตราแลกเปลี่ยนญี่ปุ่น → บาทไทย (ก.พ. 2026)
🪙 1 เยน ≈ 0.20 บาทไทย (ประมาณ 0.199–0.20 บาท / ¥1 ≈ ฿0.199–0.20)

ดังนั้น    85.5 พันล้านเยน จะเท่ากับประมาณ 17,100 ล้านบาท (85 500 000 000 × 0.20 ≈ ฿17,100,000,000)

การเลือกตั้งของญี่ปุ่น การลงคะแนน ใช้วิธี ✍️ เขียนชื่อ ไม่ไช่การ ❌กากบาท

บทสรุป มากกว่าแค่เรื่อง "กระดาษ" แต่คือเรื่องของ "ความเชื่อใจ"

ท้ายที่สุดแล้ว ....   ระบบการลงคะแนนด้วยการเขียนชื่อของญี่ปุ่นอาจไม่ใช่เพียงเรื่องของระเบียบการหรือเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่มันคือภาพสะท้อนของ “ความไว้วางใจ” (Trust) ที่หยั่งรากลึกในสังคม ไม่ว่าจะเป็นความไว้ใจในวินัยของประชาชน ความเชื่อใจในความโปร่งใสของเจ้าหน้าที่ หรือความมั่นใจในนวัตกรรมที่เข้ามาช่วยอุดช่องว่างของมนุษย์

หากเราย้อนกลับมามองประเทศไทย   โจทย์ใหญ่คงไม่ใช่แค่การถามว่า “เราควรเปลี่ยนจากกากบาทมาเป็นเขียนชื่อหรือไม่?” แต่คือการตั้งคำถามว่า “เราจะสร้างระบบการเลือกตั้งอย่างไร ให้ประชาชนเชื่อมั่นในทุกลายเส้น และทุกเครื่องหมาย ที่พวกเขาขีดเขียนลงไป” ว่ามันจะถูกนับและถูกเคารพอย่างตรงไปตรงมาที่สุด....

เพราะไม่ว่าจะเป็นการกากบาท หรือการเขียนด้วยลายมือ หัวใจสำคัญของประชาธิปไตย  ไม่ได้อยู่ที่ "วิธีการลงคะแนน" แต่อยู่ที่การทำให้ "เสียง" ของทุกคนถูกส่งไปถึงปลายทางอย่างมีความหมายและปลอดภัยที่สุดนั่นเอง




Admin Bee

สนับสนุน Misc.Today

นี่คือ ลิ้งค์พันธมิตร หรือที่เรียกว่า affiliate link ซึ่งหมายความว่า... หากคุณคลิ๊กลิ้งค์นี้ และซื้อผลิตภัณฑ์ อะไรก็ได้ ฉันจะได้ค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อย สิ่งนี้จะช่วยสนับสนุนเว็บไซด์ และช่วยให้กำลังใจเราต่อไป


  ชาหมักคอมบูชะ Scoby doit  


 



 

คุณอาจสนใจ

5 บทความ ยอดนิยม ในรอบ 30 วัน

🟡 โพสต์แนะนำ

ภาวะ กตัญญูเฉียบพลัน คืออะไร ?

     ภาวะกตัญญูเฉียบพลัน เป็นคำที่ บุคลากรทางการแพทย์  ใช้เรียกอย่างไม่เป็นทางการ เพื่ออธิบายถึงพฤติกรรมของญาติบางกลุ่ม ที่มักเกิดขึ้นในช่วง...

Popular Posts


จุลินทรีย์โปรไบโอติก: คอมบูชะเต็มไปด้วยเพื่อนซี้ดีๆ

 
 




