ค้นหาบทความ 🙄





11/27/63

สวะสังคม Loser เหยียดสังคม ชังชาติ อันธพาลทางความคิด

สวะสังคม ใช้คำภาษาอังกฤษว่า (Social) Scumbag คือ คนหรือกลุ่มคนที่แสดงอาการเหยียดหยันสังคม ชังชาติ

มีพฤติกรรมเป็นอันธพาลทางความคิด เสพติดการเล่นสนุกด้วยการยั่วยุ คนอื่นและสังคมให้เดือดร้อนรำคาญ หงุดหงิด โกรธแค้น ชิงชังคนอื่น โดยไม่จำเป็นที่ "เหยื่อ" แห่งพฤติกรรมนี้จะต้องรู้จักกัน มีเหตุให้ทะเลาะเบาแว้งแค้นเคืองใดๆ กันมาก่อน 

พฤติกรรมของสวะสังคม 

 สวะสังคม Loser


    คือการแสดงอำนาจทางอารมณ์ และความรู้สึกเหนือเหยื่อ เหนือสังคม ที่สังคมจัดว่าเป็นพฤติกรรม "ละเมิด" ผู้อื่น เป็นพฤติกรรมต่ำช้าเลวทราม และ "ไม่ได้ก่อประโยชน์ใดๆ" ทั้งแก่ตัวเอง คนอื่น หรือสังคมใดๆ เลยแม้แต่น้อย แม้ว่าพฤติกรรมบางกรณีเหมือนจะเป็นความคิด แต่แท้จริง inner ของสวะสังคมนั้นไม่ได้เป็นแรงขับดันเพื่อก่อพุทธิปัญญาใดๆ ให้แก่เหยือและสังคมโดยรวมเลยแม้แต่น้อย

    การแสดงความเหนือกว่าด้านอารมณ์ความรู้สึกจากเหล่าสวะสังคมนี้ ไม่ต่างอะไรกับสัตว์ ที่แสดงพฤติกรรมทางกายภาพเพื่อ ข่มขู่ให้สัตว์ตัวอื่นหวั่นเกรงหรือหวาดกลัวเมื่อสัตว์เหล่านั้นต่อสู้กันเอง หรือกำลังป้องกันตัวเองจากสัตว์ผู้ล่า เช่น แมวพองขน โก่งตัว ให้ดูตัวใหญ่ขึ้น แยกเขี้ยวใส่กันเมื่อกำลังจะต่อสู้กัน ทั้งที่จริงแล้ว แมวตัวนั้นอาจไม่ได้มีพละกำลังทางร่างกายที่แท้จริงใดๆ เหนือกว่าสัตว์ตัวอื่น อย่างหมา หรือมนุษย์ เลยด้วยซ้ำ

จึงนำไปสู่การวิเคราะห์ได้ว่า พฤติกรรมของสวะสังคมนั้น

แท้จริงแล้ว กำลังข่มขู่คุกคามคนอื่นและสังคม เพื่ออะไร ???

    ไม่ต่างจากตัวอย่างเรื่องแมวข้างต้น สวะสังคม แสดงพฤติกรรมต่ำทรามเหล่านี้ เพื่อปิดบังอำพรางซ่อนเร้นความอ่อนแอ ความไร้สามารถ ไร้สติปัญญา ที่เป็นตัวตนเบื้องลึกที่แท้จริงเอาไว้ไม่ให้คนอื่นรู้ ชิงลงมือกระทำต่อคนอื่นเสียก่อนที่จะให้คนอื่นรู้ว่าตัวเองอ่อนแอ กลวง ว่างเปล่า ไร้สาระใดๆ ในตัวตนเบื้องลึกเบื้องหลังนั้น 
 
