" แผนครองโลก จากน้ำมัน สู่ แร่หายากวันที่ 3 มกราคม 2026 จะถูกจารึกในประวัติศาสตร์โลก ว่าเป็นวันที่สหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำของ โดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจ "เช็กบิล" หนี้แค้น ทางภูมิรัฐศาสตร์ในลาตินอเมริกา แต่ภายใต้ฉากหน้าของการกวาดล้างระบอบมาดูโร แต่ทั้งหมดของเรื่องนี้ กลับมีกลไกที่ซับซ้อนกว่านั้นซ่อนอยู่ นั่นคือการปกป้อง กายอานา (Guyana) และการรักษา "ความเหนือชั้นทางเทคโนโลยี" ที่กำลังจะเปลี่ยนดุลอำนาจโลก ....
เมื่ออเมริกาปิดประตูบ้านไล่ล่ามังกรและหมีขาว"
กายอานา (Guyana) คือใคร ???
ถ้าจะให้จำกัดความแบบชาวบ้านๆ กายอานา (Guyana) คือ "มหาเศรษฐีใหม่ ที่เพิ่งถูกลอตเตอรี่ Mega Millions" ในหมู่บ้านอเมริกาใต้ครับ ...กายอานา เป็นประเทศเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนเหนือ ของทวีปอเมริกาใต้ (ขนาบข้างด้วยเวเนซุเอลา บราซิล และซูรินาเม) ซึ่งในอดีต เป็นประเทศเกษตรกรรม ที่ยากจน เป็นประเทศที่แทบจะไม่มีใครรู้จักเลย กายอานา เป็นประเทศเดียวในอเมริกาใต้ ที่ใช้ ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาราชการ เพราะเคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ (British Guiana) และ เป็นประเทศที่มีประชากรน้อยมาก คือ มีประชากรเพียงประมาณ 800,000 คน ( น้อยกว่าประชากรในกรุงเทพฯ หลายเท่า ) แต่มีพื้นที่กว้างขวางและอุดมไปด้วยทรัพยากร
แต่ในวันนี้ กายอานา (Guyana) กลายเป็น "จิกซอว์ชิ้นสำคัญที่สุด" ของมหาอำนาจโลก ด้วยเหตุผลดังนี้ ครับ ....
ซึ่งต้องย้อนกลับไปปี ค.ศ. 2015 ExxonMobil ( บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ) ได้ทำการสำรวจ และค้นพบแหล่งน้ำมันมหาศาล นอกชายฝั่ง กายอานา ซึ่งเป็นการค้นพบครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษของโลก ....
ส่งผลให้ ปริมาณการสำรองน้ำมัน มีมากกว่า 11,000 ล้านบาร์เรล กายอานาจึงกลายเป็นประเทศที่มีปริมาณน้ำมันต่อหัวประชากร สูงที่สุดในโลก และ สามารถผลิตน้ำมันทะลุ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน แซงหน้าเวเนซุเอลา ไปเรียบร้อยแล้ว ..... GDP ของ กายอานา (Guyana) พุ่งทะยาน สูงสุด เศรษฐกิจของกายอานา เติบโตปีละ 30-60% ซึ่งถือว่าเร็วที่สุดในโลก จนถูกเรียกว่า "ดูไบแห่งอเมริกาใต้"
แต่ก็มีประเด็นที่น่าอึดอัดใจ ก็คือ....
พื้นที่ ที่มีน้ำมันมหาศาล นั้น ใน กายอานา (Guyana) ดันไปอยู่ในเขตที่ชื่อว่า "เอสเซกวีโบ" (Essequibo) ซึ่งเวเนซุเอลาอ้างสิทธิ์ว่า เป็นของตนมาตั้งแต่อดีต ???!!
งานเข้าสิครับแบบนี้ !!!!
