ผู้สนับสนุน



3/07/65

น้ำไกล ดับไฟใกล้ ไม่ได้ ที่มาของสงครามสั่งสอน

ประเทศไทย ก็เคยพลาดเหมือน เซเลนสกี้ และยูเครน ครั้น.. อเมริกาพ่ายแพ้สงครามเวียดนาม กองทัพคอมมิวนิสต์เวียดนามก็ฮึกเหิมจะบุกไทย และ จีนช่วยไทยตอนเวียดนามบุก เรียกว่า "สงครามสั่งสอน"

น้ำไกล ดับไฟใกล้ ไม่ได้ ที่มาของสงครามสั่งสอน

บทความโดย : Arnond Sakworawich

   ครั้งหนึ่งไทยเคยเหมือนยูเครน คือเอียงไปทางอเมริกามากเหลือเกิน ยอมให้อเมริกามาตั้งฐานทัพสหรัฐอเมริกาในประเทศไทย เกิดลูก GI ข้าวนอกนามากมาย และประเทศไทยยังถุกใช้เป็นฐานบินให้อเมริกัน ไปทิ้งระเบิด และทิ้งสารเคมีฝนเหลืองในลาว เวียดนาม กัมพูชา แต่สุดท้ายเวียดกงก็มุดดินสู้อย่างแข็งแกร่ง สุดท้ายเวียดนามใต้ก็แตก อเมริกันพ่ายแพ้สงครามเวียดนามกระเจิง

   กองทัพคอมมิวนิสต์เวียดนามก็ฮึกเหิมมาก จะบุกไทย ไทยบ่ายหน้าไปขออเมริกามหามิตรให้ช่วย อเมริกาก็ไม่มีปัญญาช่วย น้ำไกลดับไฟใกล้ไม่ได้เลย สุดท้าย คุณชายคึกฤทธิ์บ่ายหน้าไปขอความช่วยเหลือจากจีน พบท่านประธานเหมา และทำให้เกิด "สงครามสั่งสอน" เวียดนามก็ไม่กล้าห้าวเป้งมาบุกไทยอีก

  ในเวลานั้น หากไม่มี "สงครามสั่งสอน" เกิดขึ้น คาดว่า ภายในไม่ถึงสัปดาห์ กรุงเทพก็จะถูกกองทัพเวียดนามกรีธาทัพเข้ามายึดอย่างแน่นอน  !! 


บทความนี้มาจากไลน์ครับ========================

     ผมขอพูดในฐานะที่ มีประสบการณ์ตรง ได้ยินเรื่องนี้ จากปากของท่าน หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช เมื่อครั้ง มาเยือน ประเทศอังกฤษ หลังจากลงจากตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีแล้ว

    ครั้งนั้นพวกเราเชิญ ท่านมาพูด ที่สามัคคีสมาคม โดยมี ท่านทูตแผน วรรณเมธี ซึ่งเป็นทูตไทย ในขณะนั้น มากับท่านด้วย ท่านคึกฤทธิ์ บอกว่า American ไม่ได้ช่วยอะไรเราเลย แม้แต่อาวุธยุทโธปกรณ์ ที่ทิ้งไว้ เราขอก็ไม่ให้ เราซื้อก็ไม่ขาย ปล่อยให้ พังไปเอง ท่านคึกฤทธิ์บอกว่า อเมริกันเป็นเพื่อนที่เลวที่สุด นั่นคือเหตุผล ที่ท่านคึกฤทธิ์ ต้องไป ประเทศจีน ถ้าอยากรู้รายละเอียด มากกว่านี้ ผมยินดีเล่าให้ฟังครับ


    เรื่องมีอยู่ว่า ที่ประเทศอังกฤษ  ณ กรุงลอนดอน มีสมาคมเก่าแก่แห่งหนึ่ง  ที่ชื่อว่า สามัคคีสมาคม เป็นสมาคมที่รัชกาลที่ 6 เป็นผู้ก่อตั้งขึ้น ตอนสมัยที่ท่านเป็นนักเรียน ที่ประเทศอังกฤษ ก็เลยกลายเป็นสมาคมคนไทยและนักเรียนไทย ที่เก่าแก่ที่สุด นักเรียนไทยที่อังกฤษ ส่วนใหญ่จะเป็นสมาชิก ของสมาคมนี้ ยิ่งในอดีตแล้ว นักเรียนที่มา ในระบบ กพ ทุกคน จะต้องเป็นสนาชิกสมาคนนี้