   ความกลวง ความว่างเปล่าที่แท้จริง

     ในจิตใจสวะสังคมเหล่านี้ เกิดมาจากภาวะขาดพร่อง Self Esteem ( -- ความภาคภูมิใจและความเชื่อมั่นในตัวเอง (แตกต่างจากความมั่นใจในตัวเอง) --- )   ซึ่งเป็นหนึ่งใน Maslow's Hierarchy of Human Basic Needs อยู่ในระดับบนสุดของ Physical Needs แล้ว คือเป็นความต้องการพื้นฐานทางกายภาพที่มีระดับสูงสุด ความซับซ้อนมากที่สุดของมนุษย์ในฐานะ "ปัจเจก" แล้ว 
 
     การขาดพร่อง Self Esteem ไม่จำเป็นจะต้องเกิดจากการขาดพร่อง Basic Needs อื่นๆ ที่เป็นพื้นฐานทางกายภาพยิ่งกว่านี้ เช่น ไม่ได้จำเป็นจะต้องขาดปัจจัย 4 ไม่ได้จำเป็นจะต้องขาดความปลอดภัยในการดำรงชีวิต หากแต่ ความรักในครอบครัว ซึ่งเป็นกลไกตามธรรมชาติที่ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมอันปลอดภัยให้มนุษย์ ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งใน Self Esteem นี้ด้วยเช่นกัน   “ กล่าวคือ อาการขาดพร่อง Self Esteem เกิดจากการขาดการเรียนรู้ทักษะพื้นฐานในการดำรงชีวิตในแบบที่มนุษย์พึงได้เรียนรู้ตั้งแต่วัยเด็ก เช่น ครอบครัวขาดความรัก ทำให้ขาด "ความปลอดภัย" ที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ตามธรรมชาติ หรือ ครอบครัวมี "ความหลง" ทำให้ขาดโอกาสเรียนรู้จากการทำผิดด้วยตนเอง สวะสังคมถูกปกป้องราวไข่ในหิน หรือตามใจจนไม่เคยได้พบ "ปัญหาพื้นฐาน" เพื่อการเรียนรู้ฝึกฝนทักษะในการรับมือกับปัญหาพื้นฐานเลย

"การขาดพร่อง Self Esteem ทำให้ออกจากครอบครัวไปดำรงชีวิตอยู่ด้วยตนเองในสังคมได้ยาก"

 ....... แค่เอาตัวเองให้ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมยังทำได้ยาก ก็อย่าได้หวังว่าจะไปสร้าง Self Actualization -- หรือการสร้างการยอมรับจากคนอื่นในสังคม ย้อนกลับมาจากการกระทำของตนเองตามความหมายของคำว่า Actualization ได้เลย 

สวะสังคม คือ loser ออกมาจากบ้าน ขาดพร่อง Self Esteem - Self Actualization เข้ามาดำรงชีวิตอาศัยอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม แต่เมื่อขาดทักษะ ก็จะแสดงพฤติกรรมออกไปได้ใน 2 ลักษณะ


1 > หากการเรียนรู้เพื่อสร้าง Self Esteem นั้นเกิดจาก "ครอบครัวเป็นพิษ" มีอันตรายในครอบครัว มีการ abused คนกลุ่มนี้จะตกอยู่ในความหวาดกลัวอย่างรุนแรง มีปมทางจิตรุนแรง โรคซึมเศร้า พฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง ฯลฯ

>>> แต่หลายๆ คนก็สามารถเริ่มต้นเรียนรู้ทักษะการดำรงชีวิตกันใหม่ได้ แม้จะเข้ามาดำรงชีวิตในสังคมแล้วก็ตาม เป็นไปในลักษณะ On the Job Training (OJT) เรียนรู้จากของจริงกันไป จนในที่สุดก็อาจแก้ปมทางจิตของตนเองได้ จนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสังคมอย่างเป็นปกติสุขได้ <<<
 
    ในทางกลับกัน กลุ่มนี้ก็อาจมีคนที่จะใช้สัญชาตญาณสัตว์ ดังตัวอย่างเรื่อง แมว ที่กล่าวไปแล้ว เพื่อตอบโต้ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมและโลก ด้วยการข่มขู่คุกคามคนอื่นและสังคมเสียก่อน ไม่ให้เกิดภัยอันตรายแก่ตัวเอง ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง ในสังคมที่มีคุณภาพการดำรงชีวิตที่ดี อาจจะยังไม่มีเหตุการณ์ใดๆ ที่มีภัยคุกคามเกิดขึ้นในสังคม คนกลุ่มนี้เองที่เรียกได้ว่า เป็นพวก สวะสังคม