ชนวนเหตุ เอสเซกวีโบ (Essequibo) เมื่อ นิโคลัส มาดูโร ประกาศแผน ผนวกดินแดน เอสเซกวีโบ ของกายอานา ( ซึ่งกินพื้นที่ 2 ใน 3 ของประเทศ ) เข้าเป็นส่วนหนึ่งของเวเนซุเอลา .... เขาไม่ได้แค่ขู่เพื่อนบ้าน เท่านั้น ... แต่เขากำลัง "ประกาศสงครามกับระบบเศรษฐกิจอเมริกา" แบบซึ่งๆหน้า
.... เพราะพื้นที่นั้น คือ แหล่งกักเก็บน้ำมัน ที่หล่อเลี้ยงความมั่งคั่งใหม่ของภูมิภาค และนี่คือเหตุผลที่ กายอานา ต้องหันไปพึ่งพา "พี่ใหญ่" อย่างสหรัฐฯ ให้เข้ามาช่วยคุ้มกันบ่อน้ำมัน ...ซึ่งเป็นผลประโยชน์โดยตรงกับอเมริกา ....
ชนวนเหตุ เอสเซกวีโบ (Essequibo) เมื่อ นิโคลัส มาดูโร ประกาศแผน ผนวกดินแดน เอสเซกวีโบ ของกายอานา ( ซึ่งกินพื้นที่ 2 ใน 3 ของประเทศ ) เข้าเป็นส่วนหนึ่งของเวเนซุเอลา .... เขาไม่ได้แค่ขู่เพื่อนบ้าน เท่านั้น ... แต่เขากำลัง "ประกาศสงครามกับระบบเศรษฐกิจอเมริกา" แบบซึ่งๆหน้า
.... เพราะพื้นที่นั้น คือ แหล่งกักเก็บน้ำมัน ที่หล่อเลี้ยงความมั่งคั่งใหม่ของภูมิภาค และนี่คือเหตุผลที่ กายอานา ต้องหันไปพึ่งพา "พี่ใหญ่" อย่างสหรัฐฯ ให้เข้ามาช่วยคุ้มกันบ่อน้ำมัน ...ซึ่งเป็นผลประโยชน์โดยตรงกับอเมริกา ....
กายอานา คือ "ตัวแทนของผลประโยชน์สหรัฐฯ" ที่ตั้งอยู่ประชิดชายแดนเวเนซุเอลา เป็นแหล่งน้ำมันใหม่ที่สะอาดและทันสมัยกว่า และเป็นประเทศที่สหรัฐฯ ยอมเสียเลือดเนื้อ ทำปฏิบัติการ Absolute Resolve เพื่อปกป้องไว้ไม่ให้ มาดูโร (ที่มีจีนและรัสเซียหนุนหลัง) เข้ามายึดครองนั่นเองครับ
เจาะลึกเทคโนโลยี ExxonMobil
ขุมทรัพย์ที่ มาดูโรโหยหา ..และ ทรัมป์หวงแหน
ขุมทรัพย์ที่ มาดูโรโหยหา ..และ ทรัมป์หวงแหน
สิ่งที่ทำให้มาดูโร "อยากได้" ไม่ใช่แค่ตัวน้ำมันดิบใต้ดิน หรือใต้ทะเล เท่านั้น แต่คือ โครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่บริษัท ExxonMobil จากสหรัฐฯ นำไปติดตั้งไว้ในกายอานา ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทิ้งห่าง เวเนซุเอลาที่เครื่องจักรเก่าคร่ำครึนับทศวรรษ ....
- FPSO ป้อมปราการลอยน้ำ : เรือขุดเจาะและกลั่นน้ำมันลอยฟ้าอย่าง Liza Unity คือ โรงงานอัจฉริยะที่มาดูโรไม่มีวันสร้างเองได้ มันสามารถจัดการน้ำมันได้เบ็ดเสร็จในลำเดียว และส่งออกได้ทันที
- หัวเจาะอัจฉริยะระดับน้ำลึก : เทคโนโลยีการขุดเจาะที่ระดับความลึกเกือบ 2 กิโลเมตรใต้ทะเล คือสิ่งที่เวเนซุเอลาขาดแคลน หากมาดูโร ยึดเอสเซกวีโบได้สำเร็จ เขาหวังจะ "ฮุบ" เทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อชุบชีวิตรัฐวิสาหกิจน้ำมัน PDVSA ที่ล่มสลายให้กลับมามีกำไรโดยไม่ต้องลงทุนเอง
นี่คือยุทธศาสตร์ "ปิดประตูหลังบ้าน" ไล่จีน-รัสเซีย
การที่สหรัฐฯ ปล่อยให้มาดูโรครองอำนาจต่อไป คือการปล่อยให้ "ม้าอารี" อย่างจีน และรัสเซีย เข้ามา สร้างอิทธิพลในหลังบ้านตัวเอง รัสเซีย จะใช้เวเนซุเอลาเป็นฐานจารกรรมข้อมูล และจุดจอดเครื่องบินนิวเคลียร์ เพื่อคานอำนาจกับสหรัฐฯ ในประเด็นยุโรป ... และ จีน อาจจะใช้เวเนซุเอลาเป็นหนูทดลองในการเลิกใช้ดอลลาร์ (De-dollarization) ผ่านระบบชำระเงินหยวน ....
