วันอาทิตย์, ตุลาคม 18, 2563

เหนือฟ้ายังมีฟ้า แต่เหนืออัลกอริทึ่มยังมี รัฐพันลึก Deep State

 


บทความโดย  :  สุวินัย ภรณวลัย

 
(1) ในบทความของผมก่อนหน้านี้ ผมได้เคยวิเคราะห์ไปแล้วว่า สภาพแห่งตัวตนที่แท้จริงของวิกฤตบ้านเมืองที่เรากำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้มาจากการที่ผู้คนมีอาการ "เสพติดเกมการเมืองออนไลน์ " ที่ถูกควบคุมความคิดจิตใจ (mind control) ด้วยอัลกอริทึ่มอีกทีหนึ่งโดยมีผู้บงการอยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน



    ถ้ามองแค่ตัวสังคมไทยโดดๆ เราอาจจะเห็นแต่ความมืดมน เพราะไม่รู้ว่าจะรับมือกับอัลกอริทึ่มของโซเชียลมีเดีย ที่ตกเป็นเครื่องมืออันทรงพลังของผู้ที่ต้องการบ่อนทำลายรากฐานของสังคมไทยถึงระบบคุณค่าความเขื่อความศรัทธาให้สิ้นซาก เพื่อบรรลุเป้าหมายอันเลือดเย็นของตน ... ได้อย่างไรดี?

    แต่จุดอ่อนของ อัลกอริทึ่ม มันก็มีเช่นกัน เพราะการดำรงอยู่ของ 'รัฐพันลึก' หรือ Deep State ซึ่งเป็นประดิษฐกรรมของมนุษย์เซเปียนส์เช่นเดียวกับอัลกอริทึ่ม-ปัญญาประดิษฐ์ เป็นสิ่งเดียวในตอนนี้ที่มีอำนาจเหนือกว่าอัลกอริทึ่ม เนื่องเพราะในที่สุด Deep State ก็จะผนวกเอาอัลกอริทึ่มเข้ามาเป็นกลไกเครื่องมือในการรักษาอำนาจของตัว Deep State เสียเอง 

     เพราะนี่คือวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการปกป้องตัว 'รัฐพันลึก' เอง มิให้กลายเป็น 'รัฐล้มเหลว' (ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือ รัฐพันลึกของประเทศจีนที่ทำเรื่องนี้ก่อนทุกประเทศในโลก เพื่อควบคุมประชาชนของประเทศตัวเองไม่ให้ก่อความวุ่นวายถึงขั้นล้มล้างการปกครองได้)


    (2) หลังการปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจของคสช.ในปี 2557 เพื่อยับยั้ง 'สงครามกลางเมือง'ที่ใกล้จะเกิดขึ้นของประชาชนสองฝ่าย ... กระบวนการที่เกิดขึ้นโดยแทบไม่มีผู้ใดเฉลียวใจกันเลยได้เกิดขึ้นอย่างเงียบๆในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาก็คือ การลอกคราบกลายเป็น Deep State ของตัวรัฐไทยเอง  กระบวนการลอกคราบกลายเป็น'รัฐพันลึก' ของตัวรัฐไทยนี้ มันเกิดขึ้นพร้อมๆกับความรุดหน้าอย่างก้าวกระโดดของการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure) ของประเทศไทย


อนึ่ง 'รัฐพันลึก' เป็นรูปแบบหนึ่งของรัฐอารยะในประเทศที่เจริญแล้วทางวัตถุ  รัฐพันลึก มีเจตจำนงของตนเองอย่างเป็นอิสระโดยสัมพัทธ์ โดยไม่ขึ้นกับตัวคนว่าใครขึ้นมาเป็นใหญ่ แต่จะเอาระบบกฏหมายที่กำหนดขั้นตอนการบริหารราชการเป็นสิ่งใหญ่สุดแทนที่ ซึ่งคนในกลไกรัฐทุกคนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด


   ในกรณีของรัฐไทย การลอกคราบไปเป็น Deep State ของรัฐไทยที่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงหกปีมานี้ มันมีลักษณะพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นั่นก็คือ รัฐพันลึกของไทยได้หลอมตัวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับสถาบันกษัตริย์ไทยอย่างแนบแน่นที่สุด การต่อต้านมุ่งหมายโค่นล้มสถาบันกษัตริย์จึงเท่ากับต้องเป็นศัตรูกับรัฐพันลึกของไทยโดยตรง โดยที่รัฐพันลึกจะมี "การบังคับใช้กฏหมายอย่างเด็ดขาด" โดยเริ่มจากเบาไปหาหนักเสมอ