    เมื่อหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ปราโมช มาเยือนอังกฤษ พวกเราทุกคน ก็เชิญท่านมาที่สมาคม เพื่อที่จะคุยกัน ในฐานะท่าน เคยเป็นอดีตสมาชิกของสมาคม มาก่อน ในระหว่างที่คุยกัน ในวันนั้น มีคนมาฟังกันมาก เต็มห้องสมุดของ สามัคคีสมาคมเลย แล้วก็ยังล้นออกมาข้างนอกอีก ในข้อสนทนา มีช่วงหนึ่ง ที่เราถามท่านว่า "ทำไม ท่านจึงตัดสินใจ ไปเยือนจีน" ท่านก็เล่าให้ฟังว่า เมื่อท่านเป็นขึ้นมาเป็นนายก  เวียดนาม บุกประชิดเขตแดน ของเราทุกด้าน ท่านดูแล้ว เราไม่มีทางออก ไม่มีทางเลือก นอกจากจะขอร้องจีน ให้ช่วยในเรื่องนี้

    ในตอนแรก ท่านเรียกแม่ทัพนายกองทั้งหมด และถามว่า ถ้าเวียดนานบุกนี่ เราจะรับมือได้นานเท่าไหร่ ?  แม่ทัพนายกอง พูดอย่างกวนๆ ว่า รั้งได้แค่ 7 วัน !!  ท่านตกใจมาก ..  อะไร ?  อาวุธยุทโธปกรณ์ที่เรามีทั้งหมดนี่นะ รับมือได้แค่ 7 วัน ...  และอาวุธยุทโธปกรณ์ ที่อเมริกันทิ้งไว้เนี่ย หลังจาก
พ่ายแพ้สงครามเวียดนาม ท่านก็ ทำหนังสือไปขอจากรัฐบาลอเมริกัน เพื่อใช้ป้องกันตัว  ก็ได้รับการปฏิเสธ ขอซื้อก็ไม่ขาย แล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ให้มันพัง ตามธรรมชาติของมัน

    ท่านจึงพูดในวงสนทนาว่า อเมริกันเป็นเพื่อนที่ใช้ไม่ได้เลย คบไม่ได้คนพวกนี้ ท่านจึงเรียก ท่านทูตแผน วรรณเมธี  ให้เข้ามา แล้วท่านพูดกับท่านแผน ว่า "เราเห็นจะต้องไปเยือนจีนกันละ"  เพราะไม่เห็นทางออกอย่างอื่น ท่านทูตแผนตอนนั้น จึงจัดเจ้าหน้าที่กรุยทาง ที่จะไปเยือนจีน


    การไปเยือนจีนสมัยนั้น ต้องผ่านทางฮ่องกง เมื่อไปถึงฮ่องกง นักข่าวต่างประเทศก็รุมถามท่านกันว่า "ท่านจะไปเมืองจีนทำไม" เพราะทั้งที่รู้อยู่ว่า พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน เป็นตัวสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ให้ก่อการร้ายอยู่ในขณะนั้น ? 

    ท่านเล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นเราหน้าแตก เพราะต้องบากหน้า เพราะต้องไปพึ่งเขา แต่จะพูดตรงๆ มันก็จะเสียเหลี่ยม ท่านจึงบอกว่า ผมเป็นตัวแทนของรัฐบาลไทย ไปเจริญสัมพันธไมตรีกับรัฐบาลจีน ส่วนเรื่องพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน สนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย นั่นเป็นเรื่องของพรรคไม่เกี่ยวกับรัฐบาล เราเป็นตัวแทนรัฐบาลไม่เกี่ยวกับพรรค ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอก ว่าพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน ก็คือรัฐบาลจีน แต่ก็ต้องขายผ้าเอาหน้ารอดไปก่อน

    เมื่อไปถึงที่ประเทศจีน เขาก็ให้การต้อนรับเราอย่างดี แต่ก็ยัง ไม่แน่ใจว่า จะได้พบท่านประธานเหมาหรือเปล่า เพราะท่านประธานแก่มากแล้ว ในวันต่อมา หลังจากที่ไปเยี่ยมตามสถานที่ต่างๆ ก็มีหนังสือด่วนมาว่า ประธานเหมา เปิดให้เข้าพบ ได้ประมาณ 20 นาที ทุกคนต่างตื่นเต้น เพราะเป็นเวลาที่สำคัญ ที่จะได้พบ

" ไอ้หนู เองตอบคำถามนักข่าวได้ดีมาก"

    เมื่อไปถึง ท่านคึกฤทธิ์ กลับรู้ว่า แม้ท่านประธานเหมา จะแก่ชรามากแล้ว แต่ท่านก็รู้เรื่องราว อย่างทะลุปรุโปร่ง ท่านเหมาเข้ามากอดท่านคึกฤทธิ์ แล้วบอกว่า " ไอ้หนู เองตอบคำถามนักข่าวได้ดีมาก"   พร้อมกับตบหลังตบไหล่ อย่างเป็นกันเอง


