ค้นหาบทความ 🙄



11/27/68

อิสลามอนุญาตให้กินหมูได้ ? คือ ข้อยกเว้นใน"ภาวะอุกฤษฏ์" Dharurah

กฎห้ามกินหมูในศาสนาอิสลาม มีความชัดเจน แต่เมื่อชีวิตตกอยู่ในอันตราย การบริโภคเนื้อหมูเพื่อรักษาชีวิต (Life Preservation) ในภาวะวิกฤต ภายใต้เงื่อนไขใดบ้าง? “ทำไมถึงอนุญาตได้?”, “เมื่อไหร่ถึงจะกินได้?”, “ต้องระวังอะไร?”


อิสลาม กินหมู ฉุกเฉิน

เมื่อความหิวโหยคุกคามชีวิต...

ศาสนาอิสลามอนุญาตให้กินหมูได้จริงหรือ ?

    แอดมิน Misc เชื่อว่า หลายคนทราบดี เรื่อง การรับประทาน "เนื้อหมู" เป็นหนึ่งในข้อห้ามที่เคร่งครัดที่สุดในศาสนาอิสลาม  (เรียกว่า หะรอม หรือสิ่งต้องห้าม)  บัญญัติข้อนี้ เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก แต่มีคนจำนวนไม่น้อย ที่ยังไม่ทราบว่า ภายใต้สถานการณ์ ที่เรียกว่า "ภาวะฉุกเฉิน" หรือ "ความจำเป็นสูงสุด" นั้น ศาสนาอิสลามได้เปิดทางออกที่น่าประทับใจ 

   บทความสั้นๆ สไตล์ Misc.Today ต่อไปนี้ จะพาคุณไปทำความเข้าใจหลักการสำคัญที่ซ่อนอยู่หลังข้อห้ามนี้ ว่า “ทำไมถึงอนุญาตได้?”, “เมื่อไหร่ถึงจะกินได้?”, “ต้องระวังอะไร?” ซึ่งเป็นหลักการที่สะท้อนถึงความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้า (อัลลอฮ์) และการให้คุณค่าสูงสุดต่อ "ชีวิต" ของมนุษย์ บทความนี้จะพาอ่านแบบง่าย ๆ เล่าแบบชัด ๆ เข้าใจง่าย และไม่เครียดแน่นอนครับ



  โดยปกติแล้ว ใน ศาสนาอิสลาม มีข้อบัญญัติที่ชัดเจนมากเกี่ยวกับอาหารที่อนุญาตให้บริโภคได้ (เรียกว่า ฮาลาล) และอาหารที่ต้องห้าม (เรียกว่า ฮารอม หรือ หะรอม)  เนื้อหมู  และผลิตภัณฑ์จากหมูนั้น ถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ของสิ่งต้องห้ามอย่างเด็ดขาด


🚨 “ละเว้นข้อห้ามชั่วคราว” เพื่อรักษาชีวิตได้

     แต่ชีวิตคนเรานั้น ไม่ได้ดำเนินไปอย่างราบรื่นเสมอไปครับ  ในบางครั้ง เราอาจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายถึงขั้นวิกฤต ซึ่งเป็นภาวะที่เรียกว่า "สถานการณ์ฉุกเฉิน" หรือ "ภาวะอุกฤษฏ์" (Dharurah หรือ Darurat ในภาษาอาหรับ)

อิสลามให้ความสำคัญกับชีวิตมนุษย์เหนือสิ่งอื่นใด และนี่คือ ที่มาของหลักการที่ชื่อว่า “Ḍarūra” (ดอรูเราะฮ์) ซึ่งหมายถึง “ความจำเป็นสุดขีดที่ห้ามหลีกเลี่ยง”

เพราะชีวิตคือสิ่งสำคัญ — คัมภีร์พูดไว้อย่างไร?

.... แม้อัลกุรอาน  จะระบุรายการอาหารต้องห้ามไว้ชัดเจน เช่น ซากสัตว์ , เลือด และ เนื้อหมู แต่ก็มี “ประโยคสำคัญ” ที่ นักวิชาการอิสลามทั่วโลก ใช้เป็นหลักในการตีความกรณีภาวะฉุกเฉิน ... คัมภีร์กล่าวว่า…

"แท้จริงแล้ว พระองค์เพียงแต่ทรงห้ามพวกเจ้าซึ่งสิ่งที่เป็นซากสัตว์ และเลือด และเนื้อหมู และสิ่งที่ถูกเปล่งนามอื่นจากอัลลอฮ์ (ขณะเชือด) แต่ผู้ใดถูกบีบคั้น (ด้วยความจำเป็น) โดยมิใช่ผู้ขัดขืน และมิใช่ผู้ละเมิดขอบเขตแล้ว ก็ไม่มีบาปใด ๆ แก่เขา แท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเมตตาเสมอ"

(อ้างอิงจากความหมายของคัมภีร์อัลกุรอาน ซูเราะฮ์อัล-บะเกาะเราะฮ์ (บทที่ 2) อายะฮ์ (โองการ) ที่ 173)


แปลให้เข้าใจง่าย ๆ คือ “ถ้าการไม่กินจะทำให้ตาย — การกินจึงไม่เป็นบาป”

นี่คือหัวใจของหลัก “Ḍarūra” ทั้งหมด


  • Ḍarūra คืออะไร? (เล่าให้เข้าใจใน 1 นาที)
Ḍarūra = ความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
สถานการณ์ที่ ถ้าไม่ทำสิ่งต้องห้าม ชีวิตอาจเสียหายรุนแรงหรือตกอยู่ในอันตราย
นักกฎหมายอิสลามสรุปเป็นเงื่อนไขง่าย ๆ แบบ “ภาษาคนธรรมดา” ดังนี้ ...