    (3) ถ้ามีใครจำได้ ถึงบทสนทนาระหว่างรุ้งกับนายตำรวจคนหนึ่งที่ไปควบคุมตัวรุ้งมาดำเนินคดี
"พี่ให้เห็นหรือว่าประชาชนถูกกดอยู่ ทำไมพี่ยังยอมรับใช้มัน ทำไมพี่ไม่มายืนอยู่ข้างประชาชน"
นายตำรวจคนนั้นตอบรุ้งแบบทีเล่นทีจริงว่า


"ต้องให้พี่เกษียณราชการก่อนถึงจะทำแบบนั้นได้นะน้อง แต่ตอนนี้พี่ต้องทำหน้าที่ของพี่"


นี่คือตัวอย่างเล็กๆที่แสดงให้เห็นถึง การดำรงอยู่ของ Deep State ในฐานะเป็น "มืออีกข้างที่มองไม่เห็น" นอกเหนือไปจากกลไกตลาดนั่นเอง


(4)  จริงๆแล้ว ประชาชนที่เข้าร่วมกับม็อบคณะราษฏร63 กำลังต่อสู้กับ DeepState ต่างหาก ต่อให้โค่นล้มรัฐบาลได้ จนเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ได้ตัวแทนนักการเมืองฝ่ายตนเป็นนายกฯ และนายกฯคนใหม่นี้ ต่อให้เป็นธนาธร ก็ต้องทำงานตามกลไกรัฐตามปกติอยู่ดี ... 

  ส่วน Deep State ก็จะอยู่เงียบๆไม่แสดงตนออกมา แต่ผู้ที่เรียกร้องต้องการให้ล้มล้างการปกครองในยุคนี้ จะต้องเผชิญหน้ากับ Deep State โดยตรง ... นี่คือสถานการณ์ล่าสุดที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้


#อนาคตไม่มีวันเป็นของคนรุ่นไหนหรอก อย่าหลอกตัวเองเลย


อนาคตเป็นของ Deep State ต่างหาก 
การล้มล้าง Deep State ได้คือการทำให้สิ้นชาตินั่นเอง
เนื่องเพราะ Deep State กับชาติ ศาสนา สถาบันกษัตริย์ เป็นหนึ่งเดียวกันในกรณีของประเทศไทย
จึงไม่แปลกที่พวกต้องการล้มล้างการปกครองจะมองว่า Deep State เป็น "รัฐสลิ่ม" และรู้สึกรังเกียจมันอย่างรุนแรง

ส่วนในมุมมองของ Deep State เอง คนพวกนี้เป็นแค่ปรสิตที่มาสิงสู่ในโฮสต์ที่เป็น Deep State เท่านั้น หาใช่เซลล์ดีที่เป็นประชาชนหรือพสนิกรของรัฐไทยไม่


มองตาเหยี่ยว หมากเกมส์นี้ คนไทยทุกคนทุกฝ่ายจะต้องสูญเสียกันหมดทุกคน ถ้าเราคนไทยมาห่ำหั่นกันเอง เมื่อ...

"ช้างสารชนกัน หญ้าแพรก ก็แหลกลาญ"

1. มหาอำนาจ (ช้างสาร) 

      กำลังห้ำหั่นกัน ระหว่างสหรัฐ กับ จีน ประเทศเล็กๆ (หญ้าแพรก) อย่างไทยที่มีภูมิศาสตร์ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ปิดล้อมจีน จึงต้องพลอยได้รับผลกระทบอย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้


2. เมื่อก่อน ดุลอำนาจของโลกอยู่ที่ “น้ำมัน” 

    ประเทศในตะวันออกกลาง อาทิเช่น อิรัก ลิเบีย ซีเรีย อัฟกานสถาน จึงไม่มีความสงบสุข ประเทศเหล่านี้ล้วนเกิดศึกกลางเมือง บ้านเมืองแตกแยก ต้องมี “กองกำลังต่างชาติ” ควบคุมความสงบ ซึ่งมันก็ไม่ต่างกับการเป็น “เมืองขึ้น” แม้แต่อิหร่านก็เป็นประเทศเป้าหมายถูกโจมตี ถูกคว่ำบาตร


3. ในยุคสมัยใหม่ การรุกรานประเทศอื่นให้เป็น “เมืองขึ้น” 

