"มนุษย์เรา มักจะเอาความสุขไปผูกไว้กับสายตาของผู้อื่นเสมอ เราดีใจเมื่อถูกรัก เสียใจเมื่อถูกเกลียด และวุ่นวายใจเมื่อถูกมองข้าม ...
แต่คุณรู้ไหมครับว่า... ความรู้สึกเหล่านั้น อาจไม่ได้มีเงื่อนไขเพราะ “ตัวเรา” ทั้ง 100% เสมอไป เรื่องราวของ “ดวงอาทิตย์” กับผู้คน 3 รูปแบบ ที่ผมกำลังจะเล่าต่อไปนี้ คือ บทเรียนสำคัญ ที่ช่วยให้ผม และคุณอาจตระหนักได้ว่า หน้าที่ของเรา คือการส่องแสง ส่วนหน้าที่ของคนอื่น คือการตัดสินใจว่าเขาจะใช้ประโยชน์จากแสงนั้นอย่างไร..."
🌞 บทเรียนจากดวงอาทิตย์
"... เมื่อความรักและความเกลียด... ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรา..."ในโลกที่มีผู้คนนับพันล้านคน ไม่ว่าเราจะพยายามทำตัวให้ดีแค่ไหน หรือ ใช้ชีวิตให้สมบูรณ์แบบเพียงใด เชื่อไหมครับว่า... ท้ายที่สุดแล้ว ความรู้สึกที่คนอื่นมีต่อเรา จะถูกจัดกลุ่ม เหลือเพียง 3 รูปแบบ เท่านั้น คือ...
- คนที่รักเรา
- คนที่เกลียดเรา
- คนที่เฉยๆ กับเรา
และสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น ก็คือ ความรู้สึกทั้ง 3 แบบนี้ มัน "ไม่เคยคงที่" ... เมื่อวานรัก วันนี้อาจเกลียด พรุ่งนี้อาจเฉยๆ มะรืนอาจจะรัก ... ทั้งหมดนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราเป็น แต่มันขึ้นอยู่กับ "บริบทชีวิตของเขา"🌅 หน้าที่ของดวงอาทิตย์
อยากให้ลองเปรียบตัวเราเป็น "ดวงอาทิตย์" นะครับ .... ดวงอาทิตย์ทำหน้าที่ของมัน อย่างสม่ำเสมอ และซื่อสัตย์ "ส่องแสงตั้งแต่รุ่งเช้าในเวลาตีห้าครึ่ง และลาลับขอบฟ้าไปตอนหกโมงครึ่งในทุกๆวัน" ดวงอาทิตย์ ไม่เคยเกเร ไม่เคยอู้งาน และไม่เคยเปลี่ยนมาตรฐานของแสงแดดเลย ...
แต่ในความสม่ำเสมอนี่เอง... ทำไม ... ผู้คนกลับรู้สึกกับดวงอาทิตย์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง... ??
จะมีคนที่รู้สึกกับดวงอาทิตย์ 3 แบบครับ
- นาย A (คนที่รักเรา)
.... วันนี้เป็นวันหยุดของเขา นาย A มีผ้ากองโตที่ต้องซัก แสงแดดที่แผดเผา จึงเป็น "ฮีโร่" สำหรับเขา นาย A จะรู้สึกขอบคุณ และรักดวงอาทิตย์มาก เพราะทำให้ผ้าของเขาแห้งไวและหอมแดด
- นาย B (คนที่เกลียดเรา)
... ในวันเดียวกันนั้นเอง ... นาย B ที่ต้องรีบไปพรีเซนต์งานสำคัญ ระหว่างเดินทาง ท่ามกลางรถติดมหาศาล เขาตัดสินใจทิ้งรถ แล้วกระโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แสงแดดที่แผดเผา (ดวงเดียวกับที่นาย A รัก) กลับทำให้นาย B เหงื่อโชก หงุดหงิด และร้อนรน นาทีนั้น นาย B จะรู้สึก "เกลียด" แสงแดดนี้เหลือเกิน
- นางสาว C (คนที่เฉยๆ กับเรา)
...ขณะที่นาย A และ B กำลังมีอารมณ์ร่วม กับแสงแดด แม้จะแตกต่างกันไปก็ตามที แต่นางสาว C นั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศแอร์เย็นฉ่ำ เธอกำลังตระเตรียมเอกสารอย่างขะมักเขม้น โดยไม่ได้มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยซ้ำ สำหรับเธอแล้ว ดวงอาทิตย์ จะมีอยู่หรือไม่มี ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อความรู้สึกของเธอเลยแม้แต่น้อย....
คือความจริงที่ต้องยอมรับ
เห็นไหมครับว่า... ดวงอาทิตย์ก็ยังเป็นดวงเดิม ทำหน้าที่เดิม ด้วยมาตรฐานเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ "สถานการณ์" ของผู้รับ
ถ้าวันนี้ คุณทำหน้าที่ของคุณดีที่สุดแล้ว แต่ยังมีคน ต่อว่า หรือเกลียดชังคุณ ขอให้รู้ไว้ว่า นั่นอาจเป็นเพราะเขากำลังเผชิญกับ "แดดร้อน" ในชีวิตของเขาอยู่ ซึ่งมันไม่ใช่ความผิดของคุณเลย ....
แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ไม่ควรหลงระเริงไปกับคำสรรเสริญของคน ที่รักเราจนเกินไป เพราะในวันที่บริบทชีวิตของเขาเปลี่ยน .... เช่น
- นาย A จากที่เคยรักเรา อาจจะเกลียดเราก็ได้ ถ้าอีกวันเขาต้องออกไปตากแดดในวันที่เร่งรีบ
- นาย B จากที่เคยเกลียดเรา อาจจะหันมาขอบคุณเรา ในวันที่เขาต้องการซักผ้า ....
ไม่มีใครชอบเราตลอดไป และไม่มีใครเกลียดเราตลอดกาล การคาดหวังจะเป็นที่รักของทุกคน คือ การตั้งโจทย์ที่เป็นไปไม่ได้ ....
หน้าที่ของเรา ไม่ใช่การทำให้ทุกคนพอใจ แต่คือ การทำหน้าที่เป็น "ดวงอาทิตย์" ที่ส่องแสงอย่างสม่ำเสมอ และดีที่สุดในแบบของเรา ใครจะได้รับประโยชน์จากแสงนั้นแล้วรักเรา หรือใครจะร้อนจนเกลียดเรา... นั่นเป็นเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา
☀️ ปรัชญาดวงอาทิตย์
เปรียบตัวเรา เป็นดั่ง ดวงอาทิตย์
ส่องชีวิต สม่ำเสมอ ตามหน้าที่
ขึ้นและตก ตรงเวลา เป็นล้านปี
ด้วยวิถี แสงสว่าง อย่างที่เป็น
คนซักผ้า ย่อมรัก แสงแดดส่อง
เพราะสมปอง ผ้าแห้ง อย่างที่เห็น
คนเดินทาง กลางแดด ย่อมลำเค็ญ
กลับมองเป็น แสงร้าย ที่ทำลาย
ส่วนบางคน นั่งอยู่ ในห้องแอร์
เขาไม่แคร์ แสงเรา ที่ส่องฉาย
จึงเฉยเฉย ไม่รัก หรือกลับกลาย
ความหมายเรา จึงต่างไป ในสายตา
บทเรียนคือ "ความรัก" หรือ "ความเกลียด"
ไม่ได้วัด ที่เราเลิศ หรือเลอค่า
แต่อยู่ที่ "มุมมอง" ของคนมองมา
เปลี่ยนไปตาม เวลา และบริบท
หากมั่นใจ ว่าเรา ทำดีแล้ว
จงแน่วแน่ ในวิถี ไม่ท้อถด
ใครจะชม ใครจะแช่ง อย่าไปจด
ให้มันจบ... เป็นเรื่อง... ของเขาเอง
เปรียบตัวเรา เป็นดั่ง ดวงอาทิตย์
ส่องชีวิต สม่ำเสมอ ตามหน้าที่
ขึ้นและตก ตรงเวลา เป็นล้านปี
ด้วยวิถี แสงสว่าง อย่างที่เป็น
คนซักผ้า ย่อมรัก แสงแดดส่อง
เพราะสมปอง ผ้าแห้ง อย่างที่เห็น
คนเดินทาง กลางแดด ย่อมลำเค็ญ
กลับมองเป็น แสงร้าย ที่ทำลาย
ส่วนบางคน นั่งอยู่ ในห้องแอร์
เขาไม่แคร์ แสงเรา ที่ส่องฉาย
จึงเฉยเฉย ไม่รัก หรือกลับกลาย
ความหมายเรา จึงต่างไป ในสายตา
บทเรียนคือ "ความรัก" หรือ "ความเกลียด"
ไม่ได้วัด ที่เราเลิศ หรือเลอค่า
แต่อยู่ที่ "มุมมอง" ของคนมองมา
เปลี่ยนไปตาม เวลา และบริบท
หากมั่นใจ ว่าเรา ทำดีแล้ว
จงแน่วแน่ ในวิถี ไม่ท้อถด
ใครจะชม ใครจะแช่ง อย่าไปจด
ให้มันจบ... เป็นเรื่อง... ของเขาเอง
ในวันที่เราถูกเกลียด ไม่ได้แปลว่าเราเลวร้าย
ในวันที่เราถูกชม ก็ไม่ได้แปลว่าเราวิเศษไปกว่าใครมันแค่เป็นวันที่ "แสงของเรา" ไปถูกใจ หรือไปรบกวนใครเข้า
ก็เท่านั้นเอง....
"จงรักษาความสว่างในใจเราไว้ให้ดีที่สุด... นั่นคือหน้าที่เดียวที่สำคัญ"
หมายเหตุ : บทความนี้ ถูกเรียบเรียงขึ้นจากความทรงจำ ที่เคยได้อ่าน และประทับใจมานานกว่า 10 ปี จากแหล่งข้อมูลในอดีต ที่ตอนนี้ ผมไม่สามารถระบุชื่อผู้แต่งดั้งเดิมได้ชัดเจน หากท่านใดทราบที่มาหรือเจ้าของผลงานต้นฉบับ สามารถแจ้งเรา เพื่อให้ทางเราลงเครดิตย้อนหลังให้ถูกต้องได้ครับ ขอบคุณเจ้าของความคิดเรื่อง "ดวงอาทิตย์" ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนมาอย่างยาวนาน
ผมมีเรื่องราวอื่นๆ ที่อยากจะแนะนำ






