ย้อนรอยหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยกับรัฐธรรมนูญฉบับปี 11 ที่ใช้เวลาร่างนานถึง 10 ปี แต่กลับจบลงด้วยการรัฐประหารตัวเองของจอมพลถนอม ร่วมถอดบทเรียนวงจรอุบาทว์ เมื่อกฎหมายสูงสุดกลายเป็นเพียงเครื่องมือต่อรองผลประโยชน์และสืบทอดอำนาจที่กัดกินประเทศ
วงจร (อุบาทว์)
การเมืองไทย
เมื่อรัฐธรรมนูญกลายเป็นเพียงเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจ
ประวัติศาสตร์การเมืองไทย มักถูกเปรียบเทียบว่าเป็นเหมือน “หนังรีเมค” ที่มีเนื้อเรื่องเดิม พล็อตเดิม เพียงแค่เปลี่ยนตัวละคร และผู้เล่นไปตามยุคสมัย หนึ่งในเหตุการณ์ ที่สะท้อนภาพนี้ ได้อย่างชัดเจนคือ ช่วงรอยต่อระหว่างยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และจอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญที่ยาวนานที่สุดฉบับหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย
รัฐธรรมนูญฉบับ10 ปี”
กลยุทธ์การดึงเวลา
หลังจากรับไม้ต่ออำนาจ ... จอมพลถนอม กิตติขจร ได้ใช้กลยุทธ์การร่างรัฐธรรมนูญเป็นข้ออ้าง เพื่อรักษาอำนาจของตนเอง โดยใช้เวลาในการร่างยาวนานถึง 10 ปีเต็ม !!! ไม่ใช่เพราะเนื้อหาที่ซับซ้อน แต่เป็นการประวิงเวลาเพื่อไม่ให้นักการเมือง กลับเข้ามาในสภาได้โดยง่าย จนกระทั่งรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2511 ได้ประกาศใช้...กับดักนักการเมือง:
มาตรา 139
รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีการวางแผนเพื่อ “ดัก” นักการเมืองไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะในมาตรา 139 ที่ระบุ ห้ามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อป้องกันไม่ให้นักการเมือง เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารประเทศ และเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์วุ่นวายที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ....
เมื่อแผนการล้มเหลว
เกิดการต่อรองผลประโยชน์ในสภาฯ
อย่างไรก็ตาม แผนการนี้กลับไม่ได้ผลตามที่คาดไว้ เมื่อมีการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2512 ส.ส.จากพรรครัฐบาลที่ผิดหวังจากการไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี ได้รวมตัวกัน ต่อรองผลประโยชน์ผ่านการพิจารณางบประมาณแผ่นดิน มีการขู่คว่ำงบประมาณหากไม่ได้รับเงินดูแลหรือโครงการในพื้นที่ จนเกิดภาพพจน์การเมืองที่ "เละเทะ" มีการแจกเงิน ส.ส. เป็นรายเดือนเพื่อให้โหวตผ่านกฎหมาย
การ “รีเซ็ต” อำนาจ
ด้วยการ
รัฐประหารตัวเอง !!
ด้วยความอัดอั้นจากปัญหาการต่อรองผลประโยชน์ของนักการเมือง ในคืนวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 จอมพลถนอมจึงตัดสินใจ “กดปุ่มรีเซ็ต” ด้วยการทำรัฐประหารรัฐบาลของตัวเอง ยุบสภา และฉีกรัฐธรรมนูญที่ใช้เวลาสร้างมาถึง 10 ปีทิ้งไปในทันที
บทเรียนจากอดีต
วงจรอุบาทว์ที่ยังไม่สิ้นสุด
เหตุการณ์นี้สอนให้รู้ว่า การใช้เวลาในการร่างรัฐธรรมนูญที่ยาวนาน อาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาพื้นฐานของการเมืองไทย หากนักการเมือง และผู้กุมอำนาจยังคงมุ่งเน้นที่ผลประโยชน์ส่วนตน มันจะกลายเป็น “วงจรอุบาทว์” ที่วนเวียนอยู่กับการยึดอำนาจ ร่างรัฐธรรมนูญ เลือกตั้ง และความวุ่นวายทางการเมืองตราบใดที่เรายังไม่สามารถแก้ไขพฤติกรรม
“ฉลาดแกมโกง” ของนักการเมืองและผู้มีอำนาจได้
ประวัติศาสตร์การเมืองไทยก็คงเป็นเพียง หนังม้วนเดิม ที่ฉายซ้ำไปซ้ำมา
โดยมีรัฐธรรมนูญเป็นเพียงเครื่องมือแห่งอำนาจ
และทิ้งให้อนาคตของประชาชนยังคงมืดมนต่อไป

Admin Bee
สนับสนุน Misc.Today
นี่คือ ลิ้งค์พันธมิตร หรือที่เรียกว่า affiliate link ซึ่งหมายความว่า... หากคุณคลิ๊กลิ้งค์นี้ และซื้อผลิตภัณฑ์ อะไรก็ได้ ฉันจะได้ค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อย สิ่งนี้จะช่วยสนับสนุนเว็บไซด์ และช่วยให้กำลังใจเราต่อไป