ค้นหาบทความ 🙄



10/05/69

2 สมัยกว่า หรือเกือบ 5 ปี ที่ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ บริหาร กทม.

ตลอดระยะเวลาเกือบ 5 ปี ที่ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชื่อของเขามักมาพร้อมกับภาพของผู้บริหารที่ขยัน ลงพื้นที่ ทำงานหนัก และสื่อสารกับประชาชนอย่างสม่ำเสมอ จนสามารถครองใจคนกรุงเทพฯ จำนวนมาก และได้รับเลือกกลับเข้ามาเป็นผู้ว่าฯ อีกสมัยด้วยคะแนนเสียงเกือบ 1.5 ล้านเสียง


แต่เมื่อมองพ้นจากภาพของการลงพื้นที่ การไลฟ์สด การจัดกิจกรรม และการสื่อสารกับประชาชน แล้วหันกลับมาดู “ผลงานที่เป็นรูปธรรม” ของกรุงเทพมหานคร คำถามที่น่าสนใจกว่า ก็คือ ตลอดเวลาที่ผ่านมา กทม.สามารถแก้ปัญหาใหญ่ๆ ที่กระทบชีวิตคนกรุงเทพฯ ได้มากน้อยเพียงใด ?

โดยเฉพาะ เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่จากฝนที่ตกต่อเนื่อง ปัญหาที่ถูกพูดถึง จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องปริมาณฝนที่มากผิดปกติ แต่เริ่มมีคำถามตามมาถึงความพร้อมของระบบระบายน้ำ การบริหารจัดการน้ำ การแจ้งเตือนประชาชน รวมถึงการเตรียมพื้นที่รับน้ำล่วงหน้า

และหนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบกลับมาพูดถึงอย่างจริงจัง ก็คือ “แก้มลิง” โดยเฉพาะโครงการบึงคู้บอน ซึ่งมีที่มาจากแนวพระราชดำริในการบริหารจัดการน้ำ และเคยอยู่ในแผนของกรุงเทพมหานครมาก่อน

เรื่องนี้ จึงไม่ใช่เพียงคำถามว่า “ทำไมกรุงเทพฯ ถึงน้ำท่วม” แต่กำลังกลายเป็นคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา กรุงเทพมหานคร ตัดสินใจอะไรไปบ้างกับระบบป้องกันน้ำท่วมที่เคยวางแผนเอาไว้ และเหตุผลที่ใช้ในการตัดสินใจเหล่านั้น มีความชัดเจนเพียงพอที่จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้หรือไม่


บทความนี้ จึงอยากลองเรียบเรียงประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เรื่องการบริหารจัดการน้ำ โครงการแก้มลิงบึงคู้บอน ไปจนถึงข้อชี้แจงของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เห็นภาพว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นมีที่มาอย่างไร และมีคำถามอะไรที่ผู้บริหาร กทม. ควรตอบประชาชนให้ชัดเจน



2 สมัยกว่า หรือเกือบ 5 ปี  ที่ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อยู่ในตำแหน่ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 

ดร.ชัชชาติทำอะไรไม่ได้ตามที่หาเสียงไว้แม้แต่เรื่องเดียว

  • บอกน้ำจะไม่ท่วม น้ำก็ท่วม
  • บอกรถจะไม่ติด ก็แทบจะจัดการอะไรไม่ได้เลย
  • บอกค่าโดยสารรถไฟฟ้า 30 บาทตลอดสายก็ทำไม่ได้ แถมยังยื้อ ไม่ตัดสินใจทำให้หนี้สินที่ต้องจ่ายให้กับ BTSC พอกพูนมหาศาลเพราะดอกเบี้ยในที่สุดต้องจ่ายเพราะศาลสั่ง ทำให้เงินเก็บของ กทม.เกือบไม่เหลือ
  • จัดการปัญหาการทุจริต ในกทม.ก็ไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอันสักเรื่อง .... 



ถามว่า ผู้ว่าฯชัชชาติ ทำอะไรได้ผลบ้าง คำตอบ คือ แทบไม่มี  มีก็แต่จัดงานคอนเสิร์ต จัดแอโรบิค ลงพื้นที่ ไลฟ์สดไปเรื่อยๆ ขยันลงพื้นที่เมื่อเกิดภัยพิบัติ ขยันทำ contents ในทุกกรณี ทำให้คนเห็นใจว่าทุ่มเททำงานหนัก เหลือเชื่อ แต่เป็นเรื่องจริง ก็คือ เลือกตั้งสมัยที่ 2 ก็ยังได้คะแนนเกือบ 1.5 ล้านเสียง !!!!