ปฏิบัติการ Absolute Resolve จึงเป็นการส่งสัญญาณ "ปิดประตูตาย" อเมริกาต้องการทำลายฝันของมาดูโรในการชิงเทคโนโลยีจากกายอานา พร้อมกับไล่ตะเพิดอิทธิพลของจีน และรัสเซียออกไปจากทวีปอเมริกาอย่างถาวรภายใต้ "หลักการมอนโร" ฉบับปี 2026
"การบุกเวเนซุเอลาจึงไม่ใช่แค่การดับไฟในบ้านเพื่อน แต่คือการทำลายคู่แข่งที่คิดลุกคืบ เอา 'กุญแจทองคำ' ของโลกพลังงานในกายอานา ไปส่งต่อให้ศัตรูของวอชิงตัน"
นี่คือสงคราม ที่อเมริกาเลือกแล้วว่า... หากต้องเสียเลือดเนื้อ เพื่อรักษาอำนาจปิโตรดอลลาร์ และเทคโนโลยีอันดับหนึ่งของโลกไว้ พวกเขาก็พร้อมจะทำ โดยไม่สนเสียงประณามจากคนทั้งโลก
ถ้า กายอานา คือสมรภูมิของ "น้ำมัน" (ขุมพลังงานยุคเก่า)
ชิลี ก็คือหัวใจของสงคราม "แร่ธาตุแห่งอนาคต" (Green Energy War)
ที่เดิมพันสูงไม่แพ้กัน ...
จากขุมพลังงานยุคเก่า สู่สมรภูมิยุคใหม่
เมื่อ "กายอานา" เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และ "ชิลี" คือเป้าหมายถัดไป .....
หากยุทธการ ในเวเนซุเอลา และกายอานา คือ การปิดเกม "พลังงานฟอสซิล" เพื่อรักษาความมั่งคั่งในปัจจุบัน หมากตัวต่อไป ที่สหรัฐฯ กำลังขยับอย่างเงียบเชียบแต่ดุดัน นั่นก็คือ การรุกคืบสู่ทางใต้ไปยัง "ชิลี" เพื่อครองอำนาจใน "พลังงานสะอาด" ซึ่งเป็นเดิมพัน ที่ชี้ชะตาว่า ใครจะเป็นมหาอำนาจเทคโนโลยีในศตวรรษหน้า ...!!!
1. กายอานา คือฐานที่มั่น.. ชิลีคือ คลังอาวุธอนาคต
ในขณะที่น้ำมันดิบจากกายอานา ช่วยหล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจ และกองทัพในวันนี้ แต่โลกกำลังหมุนไปสู่ยุค Green Energy ที่ต้องการ "แร่หายาก" (Rare Earths) และ "ลิเทียม" (Lithium) มหาศาล ซึ่ง ชิลีเปรียบเสมือน "โอเอซิส" ของแร่ธาตุเหล่านี้ ...
กายอานา : ปกป้องน้ำมันเพื่อรักษาอำนาจปิโตรดอลลาร์ไม่ให้พังทลาย
ชิลี : ควบคุมแร่ธาตุเพื่อขัดขวางไม่ให้จีนครองโลกในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบนำวิถีอัจฉริยะ
2. สงครามที่มากกว่าน้ำมัน คือ "ทองคำขาว" และ "แร่หายาก" ในชิลี
สิ่งที่ทำให้เพนตากอน และทรัมป์ ต้องจ้องมองชิลี ตาไม่กะพริบ คือความจริงที่ว่า ชิลี มีปริมาณสำรอง ลิเทียม ที่มากที่สุดในโลก และมีข้อมูลการค้นพบ แร่หายาก (Rare Earths) ทางตอนใต้ของประเทศ ที่บริสุทธิ์ และขุดง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ ....