✔ 1. ต้องเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉินจริง ๆ - ไม่ได้ตั้งใจหาเรื่อง เช่น “อยากลองกินหมู เลยบอกว่าฉุกเฉิน” ไม่ได้นะครับ

✔ 2. ไม่มีทางเลือกอื่นที่ฮาลาลหรือปลอดภัยกว่า - ถ้ามีอาหารฮาลาลอยู่ แล้วมาช่วยอ้างว่าจำเป็น อันนี้ไม่เข้าข่าย

✔ 3. กินได้เฉพาะ “เท่าที่จำเป็น” – ไม่ได้หมายความว่ากินเป็นมื้อใหญ่ หมายถึงกินพอให้รอดชีวิต เพื่อให้ร่างกายอยู่รอดต่อไปได้

✔ 4. เมื่อพ้นเหตุฉุกเฉินแล้ว ต้องกลับมาทำตามหลักศาสนา – ห้ามใช้ข้อยกเว้นแบบต่อเนื่องหรือเป็นนิสัย


ตัวอย่างสถานการณ์จริงที่อนุญาต

เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น ผมยกตัวอย่างที่ใช้จริงในโลกของการ ออกฟัตวา***

  1. คนติดอยู่กลางทะเล/ทะเลทราย ไม่มีอาหารอื่นเลย  ... ถ้าร่างกายใกล้ตาย แล้วมีเฉพาะอาหารที่ต้องห้าม เช่น เนื้อหมู  → อนุญาตให้กิน “เพียงพอให้รอดชีวิต”

  2. ผู้ป่วยต้องได้รับยา / วัคซีนที่มีส่วนประกอบจากหมู .... บางกรณี แพทย์ยืนยันว่า ไม่มียาทดแทน หรือทางเลือกอื่นอาจเสี่ยงกับชีวิต  → หลัก Ḍarūra อาจถูกใช้ 
    (และนักวิชาการบางท่านยังใช้หลัก istihāla — การเปลี่ยนสภาพสารจนไม่เหลือสภาพเดิม)

  3. เหตุการณ์ภัยพิบัติ อาหารช่วยเหลือมีจำกัด   เช่น น้ำท่วมใหญ่ ไฟไหม้ ค่ายลี้ภัย หรือเหตุฉุกเฉินด้านมนุษยธรรม  หากไม่มีอาหารฮาลาลเหลือ → กินได้เท่าที่จำเป็น

*** การ "ออกฟัตวา" คือการที่ มุฟตี (นักกฎหมายอิสลามผู้ทรงคุณวุฒิ) ออก คำวินิจฉัยหรือคำตอบ ทางกฎหมายอิสลาม (ชารีอะฮ์) เพื่อตอบคำถามจากบุคคล ศาล หรือรัฐบาล วัตถุประสงค์คือการให้คำแนะนำ ชี้แจงเกี่ยวกับหลักการศาสนาอิสลามในประเด็นต่างๆ เช่น การดำเนินชีวิต การปฏิบัติศาสนกิจ การเงิน และพฤติกรรมส่วนบุคคล


ข้อควรรู้ 
“ข้อยกเว้นไม่ได้ลบล้างกฎเดิม” นี่เป็นจุดสำคัญที่อาจมีคนเข้าใจผิด อยู่มากครับ ....

ข้อยกเว้น = ทางรอด ... ไม่ใช่ใบอนุญาตถาวร

สิ่งที่ยังคงเหมือนเดิม : อิสลามยัง “ห้ามกินหมู” ตามปกติ
การอนุญาตมีเฉพาะตอนฉุกเฉินสุดขีด
ไม่ได้เปลี่ยนกฎ แต่เป็นการ “เปิดพื้นที่ให้ชีวิตรอดก่อน”

วิธีคิดนี้สะท้อนหนึ่งในหลักใหญ่ของศาสนาอิสลามคือ
การคุ้มครองชีวิตมนุษย์ (Hifz al-Nafs)
ซึ่งถือเป็นวัตถุประสงค์ระดับสูงของชาริอะฮ์




แหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ 

  1. Quran.com – Surah Al-Baqarah 2:173 https://quran.com/en/al-baqarah/173  
  2. IslamWeb Fatwa – "Eating pork in case of dire necessity" https://www.islamweb.net/en/fatwa/117406 International Islamic Fiqh Academy – Resolutions & Recommendations https://iifa-aifi.org/wp-content/uploads/2021/12/Resolutions-Recommendations-of-the-IIFA-Official-Edition-Oct-2021.pdf
  3. Journal Article (Bioethics & Medicine) – การใช้หลัก Ḍarūra ในการแพทย์  https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC12630210/