ประธานเหมา เจ๋อตุง พบ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2518
    ท่านคึกฤทธิ์ ได้คุยกับท่านเหมา อยู่ถึง 2 ถึง 3 ชั่วโมง ทั้งที่หมายกำหนดการ แค่ 20 นาที  ในช่วงระหว่างนั้น ท่านก็ขอท่านเหมาว่า ขอให้ช่วยบอก พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ให้หยุดปฏิบัติการรุนแรง แต่ท่านเหมา บอกว่า เราสั่งเขาอย่างนั้นไม่ได้ แต่ที่เราจะทำได้ คือ หยุดส่งอาวุธและเสบียง เรื่องนี้ท่านรับปาก ส่วนเรื่องเวียดนาม ท่านบอกว่า ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวจีนจะจัดการเอง

    ทั้งหมดนี้ ได้ยินจากปากของท่าน หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ปราโมช และผมก็ไม่ใช่คนเดียวที่อยู่ในที่ห้องสมุดนั้น มีคนอีกหลายคน ล้นออกมานอกห้องสมุดเลย รวมทั้ง ท่านทูต แผน วรรณเมธี ซึ่งเป็น ทูตไทยประจำประเทศอังกฤษ ในขณะนั้น และเป็นคน ที่กรุยทาง ให้ท่านคึกฤทธิ์ ไปเยือนจีน ครั้งนั้น

     ทำให้เราเข้าใจว่า ไม่ว่าอย่างไร จีนก็ยังเป็นเพื่อน เพราะเชื้อสายที่ติดต่อกัน มาหลายชั่วคน แต่อเมริกา ไม่ใช่เลย ถ้าไม่มีผลประโยชน์ เขาจะไม่เข้ามา เขาใช้เราเป็นฐานทัพ ไปโจมตีเพื่อนบ้านของเรา แต่ถึงเวลาถอย มันทิ้งเราเลย ไม่ช่วยแม้แต่อาวุธ

   นี่คือเรื่องทั้งหมด ที่ผมอยากจำได้ จนถึงทุกวันนี้  ท่านทูต แผน หลังจากเกษียณ ท่านได้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ สภากาชาดไทย




"สงครามเวียดนาม" เป็นสงครามครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของมวลมนุษยชาติที่มีผลกระทบต่อชีวิตผู้คนจำนวนนับล้านคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนกลายเป็นความขัดแย้งครั้งสำคัญในโลกยุคสงครามเย็น สงครามครั้งนี้ยังเป็นการยุทธ์แบบสงครามสมัยใหม่ที่เป็นต้นกำเนิดของยุทธวิธีทางการทหารที่สำคัญหลายยุทธวิธี เช่น การใช้เฮลิคอปเตอร์ นอกจากนี้สงครามเวียดนามยังเป็นการต่อสู้ระหว่างเทคโนโลยีขั้นสูงสุดของสหรัฐอเมริกาและภูมิปัญญาชาวบ้านของเวียดนามเหนือ เป็นการต่อสู้ระหว่างความเชี่ยวชาญและความเป็นมืออาชีพของกองทัพสหรัฐฯ กับความมุ่งมั่น ศรัทธาและความเด็ดเดี่ยวของทหารฝ่ายคอมมิวนิสต์

รายละเอียดหนังสือ ISBN : 9786163016584 (ปกอ่อน) 300 หน้า ขนาดรูปเล่ม : 129 x 205 x 18 มม. น้ำหนัก : 320 กรัม เนื้อในพิมพ์ : ขาวดำ ชนิดกระดาษ : กระดาษถนอมสายตา

สำนักพิมพ์ : ยิปซี, สนพ.เดือนปีที่พิมพ์ : 2018

 




Hanging hook ตะขอแขวนห้อยของ วัสดุเป็นซิลิโคน ดัดทรงปรับท่าทางได้





Admin Bee

Author & Editor

🌱 Miscellaneous บทความขนาดสั้น เบ็ดเตล็ด เกร็ดความรู้ทั่วไป เกี่ยวกับ สังคม , ทัศนะ - Social Views , ประวัติศาสตร์ , วัฒนธรรม ,ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ แนะนำหนังสือ และอื่นๆ อีกมากมาย

5 บทความ ยอดนิยม ในรอบ 30 วัน




🟡 โพสต์แนะนำ

ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์

     เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ พระราชทานพระราชดำริ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2545 “ให้พิจารณาใช้ คลองลัดโพธิ์ จ.สม...