ป้ายกำกับ / Tag labels

2475 (2) กฎหมาย (9) กฐิน (2) กบฎ (3) กรรม (6) กระเป๋า (3) กรุงเทพฯ (21) กรุงศรีอยุธยา (12) กล้องถ่ายภาพ (8) กลอน (4) กลาโหม (9) กัมพูชา (8) การเกษตร (7) การขาย (3) การเงิน (2) การจัดเก็บ (4) การทำงาน (1) การปกครอง (31) การพัฒนาตนเอง (3) การแพทย์ (13) การเมือง (102) การลงทุน (1) การศึกษา (164) กิจกรรมกลางแจ้ง (2) กีฬา (5) กู้ภัย (1) เกษตร (3) เกี่ยวกับสัตว์ (17) โกง (1) ไกลกังวล (1) ขงจื้อ (1) ขนม (2) ข้อคิด (1) ขอมไม่ใช่เขมร (15) ขายชาติ (3) ขายบริการ (2) ข้าว (3) ข่าวสาร (30) ขิง (2) เขมร (30) เขื่อน (1) โขน (2) คณะราษฎร (12) คติธรรม (3) คนเล่านิทาน (16) ครอบครัว (11) ครัว (1) ครู (6) ความเฉลียวฉลาด (17) ความเชื่อ (22) ความปลอดภัย (5) ความรู้ (253) ความสุข (4) คอมบูชะ (1) คอมมิวนิสต์ (34) ค่ายอพยพ (1) คำทำนาย (1) คำภีร์ (2) คำสอน (14) เครื่องดื่ม (4) เครื่องบิน (9) เครื่องหมาย (1) เงินตรา (6) จริยธรรม (1) จอมพล ป. พิบูล (1) จอมพล ป. พิบูลสงคราม (13) จักรวาล (1) จีน (57) ชา (2) ช้าง (1) ชายแดนใต้ (5) ชายแดนไทย-เขมร (16) ชีวิต (3) ซีเกมส์2025 (1) ซุปเปอร์มาร์เก็ต (1) โซเชียลมีเดีย (2) ญี่ปุ่น (23) ดนตรีไทย (1) ดอกไม้ (1) เด็ก (5) เดนมาร์ก (1) ต้นไม้ (4) ตลาดนัด (1) ตลาดหุ้น (1) ตำนานเทพ (2) ตำรวจ (2) เตา (1) เตือนภัย (24) แต่งงาน (1) ไต้หวัน (1) ทรัพยากร (2) ทวิตเตอร์ (1) ทหาร (14) ทองคำ (1) ท่องเที่ยว (34) ทะเล (3) ทักษิณ (2) ทัศนะ (79) ทำบุญ (5) ทำอาหาร (5) เทคโนโลยี (15) โทรศัพท์มือถือ (4) ธนบัตร (1) ธนาคาร (5) ธรณี (1) ธรรมชาติ (14) ธรรมในคำกลอน (1) ธรรมะ (8) ธรรมาธิปไตย (2) ธุรกิจ (12) นมวัว (1) นราธิวาส (3) นวดไทย (1) นักการเมือง (24) นักบิน (1) นักปรัชญา (2) นักเรียน (5) นางใน (1) นาซี (1) นายกรัฐมนตรี (5) น้ำมัน (3) น้ำส้มสายชูหมัก (2) นิทานพื้นบ้าน (2) นิยาย (3) นิวเคลียร์ (1) เนปาล (2) แนะนำสินค้า (50) โนเบล (1) โนรา (1) ในหลวง ร.10 (2) ในหลวงรัชกาลที่ 9 (16) บริการ (6) บริหาร (5) บ่อน (1) บัตรเครดิต (2) บัตรประชาชน (1) บาลีวันละคำ (6) บุคคล (44) บุญ (3) บุหรี่ (1) เบตง (1) เบียร์ (1) แบรนด์ไทย (5) โบราณวัตถุ (13) โบราณสถาน (8) โบสถ์ (2) ประชาธิปไตย (90) ประท้วง (8) ประเทศเกาหลีใต้ (1) ประเทศไทย (239) ประธานาธิบดี (3) ประวัติศาสตร์ (162) ปรัชญาชีวิต (30) ปรีดี (2) ปลูกต้นไม้ (3) ปัญหาบ้านเมือง (2) ป่าไม้ (1) ปูติน (1) ผลไม้ (2) ผลิต (3) ผัก (2) ผิวสี (1) ผู้สูงอายุ (1) เผด็จการ (3) แผ่นดินไหว (3) แผนที่ (1) ฝรั่งเศส (8) พม่า (6) พยาบาล (3) พรรคการเมือง (7) พระเจ้าตากสินมหาราช (2) พระนเรศ (1) พระพุฒาจารย์ (1) พระพุทธเจ้า (2) พระราชกรณียกิจ (4) พระสงฆ์ (17) พราหมณ์ (1) พิธีกรรม (2) พิบูลสวัสดี (1) พิพิธภัณฑ์ (11) พุทธทาส (1) พุทธศาสนา (20) เพชรบุรี (3) เพลง (9) เพลงผ้า ปรพากย์ (1) เพลิงไหม้ (1) แพทย์ (8) โพล (1) ฟาโรห์ (1) ฟุตบอล (1) ไฟ (4) ไฟฉาย (1) ไฟฟ้า (1) ภัยพิบัติ (4) ภาคใต้ (6) ภาคอีสาน (1) ภาพยนตร์ (1) ภาษา (15) ภาษิต (1) ภูเขาไฟ (1) ภูมิปัญญา (21) ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ (1) มวยไทย (5) มหาสมุทร (1) ม็อบ (1) มาเลเซีย (1) มุมไบ (2) มุสลิม (2) แม่ (2) แมลง (1) ไม้ไผ่ (1) ยา (2) ยิว (3) ยูเครน (2) ยูนนาน (1) เยาวชน (1) เยาวราช (1) รถเมล์ (4) รองเท้า (2) รอบโลก (6) ระบบนิเวศ (1) ระบบนิเวศน์ (1) ระเบิด (3) รัชกาลที่ ๒ (1) รัชกาลที่ ๔ (4) รัชกาลที่ ๕ (7) รัชกาลที่ ๖ (2) รัชกาลที่7 (9) รัชกาลที่ ๘ (6) รัฐธรรมนูญ (17) รัฐประหาร (10) รัสเซีย (13) ร่างกาย (3) ราชาศัพท์ (1) ร้านอาหาร (1) รามเกียรติ์ (1) รีวิวหนังสือ (3) เรือ (3) เรื่องเก่า (85) เรื่องตลก (1) เรื่องเล่า (35) โรค (7) โรคระบาด (5) โรงงาน (2) โรงพยาบาล (15) โรงเรียน (17) โรงหนัง (1) โรฮิงญา (1) ลอนดอน (2) ลอบสังหาร (1) ละคร (1) ลัทธิ (2) ลัทธิมาร์กซ์ (3) ล้านนา (3) ลาว (5) ลิง (1) เลือกตั้ง (15) โลก (15) โลกร้อน (5) โลกออนไลน์ (1) วัฒนธรรม (3) วัด (14) วันแม่ (1) วันสำคัญ (5) วัยชรา (2) วัยรุ่น (1) วิทยาศาสตร์ (11) วิทยุ (2) วิหาร (4) เวียดนาม (4) ไวรัล (1) ศัพท์ (2) ศาสนา (45) ศิริราช (5) ศิลปะ (6) ศิลปาชีพ (1) ศีลธรรม (1) ศึกละแวก2 (6) เศรษฐกิจ (5) โศกนาฏกรรม (1) สงขลา (1) สงคราม (74) สถานีรถไฟ (1) สนามบิน (3) สเปน (1) สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร (2) สมัยเมจิ (1) สมุนไพร (1) สยาม (14) สวนสนุก (1) สวิตเซอร์แลนด์ (2) สังคม (55) สังคมออนไลน์ (2) สัตว์ปีก (1) สันติภาพ (1) สายสังคม (3) สำนวน (10) สำนวนจีน (1) สิง (1) สิ่งประดิษฐ์ (15) สึนามิ (1) สื่อ (6) สุขภาพ (30) สุภาพจิต (9) สุภาษิต (1) สุสาน (1) เสรีภาพ (2) ไสยศาสตร์ (1) หนังแท้ (4) หนังสือ (34) หนังสือพิมพ์ (1) หนัง AV (1) หนู (1) ห้องเรียน (4) เหมาเจ๋อตง (2) เหรียญ (1) อเมริกา (46) ออนไลน์ (1) ออสเตรีย (1) อังกฤษ (7) อากาศยาน (2) อาชญกรรม (3) อาชีพ (6) อาวุธ (1) อาหาร (20) อาหารจานโปรด (9) อิตาลี (3) อินเดีย (9) อินฟูลเอนเซอร์ (1) อิสราเอล (4) อิสลาม (1) อียิปต์ (1) อีสาน (1) แอปพลิเคชัน (4) แอพดำ (1) ไอร์แลนด์ (1) ฮ่องกง (1) ฮุนเซน (11) เฮลิคอปเตอร์ (1) ai (1) ChatGPT (1) Chinese idiom (1) cpr (1) deep state (1) democracy (1) Diarymisc (3) eSports (1) facebook (2) Gen Z (1) handmade (1) kombucha (2) leather (1) marxism (1) metaverse (1) nomad (6) Nuclear (1) OPENUP (1) powerbank (1) scam (1) scammer (1) shopee (1) Social media (3) social science (3) social views (125) Sompob Pordi (8) startup (1) tiktok (1) UNESCO (4) vinegar (1) xiaomi (1)


Miscellaneous | Misc.Today 🌱 . ขับเคลื่อนโดย Blogger.

 
miscthailand