 2 > หากการเรียนรู้เพื่อสร้าง Self Esteem นั้นเกิดจาก "ครอบครัวที่ลุ่มหลง" มัวเมาการเลี้ยงลูก เสพการเลี้ยงลูกเหมือนเล่นตุ๊กตา สะสมสิ่งของ คือ ริ้นไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม ทะนุถนอมราวไข่ในหิน ตามใจจนไม่เกิดการเรียนรู้ที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาพื้นฐานที่แท้จริงในการดำรงชีวิต หรือครอบครัวที่สร้าง "โลกสำเร็จรูป" ตามสูตรสำเร็จ คือตามสูตรเพื่อความสำเร็จเท่านั้น รังเกียจความล้มเหลว รังเกียจข้อผิดพลาด ไม่มีความอดทนต่อการลองผิดลองถูกระหว่างการเรียนรู้

….. ทั้งหมดนี้จะทำให้คนกลุ่มนี้ออกมาสู่สังคมพร้อมกับ ข้อเรียกร้องนานัปการ เพื่อที่จะ "เปลี่ยนสังคม เปลี่ยนโลก" ให้เป็นเหมือนกับครอบครัวที่ตนเองเคยอาศัยอยู่อย่างสุขสบาย ไม่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาพื้นฐานในการดำรงชีวิตใดๆ เลย

      คนกลุ่มนี้ ยิ่งเมื่ออาศัยอยู่ในสังคมนานเข้า แทนที่จะเรียนรู้กลไกทางสังคมและฝึกฝนเรียนรู้ทักษะการดำรงชีวิตในสังคมให้ได้ กลับชี้นิ้วกล่าวหากลไกทางสังคมทุกอย่างว่าเป็น ภัยอันตราย ต่อการดำรงชีวิตของตัวเอง ไม่ยอมรับความจริงว่าตนเองขาดทักษะในการดำรงชีวิตในสังคม หลงคิดว่าตัวตนตัวเองนั้นคือสุดยอดของการดำรงชีวิตอยู่แล้ว 

เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล คนอื่นผิด เป็นภัย สังคมผิด เป็นอันตราย ,โลกผิด ชั่วช้าสามานย์เสียเหลือเกิน


    ยิ่งสวะสังคมเหล่านี้ได้เรียนรู้ วาทกรรม จากแนวคิดคลั่งปัจเจก (ปัจเจกนิยม) เช่น การเชิดชูศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แต่ไม่เอาสังคมมนุษย์มาเชิดชูด้วย ก็นำเอาวาทกรรมตัดแปะ snapshot logic สั้นๆ เป็นประโยคๆ แบบนี้ มาตอแหล อ้างว่า มันเป็นกฎ เป็นสัจธรรม ที่คนอื่น สังคม และโลก ต้องปรนเปรอสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตแบบที่ตนเองเคยได้รับจากครอบครัววิปริตๆ ของตัวเองมาให้ หากคนอื่น สังคม และโลก ไม่ปรนเปรอให้ นั่นคือ คนอื่นผิด สังคมชั่วช้า โลกต่ำทราม … 
 
    สวัสดิการสังคม รัฐ เจ้าหน้าที่ ข้าราชการ จึงมักจะเป็น "เหยื่อทางสังคม" กลุ่มแรกๆ ที่ถูกสวะสังคมเหล่านี้โจมตีด้วยท่า แมวพองขนแยกเขี้ยว พร้อมวาทกรรม ความเท่าเทียมกันในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 
 
???? จะไปเท่าเทียมกันได้ยังไงในเมื่อสิ่งที่เรียกร้องมันเกินเลยจากพื้นฐานความเป็นมนุษย์ไปไกลมาก ในขณะที่สวะสังคมเองต่างหากที่ขาดพร่องความเป็นมนุษย์ เรื่อง Self Esteem - Self Actualization ออกมาจากบ้าน
???? จะให้คนอื่น สังคม และโลก สร้างสิ่งที่ครอบครัวควรจะสร้างให้จากที่บ้านได้อย่างไร พังมาจากบ้านเองแท้ๆ