แนะนำหนังสือ


  BOOKs OF THE DAY

🏆 บทความพิเศษ


9NOMAD by IODINE
แนะนำผลิตภัณฑ์น่าสนใจ ซื้อของออนไลน์ได้อย่างมั่นใจ แนะนำหนังสือมือสองสภาพดี หนังสือเก่าเก็บมือเดียว ซื้อมาอ่านเอง มีหลากหลายประเภท เป็นหนังสือที่อ่านได้เรื่อยๆ ร่วมสมัย เช่น หนังสือแนวประวัติศาสตร์ หนังสือชีวประวัติบุคคล, หนังสือพัฒนาตนเอง และจิตวิทยา เป็นต้น เราอัพเดทเล่มใหม่เรื่อยๆ สามารถเลือกซื้อได้ทาง Shopee


Popular Posts

ผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ









หนังสือการตลาดออนไลน์

ผู้สนับสนุน









กระเป๋า Macbook Messenger Style หนังแท้ สำหรับใส่ Mac 13

กระเป๋าหนังแท้ สำหรับผู้ชาย Messenger Macbook Smart Satchel Super Black Color    

ป้ายกำกับ / Tag labels

กฎหมาย (2) กรรม (4) กรุงเทพฯ (14) กรุงศรีอยุธยา (8) กล้องถ่ายภาพ (5) กลาโหม (7) การศึกษา (79) กีฬา (2) เกษตร (1) เกี่ยวกับสัตว์ (10) ไกลกังวล (1) ขนม (1) ขอมไม่ใช่เขมร (4) ขันที (1) ข้าว (1) ข่าวสาร (17) เขมร (7) โขน (2) คณะราษฎร (3) คนเล่านิทาน (11) ครู (3) ความรู้ (78) คอมมิวนิสต์ (15) เครื่องบิน (4) เงินตรา (3) จอมพล ป. พิบูลสงคราม (7) จีน (34) ช้าง (1) ชายแดนใต้ (2) ญี่ปุ่น (2) ดอกไม้ (1) เด็ก (2) เดนมาร์ก (1) ตลาดนัด (1) เตือนภัย (10) แต่งงาน (2) ทวิตเตอร์ (1) ทหาร (8) ท่องเที่ยว (22) ทะเล (2) ทัศนะ (19) ทำบุญ (2) เทคโนโลยี (10) ธนาคาร (3) ธรรมชาติ (4) ธรรมะ (1) ธุรกิจ (4) นราธิวาส (3) นางใน (2) นาซี (1) น้ำมัน (1) นิยาย (1) โนรา (1) ในหลวงรัชกาลที่ 9 (8) บริหาร (1) บ่อน (1) บัตรเครดิต (2) บุคคล (28) บุญ (2) บุหรี่ (1) เบตง (1) โบราณวัตถุ (11) โบราณสถาน (3) โบสถ์ (2) ประชาธิปไตย (6) ประเทศไทย (79) ประวัติศาสตร์ (89) ปรัชญาชีวิต (15) ปูติน (1) ฝรั่งเศส (2) พม่า (3) พระเจ้าตากสินมหาราช (2) พระพุฒาจารย์ (1) พระราชกรณียกิจ (4) พระสงฆ์ (4) พิพิธภัณฑ์ (2) เพชรบุรี (2) เพลง (5) ฟาโรห์ (1) ไฟ (1) ภาคใต้ (3) ภาคอีสาน (1) ภาษา (5) ภูมิปัญญา (4) มวยไทย (1) มุมไบ (2) มุสลิม (1) ยิว (1) เยาวราช (1) รถเมล์ (2) ระเบิด (3) รัชกาลที่ ๔ (1) รัชกาลที่ ๕ (4) รัชกาลที่7 (4) รัชกาลที่ ๘ (1) รัสเซีย (9) ราชาศัพท์ (1) รามเกียรติ์ (1) เรือ (1) เรื่องเก่า (58) เรื่องเล่า (1) โรค (1) โรคระบาด (1) โรงพยาบาล (2) โรงเรียน (9) โรฮิงญา (1) ลอนดอน (1) ล้านนา (1) ลาว (4) โลกร้อน (1) วัด (10) วันสำคัญ (1) วิทยาศาสตร์ (7) วิทยุ (2) วิหาร (4) เวียดนาม (3) ไวรัล (1) ศาสนา (19) ศิลปะ (3) ศิลปาชีพ (1) สงคราม (29) สถานีรถไฟ (1) สเปน (1) สยาม (10) สวนสนุก (1) สวิตเซอร์แลนด์ (1) สังคม (25) สำนวน (8) สิ่งประดิษฐ์ (3) สุขภาพ (6) สุภาพจิต (3) สุสาน (1) หนังแท้ (2) หนังสือ (16) ห้องเรียน (1) เหมาเจ๋อตง (1) เหรียญ (1) อเมริกา (22) อังกฤษ (3) อาหาร (1) อิตาลี (2) อินเดีย (7) อียิปต์ (1) อีสาน (1) แอปพลิเคชัน (3) cpr (1) deep state (1) democracy (1) Diarymisc (3) facebook (1) metaverse (1) Nuclear (1) OPENUP (1) Social media (2) social views (57) startup (1) UNESCO (2)

 
miscthailand