       เขาใช้วิธีการ ทำให้ชนในชาติแตกความสามัคคี ทำลายผู้นำชาติที่เข้มแข็งลง ดังเช่น ต้องการยึดครองอิรัก ต้องทำลายซัดดัม หรือ ต้องการยึดครองลิเบีย ต้องทำลาย กัดดาฟีลงให้ได้ เมื่อประเทศขาดผู้นำที่กล้าแข็ง ประเทศเหล่านั้นก็เกิดการแย่งชิงความเป็นใหญ่ เกิดสงครามกลางเมือง เมื่อนั้น ประเทศเหล่านี้ก็กลายเป็นประเทศที่อ่อนแอ การส่งกำลังเข้าไปยึดครองก็ทำได้โดยง่าย สังคมโลกแม้แต่สหประชาชาติก็ไม่คัดค้าน


4. ปัจจุบัน ดุลอำนาจโลกอยู่ที่ “การขยายตัวทางเศรษฐกิจ” 

    แต่เศรษฐกิจมันถูกขยายการเจริญเติบโตด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และลึกลงไปสิ่งที่แฝงอยู่ในเทคโนโลยี คือ ความมั่นคง
a. สหรัฐตอบโต้จีนทางเศรษฐกิจด้วยการขึ้นภาษี
b. สหรัฐตอบโต้จีนทางเทคโนโลยีด้วยการใช้วิธีจับลูกสาว CEO หัวเหว่ย เพื่อหยุดยั้งเทคโนโลยี 5G ของจีนที่ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เพราะประเทศใดครอง 5 G ประเทศนั้นครองโลก
c. วันนี้สหรัฐใช้การปิดล้อมจีนเพื่อเป้าหมายยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง 

5. เมื่อประเทศไทยตั้งอยู่ในภูมิศาสตร์

     ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ปิดล้อมจีน ประเทศไทยจึงอยู่ในเป้าหมายของการยึดครอง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


6. อยากยึดประเทศไทย ต้องทำลายสถาบัน !!!

    ทำลาย ความรักชาติ ทำลายศาสนา ทำลายพระมหากษัตริย์ ทำลายสถาบันครอบครัว ทำลายสถาบันการศึกษา ยุแหย่ให้เกิดสงครามการเมือง โดยใช้คำว่า “เสรี ประชาธิปไตย” กับ “สิทธิมนุษย์ชน” เป็นยุทธศาสตร์ปลุกปั่นให้ชนในชาติแตกแยก ประชาชนต่อต้านรัฐบาล จนกลายเป็นบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป (Failed State) ดังตัวอย่างใน อิรัก ลิเบีย ซีเรีย อัฟกานิสถาน


7. เมื่อประเทศไทยล่มสลาย 

        ชนในชาติจับอาวุธห้ำหั่นกันเอง กองกำลังต่างชาติ ก็เข้ามารักษาความสงบ เรือรบต่างชาติเข้ามาเทียบท่า เครื่องบินรบต่างชาติมาจอดตามสนามบินทั่วประเทศไทย หากเกิดศึกในทะลจีนใต้ ก็สามารถส่งเครื่องบินรบ เรือรบ ตลอดจนทหารเข้าประจัญบานได้ทันที 


8. ก็เพราะประเทศไทยมีภูมิศาสตร์ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ปิดล้อมประเทศจีน 

     จากนี้ไป ประเทศไทยคงอยู่อย่างสงบสุขอย่างสมัยก่อนได้ยาก เพราะ
a. “เสรี ประชาธิปไตย” ควบคู่มากับ “สิทธิมนุษยชน” กลายเป็นอาวุธทำลายล้างชาติที่ถูกกฎหมาย
b. สองสิ่งนี้ ถูกสร้างขึ้นมาในสมัย ประธานาธิบดี จิมมี่ คาร์เตอร์ ในยุคที่ใครๆก็มองว่ามันคือ New order ของโลกยุคใหม่


9. คนไทย ต้องอดทน ต้องไม่แตกความสามัคคี 

      ไม่ว่าจะเป็น คนรุ่นเก่า หรือ คนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะสวมเสื้อสีใด


10. ลองอ่านทวนอีกรอบ 

     แล้วคุณจะเข้าใจ ทำไมประชุมอาเซียนซัมมิท ผ่านวิดีโอคอนเฟเรนจ์ ทำไมลุงตู่เสนอในที่ประชุม ขอให้ชาติมหาอำนาจอย่าบังคับประเทศเล็กๆเลือกข้าง เพราะ จุดยืนของไทย ต้องการเป็นกลาง ไทยมีมิตรไมตรีกับมหาอำนาจด้วยดุลยภาพ