 อย่าได้หวังว่า คนอื่น สังคม และโลก จะได้รับประโยชน์โภชน์ผลอะไรใดๆ จากสวะสังคม เพราะ

......... Self Esteem ยังพังพินาศ มีหรือจะเข้าถึง Self Actualization จนเกิดประโยชน์โภชน์ผลใดๆ แก่คนอื่น สังคม และโลกได้

 
    เมื่อไม่เกิดประโยชน์แก่คนอื่น สังคม และโลก คนอื่น สังคม และโลก ย่อมไม่แสดงการยอมรับนับถือใดๆ ต่อสวะสังคมให้เกิด Self Actualization ใดๆ เป็นพิเศษ หากเมื่อไม่เกิดการยอมรับจากสังคม กลับกลายเป็นว่า สวะสังคมก็จะใช้ วาทกรรม อีกคำมาก่นด่าประนามเหยียบย่ำคนอื่น สังคม และโลก ว่า Ignorant คนอื่น สังคม และโลก ต้องยอมรับนับถือการดำรงคงอยู่ของสวะสังคม แม้ว่าจะไม่เคยก่อประโยชน์ใดๆ ให้แก่คนอื่น สังคม และโลกเลย หากไม่ยอมรับนับถือ นั่นคือ Ignorance -- เป็นความผิดความชั่วช้าต่ำทรามของคนอื่น สังคม และโลก ........... เช่นเคย

บทสรุป...

  ขอสรุปโพสต์นี้ด้วยการ ตั้งคำถาม อีกข้อสองข้อ ที่คนอื่น สังคม และโลก ควรต้องมาช่วยกันคิดและร่วมกันลงมือแก้ปัญหา นั่นก็คือ 

1) จะทำอย่างไรถึงจะลดสวะสังคมที่ถูกผลิตออกมาจากครอบครัววิปริตๆ ลงได้
  

2)  หากมีสวะสังคมอยู่ในสังคมและโลกแล้ว คนอื่น สังคม และโลก ควรจะร่วมมือกันทำอย่างไร คนอื่นสังคมและโลกจะได้ดำรงคงอยู่อย่างเป็นปกติสุข

    อนึ่ง ผู้อ่านสามารถทบทวนความคิดเรื่อง ความเป็นมนุษย์ ทั้งในแง่ ศีลธรรม จริยธรรม คุณธรรม กฎหมาย และในแง่ การจัดสรรทรัพยากร ฯลฯ ได้จากโพสต์ก่อนหน้านี้ในเพจ สังคมวิพากษ์ นี้ ........


หนังสือ : การตลาด 5.0

นี่คือ หนังสือที่นักการตลาดทุกคน “ต้องอ่าน” ตั้งแต่การตลาด 4P ที่เป็นหลักการตลาดพื้นฐานที่เน้นเรื่องส่วนผสมทางการตลาด พัฒนามาสู่การตลาด 2.0 ที่เน้นผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง เน้นการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ลูกค้า
   


Admin Bee

สนับสนุน Misc.Today

นี่คือ ลิ้งค์พันธมิตร หรือที่เรียกว่า affiliate link ซึ่งหมายความว่า... หากคุณคลิ๊กลิ้งค์นี้ และซื้อผลิตภัณฑ์ อะไรก็ได้ ฉันจะได้ค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อย สิ่งนี้จะช่วยสนับสนุนเว็บไซด์ และช่วยให้กำลังใจเราต่อไป



 

คุณอาจสนใจ

เครื่องดื่มมหัศจรรย์ เพื่อสุขภาพที่ดี


  ชาหมักคอมบูชะ Scoby doit  



“ จุลินทรีย์ โพรไบโอติก ที่มีอยู่ในชาหมัก คอมบูชะ ( Kombucha ) สามารถแก้ไขปัญหาของระบบทางเดินอาหาร และลำไส้”