น้ำท่วมครั้งล่าสุด เนื่องจากฝนตกแช่ 2 วัน 2 คืน เสียหายรวมไม่น่าจะต่ำกว่าหมื่นล้าน

ผู้ที่เลือกคุณชัชชาติ  ก็ยังให้อภัย ไม่คิดว่าเป็นความบกพร่องของ กทม. ให้กำลังใจผู้ว่าฯ เห็นใจว่าผู้ว่าฯ บอกผู้ว่าทำดีที่สุดแล้ว ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่า  ที่น้ำท่วมเพราะอะไร ? เชื่อตามที่ผู้ว่าฯ  ให้ข้อมูลว่าฝนตกมากเกินกว่า 200 มิลิเมตร ยังไงก็รับมือไม่ไหว แล้วจึงไปโทษรัฐบาล และโทษนายกรัฐมนตรี ว่าเป็นความผิดของรัฐบาลเต็มๆ 

เมื่อเวลาผ่านไป ข้อมูลต่างๆ ก็เริ่มทะยอยออกมา ตั้งแต่ สาเหตุ ที่แจ้งเตือนช้าเกินไป มีการพร่องน้ำในคลองหลัก 4 แห่ง เพื่อเตรียมระบายน้ำล่วงหน้าเพียงพอหรือไม่ ? เครื่องสูบน้ำทุกเครื่องอยู่ในสภาพพร้อมใชังานหรือไม่ ? ลัวนเป็นเรื่องที่กทม.ตอบคำถามได้อย่างกำกวม ไม่ชัดเจน ....

ถึงกระนั้นก็ตามแฟนๆ ของผู้ว่าฯ  ก็ยังเชื่อมั่นว่า กทม.ได้ทำเต็มที่แล้ว ความบกพร่องจึงไปตกอยู่ที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่รองนายกรัฐมนตรีที่ออกมาบอกว่า “เอาอยู่”


น้ำยังไม่ทันลด ตอก็ผุด เสียแล้ว....

อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่า  ในที่สุดโชคจะไม่เข้าข้างผู้ว่าฯชัชชาติ ในครั้งนี้เสียแล้ว เมื่อคุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และคุณณัฏฐ์ มงคลนาวิน ออกมาเปิดโปงว่า กทม. ยุคของผู้ว่าฯชัชชาติ ไม่ดำเนินการสร้างบึงรับน้ำ “แก้มลิง” ตามแผนของ กทม.ตั้งแต่ก่อนสมัยผู้ว่าฯชัชชาติ ซึ่งจัดทำตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ซึ่งตามแผนต้องมีถึง 6 แห่ง แต่ที่ทั้งสองท่านเน้นในรายละเอียดคือ บึงรับน้ำคู้บอน

แรกๆ ที่เรื่องนี้เป็นข่าว เพจของ กทม.ก็โพสต์แก้ข่าวว่า ไม่ได้ยกเลิก แต่บางแห่งทำประชาพิจารณ์แล้วไม่ผ่าน บางแห่งก็ไม่คุ้มค่าที่จะทำ กทม.ถึงกับโพสต์ตอบโต้ว่าเรื่องนี้เป็น fake news จึงอย่าได้ไปเชื่อ เพราะ กทม.ไม่เคยมีคำสั่งให้ยกเลิก

ต่อมา fake news ที่ กทม.กล่าวหา กลับได้รับความสนใจอย่างมาก ..

ผู้ที่ออกมาเปิดโปงทั้งสองท่าน ได้รับเชิญ ไปออกรายการต่างๆ  แทบไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะ คุณอรรถวิชช์ ซึ่งตามเรื่องนี้มา 5 ปี มีข้อมูลมากมายที่บ่งชี้ว่า เรื่องนี้ ไม่ใช่ fake news ร้อนถึงผู้ว่าฯชัชชาติ ก็จำใจต้องออกมาชี้แจงโต้แย้งข้อกล่าวหาว่า ไปยกเลิกแผนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้อย่างไร ?

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ชี้แจงได้แบบอ้อมๆแอ้ม ไม่เด็ดขาด ไม่ชัดเจน ??