Admin Bee

สนับสนุน Misc.Today

นี่คือ ลิ้งค์พันธมิตร หรือที่เรียกว่า affiliate link ซึ่งหมายความว่า... หากคุณคลิ๊กลิ้งค์นี้ และซื้อผลิตภัณฑ์ อะไรก็ได้ ฉันจะได้ค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อย สิ่งนี้จะช่วยสนับสนุนเว็บไซด์ และช่วยให้กำลังใจเราต่อไป


  ชาหมักคอมบูชะ Scoby doit  


 



 

คุณอาจสนใจ

5 บทความ ยอดนิยม ในรอบ 30 วัน

🟡 โพสต์แนะนำ

ภาวะ กตัญญูเฉียบพลัน คืออะไร ?

     ภาวะกตัญญูเฉียบพลัน เป็นคำที่ บุคลากรทางการแพทย์  ใช้เรียกอย่างไม่เป็นทางการ เพื่ออธิบายถึงพฤติกรรมของญาติบางกลุ่ม ที่มักเกิดขึ้นในช่วง...

Popular Posts


จุลินทรีย์โปรไบโอติก: คอมบูชะเต็มไปด้วยเพื่อนซี้ดีๆ

 
 




ป้ายกำกับ / Tag labels

2475 (2) กฎหมาย (9) กรุงศรีอยุธยา (11) การเกษตร (14) การพัฒนาตนเอง (7) การเมือง (122) การศึกษา (200) ข้อคิด (20) ขอมไม่ใช่เขมร (15) ข่าวสาร (29) คณะราษฎร (12) คติธรรม (3) คนเล่านิทาน (16) ความเชื่อ (27) ความรู้ (321) ความสุข (4) คอมบูชะ (1) คอมมิวนิสต์ (34) คำทำนาย (2) คำสอน (24) เครื่องดื่ม (5) จริยธรรม (1) ชา (2) ชายแดนใต้ (5) ซีเกมส์2025 (1) เตือนภัย (27) ทหาร (15) ท่องเที่ยว (33) ทำอาหาร (5) เทคโนโลยี (19) ธนาคาร (2) ธรณี (1) ธรรมชาติ (13) ธรรมะ (8) ธุรกิจ (13) นาซี (1) น้ำส้มสายชูหมัก (2) แนะนำสินค้า (50) บริการ (6) บ่อน (1) บุคคล (114) บุญ (3) บุหรี่ (1) แบรนด์ไทย (5) โบสถ์ (2) ประชาธิปไตย (101) ประเทศไทย (127) ประธานาธิบดี (2) ประวัติศาสตร์ (211) ปรัชญาชีวิต (30) ผลิต (3) พระราชกรณียกิจ (4) พระสงฆ์ (15) พิธีกรรม (2) พิพิธภัณฑ์ (11) พุทธทาส (1) พุทธศาสนา (22) เพชรบุรี (2) ภัยพิบัติ (5) ภาคอีสาน (1) ภาพยนตร์ (1) ภาษา (15) ภาษิต (1) ภูมิปัญญา (28) มุสลิม (2) แม่ (2) ยูเครน (3) ยูนนาน (1) เยาวชน (1) เยาวราช (1) ระบบนิเวศน์ (1) ระเบิด (3) ร้านอาหาร (1) รีวิวหนังสือ (3) เรื่องน่ารู้ (2) เรื่องเล่า (46) โรคระบาด (5) โรงงาน (1) โรงหนัง (1) ลอบสังหาร (1) ละคร (1) ล้านนา (3) ลิง (1) โลก (16) โลกออนไลน์ (12) วัฒนธรรม (6) วัยชรา (2) วิทยาศาสตร์ (16) วิหาร (4) ศาสนา (44) ศิริราช (5) ศิลปะ (7) ศิลปาชีพ (1) ศีลธรรม (1) สงขลา (1) สงคราม (79) สมุนไพร (1) สังคม (156) สายสังคม (3) สำนวน (9) สำนวนจีน (1) สิง (1) สิ่งประดิษฐ์ (15) สุขภาพ (42) สุภาพจิต (12) สุภาษิต (1) สุสาน (1) หนังแท้ (4) หนังสือ (34) หนังสือพิมพ์ (1) หนัง AV (1) หนู (1) ออนไลน์ (1) ออสเตรีย (1) อาชีพ (6) อาวุธ (4) อาหาร (19) อิตาลี (3) อีสาน (1) ai (1) ChatGPT (1) cpr (1) Diarymisc (2) eSports (1) Gen Z (2) handmade (1) kombucha (2) leather (1) marxism (1) metaverse (1) Nuclear (1) OPENUP (1) social science (3) social views (21) Sompob Pordi (8) startup (1) UNESCO (4) vinegar (1)


Miscellaneous | Misc.Today 🌱 . ขับเคลื่อนโดย Blogger.

 
miscthailand