ซึ่งแน่นอนว่า หากจีน ยังคงครองตลาดแร่หายากได้กว่า 80% ต่อไป .... สหรัฐฯ จะตกอยู่ในภาวะ "ถูกจับเป็นตัวประกัน" ทางเทคโนโลยีทันที ไม่ว่าจะเป็นการผลิตชิป AI หรือแม่เหล็กในเครื่องบินรบ F-35 !!!
เพื่อเป็นการตัดหน้าจีนในชิลี ....
มาเป็นบทเรียนในการกดดันชิลี
เหมือนการ “เขียนเสือให้วัวกลัว” นั่นแหละครับ คือ ..... หากชิลียังคงปล่อยให้บริษัทจีน (เช่น Tianqi Lithium) เข้ามาถือหุ้นใหญ่ ในแหล่งทรัพยากรหลัก อเมริกาอาจเปลี่ยนจากการส่ง "เงินลงทุน" เป็นการส่ง "ความกดดันทางการเมือง" ที่รุนแรงขึ้น .... เข้าไปแทนที่ ....
มันคือ ยุทธศาสตร์ "ล้อมกรอบ" ลาตินอเมริกา
การเชื่อมโยงระหว่าง กายอานา และ ชิลี คือแผนภาพที่ชัดเจนของ "กำแพงความมั่นคงทรัพยากร" ของสหรัฐฯ ทางทิศเหนือ (เวเนซุเอลา-กายอานา) เพื่อสยบศัตรูเก่า คุมแหล่งน้ำมันใหม่ ตัดท่อน้ำเลี้ยงรัสเซีย และในขณะเดียวกัน... ทาง ทิศใต้ (ชิลี ) เพื่อสกัดกั้นการขยายอิทธิพลของจีนในสงครามแรร์เอิร์ธ เพื่อให้มั่นใจว่า "ต้นทาง" ของพลังงานสะอาดในอนาคตต้องขึ้นตรงต่อวอชิงตันเท่านั้น ...
การหวนคืนของพี่ใหญ่และการจัดระเบียบโลกใหม่
ทุกหมาก ที่อเมริกาขยับในวันนี้ ตั้งแต่การสั่งบุก กรุงการากัส เพื่อดับฝัน มาดูโร การส่งเรือรบไปคุ้มกันบ่อน้ำมันของ ExxonMobil ในกายอานา ไปจนถึง การกดดันชิลี เรื่องแรร์เอิร์ธ .... ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการประกาศใช้ "หลักการมอนโร" (Monroe Doctrine) ฉบับปี 2026* อย่างเป็นทางการ
นี่คือการส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯ จะไม่ยอมให้มหาอำนาจนอกซีกโลกตะวันตก เข้ามาวุ่นวายใน "หลังบ้าน" ของตนเองอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นทางการทหาร หรือการแย่งชิงทรัพยากรยุทธศาสตร์ ...
บทสรุป :
นี่คือ สงครามสองยุค ที่กำลังบรรจบอย่างต่อเนื่องกัน
โลก กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่อันตรายที่สุด !!! ปฏิบัติการ Absolute Resolve ในเวเนซุเอลา อาจดูเหมือนเรื่องของน้ำมัน และการเมืองยุคเก่า แต่แท้จริงแล้ว มันคือการ "จัดแถว" ประเทศในอเมริกาใต้ ใหม่ทั้งหมด !!!
"หากคุณมีน้ำมันแบบ กายอานา คุณต้องส่งให้เรา... และหากคุณมีแร่หายากแบบชิลี คุณห้ามส่งให้จีน"
ความรู้เพิ่มเติม....
"หลักการมอนโร" (Monroe Doctrine) ฉบับปี 2026
ทุกหมาก ที่อเมริกาขยับในวันนี้ ตั้งแต่การสั่งบุก กรุงการากัส เพื่อดับฝัน มาดูโร การส่งเรือรบไปคุ้มกันบ่อน้ำมันของ ExxonMobil ในกายอานา ไปจนถึง การกดดันชิลี เรื่องแรร์เอิร์ธ .... ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการประกาศใช้ "หลักการมอนโร" (Monroe Doctrine) ฉบับปี 2026* อย่างเป็นทางการ
นี่คือการส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯ จะไม่ยอมให้มหาอำนาจนอกซีกโลกตะวันตก เข้ามาวุ่นวายใน "หลังบ้าน" ของตนเองอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นทางการทหาร หรือการแย่งชิงทรัพยากรยุทธศาสตร์ ...