โดยบอกว่า ให้เลิกอ้างในหลวงร.9 ไปเลย เพราะพระองค์ท่านเพียงพระราชทานแนวคิดให้เท่านั้น ไม่ได้ทรงกำหนดจุดที่จะทำแก้มลิงแต่อย่างใด    ซึ่งแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านไม่ได้มีแต่แก้มลิง แต่มีถึง 5 ประการได้แก่ การสร้างเขื่อน สร้างคันกั้นน้ำ ขุดคลองระบายน้ำ ขุดลอกปรับปรุงคูคลอง และโครการ “แก้มลิง” ซึ่งผู้ว่าฯชัชชาติบอกว่า หากจะทำแก้มลิงที่บีงคู้บอนต้องใช้เงินถึง 11,000 ล้านบาท เป็นค่าเวนคืนที่ดิน และค่าปรับปรุงคลองให้มีทางรับน้ำเข้า และทางระบายน้ำออก ซึ่งไม่คุ้ม สู้ไปทำอุโมงค์ และปรับปรุงคูคลอง ใช้เงินน้อยกว่าและอาจจะดีกว่าเสียด้วยซ้ำ และการระงับไม่ดำเนินการต่อ ไม่ได้ทำเพื่อเอื้อประโยชน์แก่เอกชนแต่อย่างใด

ชัดเจนว่า สิ่งที่เพจของ กทม.ระบุว่าเป็น fake news ตัวผู้ว่าชัชชาติบอกเองว่าเป็นความจริง และให้เหตุผลตามที่กล่าวแล้วข้างต้น

อย่างไรก็ดี มีข้อสังเกตจากบุคคลต่างๆ   ในโลกออนไลน์  ที่เป็นข้อโต้แย้งผู้ว่าฯชัชชาติ
ดังจะขอรวบรวมมาให้อ่านกันดังต่อไปนี้

  • ประการที่ 1 การป้องกันน้ำท่วมตามแนวพระราชดำริ 5 ประการ ไม่ใช่สิ่งที่จะทำแทนกันได้ แต่ละแนวทางมีหน้าที่ไม่เหมือนกัน ต้องสอดประสานกัน ไม่ใช่ทำอย่างหนึ่งแล้วไม่ต้องทำอีกอย่างหนึ่ง
  • ประการที่ 2 สำหรับบึงคู้บอน ในยุคของพล.ต.อ อัศวิน ขวัญเมือง ได้ดำเนินการไปจนถึงขั้นผ่านการทำประชาพิจารณ์ ผ่านการอนุมัติจากครม.และได้งบประมาณแล้ว กำลังจะถึงขั้นเวนคืน โดยมีการนำร่างพระราชกฤษฏีกาเวนคืน ไปปักไว้บริเวณที่ดิน “แต่หลังจากมาถึงสมัยของผู้ว่าฯชัชชาติ เรื่องนี้ไม่ได้มีการดำเนินการต่อแต่อย่างใด”
  • ประการที่ 3 ที่ดินดังกล่าว ส่วนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนใหญ่เป็นที่ดินของ บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่ง ซึ่งเจ้าของ เคยเป็นที่ปรึกษาของผู้ว่าฯชัชชาติในสมัยแรก และในขณะนี้ ได้มีการสร้างเป็นบ้านจัดสรร ไปแล้วส่วนหนึ่ง ...
  • ประการที่ 4 ตัวเลขประมาณการในแผนเดิมสำหรับโครงการแก้มลิงที่บึงคู้บอนคือ 254 - 324 ล้านบาท


ยังมีสิ่งที่น่ากังขาเป็นอย่างยิ่ง คือ เรื่องผังเมือง


เนื่องจาก ได้มีการจัดทำผังเมือง ของ กทม.ฉบับใหม่ ในยุคของผู้ว่าฯชัชชาติ ขณะนี้อยู่ในขั้นฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งจะสิ้นสุด ในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ...!!!  
ในผังเมืองฉบับใหม่ดังกล่าว ... โครงการแก้มลิง ที่คู้บอนไม่ปรากฏอยู่ในผังเมืองฉบับนี้ !!!     แต่ที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่า  คือ ในผังเมืองฉบับใหม่ พื้นที่ที่เป็นสีขาว มีเส้นทแยงสีเขียวโดยรวมลดน้อยลงมาก พื้นที่ดังกล่าวข้างต้น เรียกว่า “ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม”  ซึ่งเป็นพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม การเกษตรกรรม และใช้เป็นทางผ่านของน้ำ มีการควบคุมการใช้ประโยชน์อย่างเข้มงวดที่สุด ไม่อาจขออนุญาตสร้างบ้านจัดสรรได้ 



การเปลี่ยนแปลงผังเมืองเช่นนี้ จึงเท่ากับเป็นการลดพื้นที่ที่ใช้เป็นทางผ่านของน้ำ และเพิ่มพื้นที่สามารถก่อสร้างอาคารต่างๆ รวมทั้งที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นตัวขัดขวางทางผ่านของน้ำให้มากขึ้นอย่างมาก !!!  



