ค้นหาบทความ 🙄



2/01/69

Liberté - Égalité - Fraternité แรงบันดาลใจทางคุณค่า หรือภาษาของการรื้อโครงสร้างรัฐไทย ?

Liberté,Égalité,Fraternité ไม่ใช่แค่คำขวัญสวยหรู นี่คือรหัสลับการรื้อระบอบเดิม บทเรียนจากฝรั่งเศสเตือนว่า อุดมคติที่ปราศจากหลักประกันจะนำไปสู่ความพินาศ เมื่อพรรคประชาชนนำมาใช้ในไทย นี่คือแรงบันดาลใจหรือแผนงานเปลี่ยนโครงสร้างรัฐโดยใช้ความคลุมเครือเป็นเกราะกำบัง?


การปฏิวัติฝรั่งเศสและนัยทางการเมืองไทย


Liberté, Égalité, Fraternité 

     หลายคนหลงใหลในความโรแมนติก ของคำว่า Liberté, Égalité, Fraternité ราวกับมันเป็นบทสวดศักดิ์สิทธิ์แห่งเสรีภาพ ... แต่ประวัติศาสตร์เบื้องหลังของคำขวัญนี้ ไม่ได้ถูกเขียนด้วยน้ำหมึกที่สวยหรู หากแต่ถูกจารึกด้วย “รอยเลือด” และเสียงคมมีดกิโยติน ..!!! มันไม่ใช่คำปลอบประโลม แต่มันคือ “ภาษาของการรื้อถอนโครงสร้าง”  ที่ครั้งหนึ่ง เคยทำให้ฝรั่งเศสทั้งชาติ ต้องเผชิญกับความโกลาหล เกินกว่าที่ใครจะคาดคิดหรือจินตนาการได้.... และวันนี้ เมื่อเสียงสะท้อนจากปี ค.ศ. 1789 กำลังถูกปลุกขึ้นมาใหม่ในบริบทไทย คำถามที่สำคัญกว่า “มันดีหรือไม่” คือ “เรากำลังเดินเข้าสู่กับดักเดิมที่ประวัติศาสตร์เคยเตือนไว้แล้วหรือไม่?”  


การปฏิวัติฝรั่งเศสและนัยทางการเมืองไทย โดยพรรคประชาชน

ในโลกของการเมือง .. ไม่มีสัญลักษณ์ใดที่ถูกเลือกใช้อย่างบังเอิญ 
     โดยเฉพาะคำขวัญที่ถูกออกแบบมาเพื่อ "ฆ่าระบอบหนึ่งเพื่อสร้างอีกระบอบหนึ่ง" อย่างสโลแกนปฏิวัติฝรั่งเศส การที่พรรคประชาชน หยิบยกถ้อยคำเหล่านี้ มาใช้ท่ามกลางบรรยากาศความขัดแย้งเชิงโครงสร้างในไทย จึงไม่ใช่เพียงการยืมคุณค่า มาสร้างแรงบันดาลใจ แต่มันคือ  การวาง "ตรรกะแห่งการรื้อถอน" ลงบนรอยร้าวของสังคมไทยอย่างมีนัยสำคัญ !! 

     บทความต่อไปนี้   จะพาทุกท่านไปกะเทาะเปลือกอุดมคติ เพื่อดูว่า  ภายใต้คำว่า เสรีภาพ และความเสมอภาค  ที่แสนคลุมเครือนั้น แท้จริงแล้ว  มันคือแผนงานระยะยาวในการเปลี่ยนรากฐานประเทศ... หรือเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมืองที่อันตรายเกินกว่าผู้ใช้จะควบคุมได้?"

ทำไมฝรั่งเศสจึงชู  
Liberté – Égalité – Fraternité

โดย : ปราชญ์ สามสี


การที่ฝรั่งเศสยกคำว่า Liberté – Égalité – Fraternité ขึ้นมาเป็นคำขวัญของชาติ ไม่ได้เกิดจากอุดมคติที่สวยงามลอย ๆ หากแต่เป็นผลโดยตรงจากความล้มเหลวของระบอบเดิม ในการตอบคำถามพื้นฐานของสังคมว่า ใครคือเจ้าของอำนาจอธิปไตย และรัฐมีไว้เพื่อใคร ??

ก่อนปี ค.ศ. 1789
     สังคมฝรั่งเศส ถูกแบ่งแยกเป็นชนชั้นอย่างแข็งตัว อภิสิทธิ์ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่กำเนิด ขณะที่ภาระทางเศรษฐกิจ และภาษี กลับตกอยู่กับประชาชนส่วนใหญ่ คำว่า “ความเสมอภาค” จึงไม่ใช่ถ้อยคำเชิงศีลธรรม ที่สวยหรู หากแต่เป็นเครื่องมือทางความคิด ในการทำลายตรรกะ ของระบอบศักดินา ที่เชื่อว่ามนุษย์ไม่เท่าเทียมกันโดยธรรมชาติ ....  