11. ประชุมความมั่นคงเมื่อเร็วๆนี้ 

      นายกฯลุงตู่กำชับฝ่ายความมั่นคงระมัดระวังการแสดงออกของนักศึกษาจะหลุดเข้าสู่วังวน “ฮ่องกง โมเดล” คือการชุมนุมอย่างมีต่างชาติหนุนหลัง


วินธชา ศิริทวีสุข
วิศวฯ จุฬาฯ 13
ถ้าเห็นดี ช่วยแชร์ต่อออกไปให้กว้างขวางที่สุด
คนไทยจะได้ไม่ตกไปเป็นเครื่องมือของตะวันตกที่มุ่งทำลายความสามัคคีในชาติไทยของพวกเรา

 

Miscellaneous

Author & Editor

บทความขนาดสั้น เบ็ดเตล็ด Miscellaneous เกร็ดความรู้ทั่วไป เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ แนะนำหนังสือ และอื่นๆ อีกมากมาย



Popular Posts

ติดตามเราบน Twitter

แนะนำหนังสือ





ร้อยเรื่องราววังต้องห้าม พลิกพระราชวังต้องห้ามให้ฟื้นคืนชีวิต !!

หนังสือ พระราชวังต้องห้าม หนังสือ "ร้อยเรื่องราววังต้องห้าม" เล่มนี้ เป็นการพลิกพระราชวังแห่งนี้ให้ฟื้นคืนชีวิต ด้วยการจำลองภาพผู้คนที่เคยมีตัวตนอยู่จริงในพระราชวังแห่งนี้ ที่ซึ่งเมื่อ 600 ปีก่อนหน้าไม่มีปุถุชนคนใดอาจเอื้อมถึง โดยเล่าสารพันเรื่องราวผ่านสิ่งก่อสร้างแต่ละแห่งในพระราชวัง ตั้งแต่ภาพกว้างของผังสถาปัตยกรรมซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 720,000 ตารางเมตร ลงลึกไปจนถึงรายละเอียดยิบย่อยของอิฐ 1 ก้อน แจกันเขียนสี 1 ใบ หรือเครื่องเรือนโบราณ 1 ชิ้น รวมทั้งแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบสถาปัตยกรรมโบราณและการใช้งานจริงในแต่ละยุคสมัย


  ซื้อหนังสือออนไลน์


ราชบัลลังก์พม่า วาระสุดท้ายแห่งระบบกษัตริย์ !!


   เรื่องราวประวัติศาสตร์พม่า สมัยพระเจ้ามินดง จนถึงวาระสุดท้ายของระบอบกษัตริย์ในสมัยพระเจ้าธีบอ อ่านแล้วทำให้เราได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของพม่า รูปแบบการปกครอง ยิ่งในบทที่บรรยายถึงความโหดร้ายของพระเจ้าธีบอและพระนางศุภยาลัต ความเหี้ยมโหดของการสังหารเชื้อพระวงศ์ด้วยกัน เพียงเพื่อต้องการบัลลังก์ 

    หนังสือ "ราชบัลลังก์พม่า วาระสุดท้ายแห่งระบบกษัตริย์" เล่มนี้ เขียนโดย ศาสตราจารย์พิเศษเสฐียร ผู้เขียนยังได้เสนอมุมมองอันหลากหลาย ผ่านการวิเคราะห์ให้เห็นถึงปัญหาของพม่าในยุคเวลานั้น โดยเฉพาะการฉายภาพเรื่องอำนาจวาสนา กิเลสตัณา และความมักใหญ่ใฝ่สูงของคนในช่วงเวลาดังกล่าว อันกลายเป็นปฐมเหตุแห่งการสูญเสียเอกราชของพม่าแก่อังกฤษ

ตอน 1 ความเบื้องต้น
ตอน 2 สร้างกรุงมัณฑะเลย์
ตอน 3 พระที่นั่ง มเหสี และเสนาบดี
ตอน 4 เจ้าชายธีบอและฝรั่งในราชสำนัก
ตอน 5 พระเจ้ามินดงกับอังกฤษ
ตอน 6 มินดงสร้างมหากุศล
ตอน 7 กบฏวังหลวง
ตอน 8 ชิงราชบัลลังก์
ตอน 9 มินดงสวรรคต, ธีบอครองราชย์
ตอน 10 การประหารครั้งยิ่งใหญ่
ฯลฯ


  ซื้อหนังสือออนไลน์

บทความพิเศษ



 
miscthailand