ผู้บริหาร กทม.ชุดนี้ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร ?

ล่าสุด มีรองปลัด กทม.และผู้แทนบริษัททีมกรุ๊บออกมาแถลงชี้แจง ซึ่งเชื่อได้ว่า เป็นความตั้งใจที่จะไม่ให้ ผู้ว่าฯชัชชาติแถลงเอง ผู้แทนของบริษัททีม ให้เหตุผลว่า . “..บึงคู้บอนสามารถนำมาใช้รับน้ำได้จริงเพียง 5 แสน ลบ.เมตร ทั้งยังต้องปรับปรุงคลองให้เป็นที่รับน้ำและระบายน้ำออกตามหลักของแก้มลิง ราคาเวนคืนก็สูง จึงตัดสินใจไปใช้บึงหนองบอนแทน บึงหนองบอนรับน้ำได้ถึง 10 ล้าน ลบ.เมตร และเป็นบึงธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่ต้องเวนคืนจึงตัดสินใจไปใช้บีงหนองบอนแทน ...” 

นี่เป็นเหตุผลที่รับฟังได้ หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะไม่ได้เป็นการยกเลิกไปเลย แต่เป็นการหาที่ที่เหมาะสมกว่า รับน้ำได้มากกว่า ...

แต่ที่น่ากังขา  คือ เพราะอะไร  ผู้ว่าฯชัชชาติ และในเพจของ กทม.จึงไม่เคยให้ข้อมูลเช่นนี้เลย ?  จึงเป็นไปได้มากกว่า มีการสร้างอุโมงค์บริเวณใกล้บึงหนองบอนจริง แต่ไม่ได้ตั้งใจจะทำเป็นแก้มลิง เพิ่งจะตัดสินใจเช่นนี้ เมื่อมีการนำเรื่องบึงคู้บอนมาแฉ จึงจำเป็นต้องทำบึง ที่ไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นแก้มลิง มาเป็นทำเป็นแก้มลิงเสีย เพื่อรอดพ้นจากข้อกล่าวหาต่างๆ !?

นับว่าเป็นความโชคไม่ดีของผู้ว่าฯชัชชาติ

หากไม่มีฝนตกแช่  (ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน) แล้วทำให้น้ำท่วมกทม. อย่างมโหฬาร กรณีแก้มลิง ที่บึงคู้บอนก็คงไม่เป็นที่ตระหนักรู้กันในวงกว้าง แน่ๆ .... เพราะแม้คุณอรรถวิชช์จะออกมาแฉแต่ก็คงไม่มีใครสนใจกันมากเท่านี้ และก็คงมีคนออกมาปกป้องกันอย่างหนาแน่น แต่บังเอิญมีฝนตกแช่ และเชื่อได้ว่า กทม.ประมาท ไม่ได้พร่องน้ำทุกคลองสำคัญที่ควรพร่อง โดยเฉพาะคลองแสนแสบ ซึ่งมีอุโมงค์ยักษ์ที่พระราม 9 เลือกที่ให้เรือโดยสารวิ่งได้แทนที่จะพร่องน้ำ ทำให้น้ำไปถึงอุโมงค์ได้ช้า เป็นเหตุผลที่ทำให้น้ำท่วมมากกว่าที่ควรจะท่วม ...

นับว่าเป็นไปตามคำทำนายที่เคยเขียนเล่าไว้แล้วตั้งแต่เมื่อ 2 ปีที่แล้วจริงๆ

---------------------------------------

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร
อดีตรองอธิการบดี มธ.
4 ตค 69
Harirak Sutabutr


ข้อมูลเพิ่มเติม 




ยังมีอีกหลายกรณี ที่ชวนเอ๊ะ นะครับ เช่น โครงการบ้านจัดสรร ที่เข้ามาแทนที่ แก้มลิง เป็นโครงการของ บ.อสังหาฯ ที่ชัชชาติเคยเป็นผู้บริหาร ก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่ง ผู้ว่าฯ กทม.  