ขณะเดียวกัน   อำนาจรัฐในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ถูกอธิบายว่า ไหลลงมาจากพระเจ้า ผ่านกษัตริย์ และส่งต่อถึงประชาชน แนวคิดเรื่อง “เสรีภาพ” จึงถูกยกขึ้นมาเพื่อหักล้างความชอบธรรมแบบเดิม และประกาศว่า  มนุษย์มีสิทธิ์โดยกำเนิด ไม่ต้องรอการอนุญาตจากอำนาจศักดิ์สิทธิ์ใดๆ

     อย่างไรก็ตาม การโค่นระบอบเดิม ย่อมทิ้งสุญญากาศทางความชอบธรรม .... เมื่อกษัตริย์ และศาสนจักร ถูกดึงออกจากศูนย์กลางรัฐ ฝรั่งเศส จึงต้องเผชิญคำถามสำคัญว่า “อะไรจะยึดผู้คนทั้งชาติไว้ด้วยกัน” คำตอบคือ “ภราดรภาพ” ซึ่งถูกออกแบบมา เพื่อแทนที่ความจงรักภักดีแบบเดิม ด้วยความเป็นพี่น้องในฐานะพลเมืองที่เท่าเทียมกัน ...

แต่ในทางประวัติศาสตร์ ภาพฝันของยูโทเปียภายใต้คำขวัญนี้ ไม่ได้ลงเอยอย่างสวยงามดังที่คาดหวัง

การปฏิวัติฝรั่งเศส   กลับนำไปสู่ช่วงเวลาแห่งความรุนแรง การกวาดล้างศัตรูทางการเมือง และการแย่งชิงอำนาจอย่างเข้มข้น ผู้ก่อการจำนวนไม่น้อย ถูกประหาร ผู้ร่วมอุดมการณ์ หันมาฆ่ากันเอง ภายใต้ข้ออ้างของการปกป้องการปฏิวัติ ความเสมอภาค และภราดรภาพ จึงถูกแทนที่ด้วยความหวาดระแวงและอำนาจนิยมในรูปแบบใหม่ !!!  

บทเรียนสำคัญจากฝรั่งเศส คือ คำขวัญ ที่ตั้งใจจะรื้อระบอบเดิม และสร้างสังคมใหม่ แม้จะเริ่มต้นด้วยอุดมคติสูงส่ง แต่หากปราศจากกลไกควบคุมอำนาจที่มั่นคง ผลลัพธ์อาจไม่ใช่ยูโทเปีย หากแต่เป็นความโกลาหล การสูญเสีย และการสถาปนาอำนาจใหม่ที่ไม่ต่างจากเดิมในสาระสำคัญ


กล่าวโดยสรุป   คำขวัญ Liberté – Égalité – Fraternité ไม่ได้มีหน้าที่ ปลอบประโลมสังคม หากแต่มีหน้าที่ “รื้อและสร้าง” ไปพร้อมกัน คือ รื้อโครงสร้างอำนาจเดิม และสร้างความชอบธรรมใหม่ให้รัฐแบบสาธารณรัฐ ....  มันจึงเป็นสโลแกนของการเปลี่ยนระบอบ ไม่ใช่เพียงถ้อยคำเชิงคุณธรรมทั่วไป และประวัติศาสตร์ ก็ชี้ให้เห็นแล้วว่า การรื้อโดยไร้หลักประกัน อาจนำไปสู่การล้มเหลวได้เช่นกัน !!!

ดังนั้น เมื่อคำขวัญเดียวกันนี้ ถูกหยิบมาใช้ในบริบทของประเทศอื่น   คำถามสำคัญ จึงไม่ใช่ว่าแนวคิดนี้ ดีหรือเลว  ในเชิงนามธรรม หากแต่ คือ มันถูกใช้ เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือกำลังถูกใช้เป็นภาษาของการเปลี่ยนโครงสร้างรัฐในระยะยาว โดยไม่เรียนรู้จากความล้มเหลวที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ??? 

เมื่อคำขวัญแห่งการเปลี่ยนแปลงระบอบ
ถูกนำมาใช้ในบริบทไทย

ประเด็นสำคัญ ไม่ได้อยู่ที่คำว่า Liberté – Égalité – Fraternité ดีหรือไม่ดี หากแต่อยู่ที่ การนำคำขวัญซึ่งมีประวัติเป็น “ภาษาของการเปลี่ยนระบอบ” มาใช้ในบริบทประเทศไทย โดยพรรคประชาชน โดยที่ ไม่ได้อธิบายความหมายทางประวัติศาสตร์ ทั้งด้านความสำเร็จ และความล้มเหลว รวมถึงปลายทางทางการเมืองอย่างชัดเจนต่อสาธารณะ ??

