ค้นหาบทความ 🙄



1/03/65

ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ความหมาย คืออะไร ?

.. “ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม” ข้าพระพุทธเจ้า ( ชื่อ ..... )

  โดย ...  พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔

ฝ่าละอองธุลีพระบาท = ส. ท่าน (ใช้แก่พระมหากษัตริย์และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ), เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๒.

ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท  =  ส. คำใช้แทนผู้ที่เราพูดด้วย ใช้แก่พระมหากษัตริย์และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ, เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๒.
ทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท  =  ก. รู้ (ใช้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ).


ภาษาแบบแผน = น. ภาษาที่ถือเป็นแบบฉบับที่จะต้องใช้เป็นแบบเดียวกันในโอกาสอย่างเดียวกัน เช่น คำกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขึ้นต้นว่า “ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม...” และลงท้ายว่า “ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า...”, ภาษาที่ใช้เป็นทางการในโอกาสสำคัญ หรือใช้แก่บุคคลสำคัญ หรือบุคคลสำคัญเป็นผู้ใช้ เช่น คำประกาศเกียรติคุณในการประสาทปริญญาบัตรกิตติมศักดิ์ คำปราศรัยของนายกรัฐมนตรีในวันขึ้นปีใหม่, ภาษาระดับพิธีการ 

  “ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม...”

   ดังนั้น คำว่า ฝ่าละอองธุลีพระบาท ( เป็นสรรพนามบุรุษที่ 2 ) ในบริบทนี้ คือ ในหลวงและพระราชินี ผู้ซึ่งอยู่ใต้ฝุ่นละอองที่อยู่ใต้พระบาทของ "พระพุทธเจ้า" อันมีความหมายถึงในหลวงและพระราชินี เป็นผู้บำเพ็ญธรรมตามอย่างพระพุทธเจ้า

สรรพนามบุรุษที่ 1 คือ ตัวเราเอง  

คำเรียกตัวเองว่า “ผม กระผม ฉัน ดิฉัน”   คือ คำที่คนไทยใช้เรียกตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น “ผม กระผม ฉัน ดิฉัน”มีความหมายที่ย่อมาจาก “เกล้ากระหม่อมฉัน” ซึ่งถูกพูดย่อลงเหลือ “เกล้ากระหม่อม” และ“หม่อมฉัน” และย่อจนเหลือแค่คำว่า “ฉัน” ในที่สุด

ซึ่งคำว่า “เกล้ากระหม่อมฉัน” ที่พูดย่อลงจนเหลือแค่คำว่า “ผมและฉัน” เป็นคำเรียกตัวเอง ที่มาจากของที่สูงที่สุดในตัวเรา คือ ผมบนหัวของเรา

  
  “ข้าพระพุทธเจ้า”  คือคำแทนตัวเราเอง
 
       เราคนไทยใช้คำเรียกตัวเองว่า “ข้าพระพุทธเจ้า”เมื่อกราบบังคมทูลหรือพูดกับพระมหากษัตริย์
“ข้าพระพุทธเจ้า” หมายถึง เราขอเป็นข้าพระพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐยิ่งกว่าผู้ใดในโลก เหนือกว่าพระมหากษัตริย์และคนทั้งปวง พุทธศาสนิกชนจึงเรียกตัวเองว่าเป็น “ข้าของพระพุทธเจ้า”
เมื่อต้องการแสดงการยกย่องพระเจ้าแผ่นดินจึงนำคำว่า ข้าพระพุทธเจ้า มาใช้เป็น คำสรรพนามแทนตัวเองเมื่อพูดกับพระเจ้าแผ่นดิน 
    
 “คำว่า ใต้เท้า ฝ่าพระบาท ใต้ฝ่าพระบาท หรือใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เป็นสรรพนามบุรุษที่ 2”
 
    ถ้าสังเกตดีๆ เราจะเรียกแทนตัวเราเองด้วยของที่สูงที่สุดในร่างกายของเรา นั้นก็คือ ผม กระผม ฉัน ดิฉัน 
 
     ในวัฒนธรรมไทย เราคนไทยมีทัศนคติที่จะไม่ยกตนเสมอท่าน เราให้ความเคารพและให้เกียรติผู้ใหญ่ด้วยการไม่เรียกชื่อของท่านต่อหน้าท่านโดยตรง แต่เราจะเรียกสิ่งที่ต่ำที่สุดของผู้หลักผู้ใหญ่แทน ซึ่งก็คือ สิ่งที่อยู่ใต้ของเท้า หรือใต้เท้า (สรรพนามบุรุษที่ 2 ) นั่นเอง
 
ซึ่งคำว่า “ใต้เท้า” จึงใช้กับผู้หลักผู้ใหญ่ที่เป็นสามัญชน
ส่วนคำว่า ”ฝ่าพระบาท” หรือ “ใต้ฝ่าพระบาท” ใช้กับเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง
และคำว่า ”ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท” ใช้เฉพาะกับพระมหากษัตริย์และพระราชินี เท่านั้น
 