เรื่องนี้ไม่ธรรมดาแล้วนะครับ  



Admin Bee

สนับสนุน Misc.Today

นี่คือ ลิ้งค์พันธมิตร หรือที่เรียกว่า affiliate link ซึ่งหมายความว่า... หากคุณคลิ๊กลิ้งค์นี้ และซื้อผลิตภัณฑ์ อะไรก็ได้ ฉันจะได้ค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อย สิ่งนี้จะช่วยสนับสนุนเว็บไซด์ และช่วยให้กำลังใจเราต่อไป


  ชาหมักคอมบูชะ Scoby doit  


 



 

คุณอาจสนใจ

5 บทความ ยอดนิยม ในรอบ 30 วัน

🟡 โพสต์แนะนำ

Toxic Positivity คืออะไร ? เข้าใจความคิดบวกที่เป็นพิษในทางจิตวิทยา

เรามักได้ยินคำปลอบใจ  อย่าง “คิดบวกเข้าไว้ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” แต่ในบางสถานการณ์ คำพูดแบบนี้อาจไม่ได้ช่วยเสมอไป นักจิตวิทยาเรียกปรากฏการณ์นี...

Popular Posts


จุลินทรีย์โปรไบโอติก: คอมบูชะเต็มไปด้วยเพื่อนซี้ดีๆ

 

YuenPuen ยืนพื้นเสื้อยืดคอกลม 30 สี ไม่ยืด ไม่ย้วย

 




ป้ายกำกับ / Tag labels

2475 (2) กฎหมาย (10) กรุงเทพ (1) กรุงศรีอยุธยา (11) การเกษตร (14) การพัฒนาตนเอง (10) การเมือง (127) การศึกษา (211) ข้อคิด (21) ขอมไม่ใช่เขมร (15) ข่าวสาร (30) คณะราษฎร (12) คติธรรม (3) คนเล่านิทาน (16) ความเชื่อ (29) ความรู้ (339) ความสุข (8) คอมบูชะ (1) คอมมิวนิสต์ (34) คำทำนาย (2) คำสอน (25) เครื่องดื่ม (5) ชา (2) ชายแดนใต้ (5) เตือนภัย (30) ทหาร (15) ท่องเที่ยว (36) ทำอาหาร (5) เทคโนโลยี (23) ธนาคาร (2) ธรรมชาติ (14) ธรรมะ (8) ธุรกิจ (13) นาซี (1) น้ำส้มสายชูหมัก (2) แนะนำสินค้า (50) บ่อน (1) บุคคล (115) บุญ (3) บุหรี่ (1) แบรนด์ไทย (5) ประชาธิปไตย (103) ประเทศไทย (134) ประธานาธิบดี (2) ประวัติศาสตร์ (214) ปรัชญาชีวิต (33) พระราชกรณียกิจ (4) พระสงฆ์ (16) พิธีกรรม (4) พิพิธภัณฑ์ (12) พุทธทาส (1) พุทธศาสนา (24) เพชรบุรี (2) ภัยพิบัติ (6) ภาคอีสาน (1) ภาพยนตร์ (1) ภาษา (17) ภาษิต (1) ภูมิปัญญา (29) เยาวชน (1) เยาวราช (1) ร้านอาหาร (1) รีวิวหนังสือ (3) เรื่องน่ารู้ (6) เรื่องเล่า (46) โรคระบาด (5) ลอบสังหาร (1) ละคร (1) โลก (17) โลกออนไลน์ (15) วัฒนธรรม (6) วัยชรา (2) วิทยาศาสตร์ (16) ศาสนา (45) ศิริราช (5) ศิลปะ (7) ศิลปาชีพ (1) ศีลธรรม (1) สงขลา (1) สงคราม (79) สมุนไพร (1) สังคม (168) สายสังคม (3) สำนวน (9) สำนวนจีน (1) สิง (1) สิ่งประดิษฐ์ (16) สุขภาพ (43) สุภาพจิต (14) สุภาษิต (1) สุสาน (1) หนังแท้ (4) หนังสือ (34) หนังสือพิมพ์ (1) หนัง AV (1) หนู (1) ออนไลน์ (1) ออสเตรีย (1) อาชีพ (5) อาวุธ (4) อาหาร (19) อิตาลี (3) อีสาน (1) cpr (1) Gen Z (4) handmade (1) kombucha (2) leather (1) metaverse (1) Nuclear (1) vinegar (1)


Miscellaneous | Misc.Today 🌱 . ขับเคลื่อนโดย Blogger.

 
miscthailand