เมื่อ “กฎหมาย”
กลายเป็นอาวุธ
บทเรียนจากการกินรวบอำนาจผ่านรัฐธรรมนูญ
บทเรียนจากการกินรวบอำนาจผ่านรัฐธรรมนูญ
ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย รัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2489 มักถูกยกย่องว่าเป็น "ยุคทองของประชาธิปไตย" เนื่องด้วยมีการตัดอำนาจของกองทัพ ออกไปอย่างชัดเจน ยกเลิก ส.ส. ประเภทแต่งตั้ง และมอบสิทธิเสรีภาพ แก่ประชาชนอย่างเต็มที่....
แต่ .....
ภายใต้ภาพลักษณ์อันสวยหรูนั้น กลับแฝงไปด้วยกลไกที่ถูกออกแบบมาเพื่อ "การสืบทอดอำนาจ" ของกลุ่มการเมืองบางกลุ่มอย่างแนบเนียน !?
ภายใต้ภาพลักษณ์อันสวยหรูนั้น กลับแฝงไปด้วยกลไกที่ถูกออกแบบมาเพื่อ "การสืบทอดอำนาจ" ของกลุ่มการเมืองบางกลุ่มอย่างแนบเนียน !?
1. ประชาธิปไตยที่ถูกกำกับโดย "กติกาพรรคพวก"
แม้จะมีการประกาศใช้ระบบสองสภา (สภาล่างและสภาสูง) ที่ดูเป็นสากล แต่ในบทเฉพาะกาล กลับมีการระบุว่า วุฒิสภาชุดแรกไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง แต่ให้ ส.ส. ชุดเก่า ( ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสายตรงของกลุ่มผู้มีอำนาจในขณะนั้น ) เป็นผู้เลือก ซึ่งการเขียนกติกาให้คนของตัวเองมาเลือกพรรคพวกของตัวเองนี้เอง คือ ต้นตอของ "เผด็จการรัฐสภา" ที่มีความชอบธรรมทางกฎหมายรองรับแบบ 100%
แม้จะมีการประกาศใช้ระบบสองสภา (สภาล่างและสภาสูง) ที่ดูเป็นสากล แต่ในบทเฉพาะกาล กลับมีการระบุว่า วุฒิสภาชุดแรกไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง แต่ให้ ส.ส. ชุดเก่า ( ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสายตรงของกลุ่มผู้มีอำนาจในขณะนั้น ) เป็นผู้เลือก ซึ่งการเขียนกติกาให้คนของตัวเองมาเลือกพรรคพวกของตัวเองนี้เอง คือ ต้นตอของ "เผด็จการรัฐสภา" ที่มีความชอบธรรมทางกฎหมายรองรับแบบ 100%
2. การใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือผูกขาด
การครองอำนาจในรูปแบบนี้ ไม่ได้ใช้ความรุนแรงหรือกำลังทหารเป็นที่ตั้ง แต่ใช้ "กฎหมาย" เป็นอาวุธในการ ....
- กีดกันฝ่ายตรงข้าม.... ออกกฎเกณฑ์ที่ทำให้คู่แข่งทางการเมืองเสียเปรียบจนไร้ที่ยืน
- สร้างความชอบธรรม.... ใช้เสียงข้างมากในสภา (ที่ได้มาจากการวางหมากไว้ล่วงหน้า) เพื่อรับรองการตัดสินใจต่างๆ ให้ดูเป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตย
- การควบคุมเบื้องหลัง...... มีการใช้ตัวแทน (Proxy) หรือ "หุ่นเชิด" ในตำแหน่งบริหาร เพื่อให้ผู้มีอำนาจตัวจริงสามารถชักใยอยู่เบื้องหลังได้ตลอดเวลา
ความพยายามในการใช้เสียงข้างมาก เพื่อปิดปากฝ่ายค้าน และกินรวบอำนาจผ่านตัวบทกฎหมาย ท้ายที่สุดแล้ว มักจะนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นในสังคม เมื่อประชาชน หรือฝ่ายอื่นๆ รู้สึกว่า กติกาไม่เป็นธรรมและไม่มีทางออกในระบบ ประชาธิปไตยที่ควรจะเป็นที่พึ่งของทุกคน จึงพังทลายลง และกลายเป็นการเปิดประตูให้ "อำนาจนอกระบบ" กลับเข้ามาแทรกแซงอีกครั้ง ...
สรุปได้ว่า...
Tweet
การครอบครองอำนาจที่ยั่งยืน และอันตรายที่สุด อาจไม่ใช่การใช้กำลังทหาร แต่คือการใช้ กฎหมายที่ถูกออกแบบมาอย่างมีอคติ” เพื่อสร้างความได้เปรียบให้ตนเองและพวกพ้อง ภายใต้หน้ากากของคำว่าประชาธิปไตย นั่นเอง