KOMBUCHA ORIGINAL 101 / by Scoby Do it 💖
    เครื่องดื่มชาหมักเพื่อสุขภาพ คอมบูชา หรือ คอมบูชะ ( Kombucha ) Scoby do it คือ เครื่องดื่มที่ผ่านกระบวนการหมัก มีสรรพคุณทางยา โดยมี “จุลินทรีย์ โพรไบโอติก Probiotics” ที่เป็นพระเอกของเครื่องดื่มชนิดนี้ “จุลินทรีย์” ที่อยู่ในชาหมักที่เกิดจากการหมักชา จะมี สารฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และอาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือด เบาหวาน มะเร็ง และโรคอัลไซเมอร์ได้ 

   >> ดูเพิ่มเติม 




5 บทความ ยอดนิยม ในรอบ 30 วัน

🟡 โพสต์แนะนำ

ทองคำของไทยหนักกว่า 31 ตัน ฝากไว้ในห้องนิรภัยของสหรัฐ

 ... ประเทศไทยมีทองคำน้ำหนักกว่า 31 ตัน ที่เคยฝากไว้ในห้องนิรภัยของสหรัฐ (ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒)  แต่ทวงแล้วทวงอีก สหรัฐอเมริกาปฏิเสธ ...

Popular Posts

แนะนำหนังสือ


  BOOKs OF THE DAY








ผู้สนับสนุน







ป้ายกำกับ / Tag labels

กฎหมาย (4) กฐิน (2) กรรม (5) กระเป๋า (3) กรุงเทพฯ (19) กรุงศรีอยุธยา (11) กล้องถ่ายภาพ (7) กลอน (4) กลาโหม (9) การเกษตร (6) การจัดเก็บ (2) การเมือง (46) การศึกษา (123) กิจกรรมกลางแจ้ง (2) กีฬา (3) เกษตร (2) เกี่ยวกับสัตว์ (12) ไกลกังวล (1) ขงจื้อ (1) ขนม (2) ขอมไม่ใช่เขมร (6) ข้าว (3) ข่าวสาร (21) ขิง (1) เขมร (10) โขน (2) คณะราษฎร (8) คนเล่านิทาน (14) ครู (6) ความเชื่อ (10) ความรู้ (140) คอมมิวนิสต์ (29) คำภีร์ (2) คำสอน (10) เครื่องบิน (7) เงินตรา (4) จอมพล ป. พิบูล (1) จอมพล ป. พิบูลสงคราม (13) จีน (53) ช้าง (1) ชายแดนใต้ (5) ญี่ปุ่น (15) ดนตรีไทย (1) ดอกไม้ (1) เด็ก (5) เดนมาร์ก (1) ต้นไม้ (4) ตลาดนัด (1) ตำรวจ (2) เตา (1) เตือนภัย (15) แต่งงาน (1) ทรัพยากร (2) ทวิตเตอร์ (1) ทหาร (9) ท่องเที่ยว (27) ทะเล (3) ทัศนะ (43) ทำบุญ (4) ทำอาหาร (5) เทคโนโลยี (13) โทรศัพท์มือถือ (2) ธนบัตร (1) ธนาคาร (4) ธรรมชาติ (7) ธรรมในคำกลอน (1) ธรรมะ (6) ธรรมาธิปไตย (2) ธุรกิจ (10) นราธิวาส (3) นวดไทย (1) นักบิน (1) นักเรียน (4) นางใน (1) นาซี (1) นายกรัฐมนตรี (2) น้ำมัน (1) นิทานพื้นบ้าน (1) นิยาย (3) นิวเคลียร์ (1) เนปาล (1) แนะนำสินค้า (36) โนรา (1) ในหลวง ร.10 (1) ในหลวงรัชกาลที่ 9 (15) บริการ (3) บริหาร (3) บ่อน (1) บัตรเครดิต (2) บัตรประชาชน (1) บุคคล (42) บุญ (3) บุหรี่ (1) เบตง (1) แบรนด์ไทย (5) โบราณวัตถุ (13) โบราณสถาน (6) โบสถ์ (2) ประชาธิปไตย (46) ประท้วง (7) ประเทศไทย (169) ประวัติศาสตร์ (144) ปรัชญาชีวิต (20) ปรีดี (1) ปลูกต้นไม้ (3) ปูติน (1) ผลไม้ (1) ผลิต (3) ผิวสี (1) แผ่นดินไหว (1) ฝรั่งเศส (5) พม่า (6) พยาบาล (1) พระเจ้าตากสินมหาราช (2) พระนเรศ (1) พระพุฒาจารย์ (1) พระพุทธเจ้า (1) พระราชกรณียกิจ (4) พระสงฆ์ (8) พราหมณ์ (1) พิบูลสวัสดี (1) พิพิธภัณฑ์ (9) พุทธทาส (1) พุทธศาสนา (8) เพชรบุรี (3) เพลง (8) เพลงผ้า ปรพากย์ (1) แพทย์ (4) ฟาโรห์ (1) ไฟ (4) ไฟฉาย (1) ไฟฟ้า (1) ภาคใต้ (6) ภาคอีสาน (1) ภาษา (9) ภาษิต (1) ภูเขาไฟ (1) ภูมิปัญญา (19) ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ (1) มวยไทย (5) มาเลเซีย (1) มุมไบ (2) มุสลิม (2) แม่ (1) ไม้ไผ่ (1) ยา (1) ยิว (3) ยูนนาน (1) เยาวชน (1) เยาวราช (1) รถเมล์ (3) รองเท้า (2) ระเบิด (3) รัชกาลที่ ๒ (1) รัชกาลที่ ๔ (3) รัชกาลที่ ๕ (6) รัชกาลที่ ๖ (1) รัชกาลที่7 (6) รัชกาลที่ ๘ (4) รัฐประหาร (4) รัสเซีย (12) ราชาศัพท์ (1) รามเกียรติ์ (1) เรือ (2) เรื่องเก่า (79) เรื่องเล่า (20) โรค (5) โรคระบาด (3) โรงงาน (1) โรงพยาบาล (9) โรงเรียน (16) โรฮิงญา (1) ลอนดอน (1) ลัทธิ (1) ล้านนา (3) ลาว (4) เลือกตั้ง (9) โลก (5) โลกร้อน (2) วัฒนธรรม (1) วัด (13) วันแม่ (1) วันสำคัญ (5) วิทยาศาสตร์ (9) วิทยุ (2) วิหาร (4) เวียดนาม (4) ไวรัล (1) ศาสนา (36) ศิริราช (5) ศิลปะ (4) ศิลปาชีพ (1) เศรษฐกิจ (3) สงขลา (1) สงคราม (50) สถานีรถไฟ (1) สนามบิน (1) สเปน (1) สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร (2) สมัยเมจิ (1) สยาม (12) สวนสนุก (1) สวิตเซอร์แลนด์ (2) สังคม (36) สำนวน (8) สิ่งประดิษฐ์ (13) สื่อ (2) สุขภาพ (13) สุภาพจิต (5) สุสาน (1) หนังแท้ (4) หนังสือ (31) ห้องเรียน (4) เหมาเจ๋อตง (1) เหรียญ (1) อเมริกา (36) ออสเตรีย (1) อังกฤษ (6) อาชีพ (1) อาหาร (16) อาหารจานโปรด (9) อิตาลี (3) อินเดีย (8) อิสราเอล (3) อียิปต์ (1) อีสาน (1) แอปพลิเคชัน (4) ไอร์แลนด์ (1) cpr (1) deep state (1) democracy (1) Diarymisc (3) facebook (1) handmade (1) leather (1) metaverse (1) nomad (6) Nuclear (1) OPENUP (1) powerbank (1) shopee (1) Social media (2) social views (112) startup (1) UNESCO (4) xiaomi (1)


Miscellaneous | Misc.Today 🌱 . ขับเคลื่อนโดย Blogger.

 
miscthailand