บทสรุป :
นี่คือ สงครามสองยุค ที่กำลังบรรจบอย่างต่อเนื่องกัน
โลก กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่อันตรายที่สุด !!! ปฏิบัติการ Absolute Resolve ในเวเนซุเอลา อาจดูเหมือนเรื่องของน้ำมัน และการเมืองยุคเก่า แต่แท้จริงแล้ว มันคือการ "จัดแถว" ประเทศในอเมริกาใต้ ใหม่ทั้งหมด !!!
"หากคุณมีน้ำมันแบบ กายอานา คุณต้องส่งให้เรา... และหากคุณมีแร่หายากแบบชิลี คุณห้ามส่งให้จีน"
“นี่คือคำเตือนที่ทรัมป์ส่งผ่านกระสุนนัดแรก ในเวเนซุเอลา ไปยังเหมืองแร่ทุกแห่งในประเทศชิลี ว่าจากนี้ไป ... หลังบ้านของอเมริกา จะไม่มีที่ยืนให้กับใครก็ตาม ที่คิดจะเอาทรัพยากรยุทธศาสตร์ไป และเป็นพันธมิตรกับขั้วอำนาจตะวันออก”
ความรู้เพิ่มเติม....
"หลักการมอนโร" (Monroe Doctrine) ฉบับปี 2026
หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการ ในเอกสารความมั่นคงแห่งชาติ ยุคทรัมป์ว่า "Trump Corollary" (บทขยายความแบบทรัมป์) คือการประกาศกร้าวว่า "ทวีปอเมริกาเป็นของคนอเมริกา" และสหรัฐฯ จะกลับมาเป็นพี่ใหญ่ผู้คุมกฎในซีกโลกตะวันตกอย่างเบ็ดเสร็จอีกครั้ง
หากจะสรุปให้เข้าใจง่ายๆ
นี่คือ 4 หัวใจสำคัญของหลักการมอนโรฉบับปี 2026
ที่ใช้เป็นข้ออ้างในการบุกเวเนซุเอลา .....
1. การกำจัดอิทธิพลของ "ศัตรูนอกภูมิภาค" (Deny Non-Hemispheric Competitors) นี่คือจุดประสงค์หลัก ที่ใช้โต้กลับจีนและรัสเซีย โดยระบุชัดเจนว่า สหรัฐฯ จะไม่ยอมให้มหาอำนาจนอกซีกโลกตะวันตกเข้ามา "ถือครองสินทรัพย์ทางยุทธศาสตร์" (เช่น เหมืองแร่ในชิลี หรือบ่อน้ำมันในเวเนซุเอลา) หรือเข้ามา "ตั้งฐานกำลังทหาร" ในพื้นที่หลังบ้านของอเมริกาอีกต่อไป
2. อำนาจ "ตำรวจโลก" ในเขตสวนหลังบ้าน เป็นการต่อยอดจากสมัยประธานาธิบดี ทีโอดอร์ รูสเวลต์ (Roosevelt Corollary) ที่ว่าหากประเทศใด ในละตินอเมริกาบริหารจัดการไม่ดีจนเกิดวิกฤต (เช่น ผู้อพยพทะลัก หรือแก๊งค้ายาเรืองอำนาจ) สหรัฐฯ มีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะใช้กำลังทหารเข้าไป "จัดระเบียบ" เพื่อไม่ให้ความวุ่นวายนั้นส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ
3. การคุมเส้นทางยุทธศาสตร์และทรัพยากร (Access to Key Geographies) ฉบับปี 2026 เน้นย้ำเรื่องการเข้าถึงจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น:
- คลองปานามา : เพื่อคุมการขนส่งสินค้าโลก
- กายอานา และ เวเนซุเอลา : เพื่อคุมแหล่งพลังงานฟอสซิล
- ชิลี : เพื่อคุมแร่ธาตุแห่งอนาคต (ลิเทียม/แรร์เอิร์ธ)







.jpg)