 

   
https://dict.longdo.com/search/%E0%B8%9D%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97
 
https://www.autoinfo.co.th/article/168074/
 
 
อัษฎางค์ ยมนาค :  https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=212469454426614&id=100566188950275
 
 

 



Admin Bee

สนับสนุน Misc.Today

นี่คือ ลิ้งค์พันธมิตร หรือที่เรียกว่า affiliate link ซึ่งหมายความว่า... หากคุณคลิ๊กลิ้งค์นี้ และซื้อผลิตภัณฑ์ อะไรก็ได้ ฉันจะได้ค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อย สิ่งนี้จะช่วยสนับสนุนเว็บไซด์ และช่วยให้กำลังใจเราต่อไป


  ชาหมักคอมบูชะ Scoby doit  


 



 

คุณอาจสนใจ

5 บทความ ยอดนิยม ในรอบ 30 วัน

🟡 โพสต์แนะนำ

ภาวะ กตัญญูเฉียบพลัน คืออะไร ?

     ภาวะกตัญญูเฉียบพลัน เป็นคำที่ บุคลากรทางการแพทย์  ใช้เรียกอย่างไม่เป็นทางการ เพื่ออธิบายถึงพฤติกรรมของญาติบางกลุ่ม ที่มักเกิดขึ้นในช่วง...

Popular Posts


จุลินทรีย์โปรไบโอติก: คอมบูชะเต็มไปด้วยเพื่อนซี้ดีๆ

 
 




ป้ายกำกับ / Tag labels

2475 (2) กฎหมาย (9) กรุงศรีอยุธยา (11) การเกษตร (14) การพัฒนาตนเอง (8) การเมือง (124) การศึกษา (200) ข้อคิด (21) ขอมไม่ใช่เขมร (15) ข่าวสาร (29) คณะราษฎร (12) คติธรรม (3) คนเล่านิทาน (16) ความเชื่อ (27) ความรู้ (322) ความสุข (5) คอมบูชะ (1) คอมมิวนิสต์ (34) คำทำนาย (2) คำสอน (25) เครื่องดื่ม (5) จริยธรรม (1) ชา (2) ชายแดนใต้ (5) ซีเกมส์2025 (1) เตือนภัย (28) ทหาร (15) ท่องเที่ยว (33) ทำอาหาร (5) เทคโนโลยี (19) ธนาคาร (2) ธรณี (1) ธรรมชาติ (13) ธรรมะ (8) ธุรกิจ (13) นาซี (1) น้ำส้มสายชูหมัก (2) แนะนำสินค้า (50) บริการ (6) บ่อน (1) บุคคล (114) บุญ (3) บุหรี่ (1) แบรนด์ไทย (5) โบสถ์ (2) ประชาธิปไตย (103) ประเทศไทย (127) ประธานาธิบดี (2) ประวัติศาสตร์ (212) ปรัชญาชีวิต (31) ผลิต (3) พระราชกรณียกิจ (4) พระสงฆ์ (15) พิธีกรรม (2) พิพิธภัณฑ์ (11) พุทธทาส (1) พุทธศาสนา (22) เพชรบุรี (2) ภัยพิบัติ (5) ภาคอีสาน (1) ภาพยนตร์ (1) ภาษา (15) ภาษิต (1) ภูมิปัญญา (28) มุสลิม (2) แม่ (2) ยูเครน (3) ยูนนาน (1) เยาวชน (1) เยาวราช (1) ระบบนิเวศน์ (1) ระเบิด (3) ร้านอาหาร (1) รีวิวหนังสือ (3) เรื่องน่ารู้ (2) เรื่องเล่า (46) โรคระบาด (5) โรงงาน (1) โรงหนัง (1) ลอบสังหาร (1) ละคร (1) ล้านนา (3) ลิง (1) โลก (16) โลกออนไลน์ (12) วัฒนธรรม (6) วัยชรา (2) วิทยาศาสตร์ (16) วิหาร (4) ศาสนา (44) ศิริราช (5) ศิลปะ (7) ศิลปาชีพ (1) ศีลธรรม (1) สงขลา (1) สงคราม (79) สมุนไพร (1) สังคม (158) สายสังคม (3) สำนวน (9) สำนวนจีน (1) สิง (1) สิ่งประดิษฐ์ (15) สุขภาพ (42) สุภาพจิต (12) สุภาษิต (1) สุสาน (1) หนังแท้ (4) หนังสือ (34) หนังสือพิมพ์ (1) หนัง AV (1) หนู (1) ออนไลน์ (1) ออสเตรีย (1) อาชีพ (6) อาวุธ (4) อาหาร (19) อิตาลี (3) อีสาน (1) ai (1) ChatGPT (1) cpr (1) Diarymisc (2) eSports (1) Gen Z (2) handmade (1) kombucha (2) leather (1) marxism (1) metaverse (1) Nuclear (1) OPENUP (1) social science (3) social views (21) Sompob Pordi (8) startup (1) UNESCO (4) vinegar (1)


Miscellaneous | Misc.Today 🌱 . ขับเคลื่อนโดย Blogger.

 
miscthailand