ในกรณีของฝรั่งเศส คำขวัญนี้ ถูกใช้เพื่อแก้โจทย์เฉพาะของสังคม ที่ระบอบเดิมล้มเหลวโดยสิ้นเชิง แต่ในกรณีของไทย บริบททางประวัติศาสตร์ โครงสร้างรัฐ และบทบาทของสถาบันหลัก แตกต่างออกไปอย่างมีนัยสำคัญ...

       การนำภาษาทางการเมือง จากอีกบริบทหนึ่งมาใช้   จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะก่อให้เกิดคำถามว่า นี่คือการยืมคุณค่ามาเป็นแรงบันดาลใจ หรือเป็นการยืมตรรกะ ของการรื้อโครงสร้างมาเป็นแผนงานในระยะยาว โดยไม่คำนึงถึงผลข้างเคียงที่ประวัติศาสตร์เคยเตือนไว้แล้ว ...? 


ความสับสนของสังคม
ส่วนหนึ่งเกิดจากการสื่อสารที่เลือกใช้  “ความคลุมเครือ” เป็นเกราะป้องกัน คำอธิบายมักหยุดอยู่เพียงระดับอุดมคติ เช่น เสรีภาพหรือความเสมอภาค แต่...หลีกเลี่ยงการอธิบายผลเชิงโครงสร้างว่า แนวคิดเหล่านี้จะส่งผลอย่างไรต่อสถาบันฯ กติกาสูงสุด และดุลอำนาจของรัฐไทยอย่างไร ??  

ในทางการเมือง ความไม่ชัดเจนเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ตั้งอยู่บนการตัดสินใจของประชาชน ที่ควรได้รับข้อมูลครบถ้วน หากสโลแกนซึ่งมีประวัติเป็นเครื่องมือของการเปลี่ยนระบอบ ถูกนำมาใช้โดยไม่บอกให้ชัดว่า มุ่งหมายเพียงการแก้ไขภายในกรอบเดิม หรือการเปลี่ยนกรอบใหม่ทั้งระบบ ความลังเลและความแตกแยกทางการรับรู้ย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา

      เมื่อพิจารณา ควบคู่กับวาทกรรมที่ถูกสื่อสารในพื้นที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องให้ ยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 การเสนอให้แก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ มันเป็นเรื่องอธิปไตย หรือข้อเสนอในหลักการให้จำกัดบทบาทของสถาบันในพื้นที่สาธารณะ จะเห็นได้ว่าสิ่งเหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว หากแต่เป็นลำดับความคิด ที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เป็นทั้งการดันเพดานทางความคิด และต่อสู้กับข้อจำกัดทางการเมืองด้วย ทำให้การปฏิวัติเป็นเรื่องปกติ ...

สิ่งที่พยายามสื่อสารต่อสาธารณะ คือ  การอ้างว่า การเปลี่ยนแปลงกติกาสูงสุดของประเทศ และการรื้อกลไกคุ้มครองทางกฎหมายเหล่านี้ ถูกกระทำขึ้นเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ .... ???   อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาผลเชิงโครงสร้างของการกระทำดังกล่าว จะพบว่า นี่เป็นเพียงคำกล่าวอ้างทางการเมือง มากกว่าการปกป้อ หรือประคับประคองสถาบันให้ดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง !!

การลดทอนกลไกคุ้มครอง การเปิดช่องเปลี่ยนรูปแบบรัฐ และการจำกัดบทบาทเชิงสัญลักษณ์ของสถาบันฯ ล้วนเป็นกระบวนการที่ประวัติศาสตร์การเมืองโลก ชี้ให้เห็นแล้วว่า อาจนำไปสู่ความอ่อนแรงของรัฐ มากกว่าการเสริมความมั่นคงในระยะยาว ...

ดังนั้น ประเด็นที่สังคมควรถกเถียง จึงไม่ใช่เรื่อง เจตนาดีหรือเจตนาร้าย ในเชิงความรู้สึก ... หากแต่เป็น คำถามเชิงโครงสร้างว่า การกระทำ, วาทกรรม และสัญลักษณ์ที่ถูกเลือกใช้นั้น สอดคล้องกับคำอธิบาย ที่ให้ไว้กับประชาชนหรือไม่ เพราะในทางการเมือง เจตนาที่แท้จริงย่อมสะท้อนผ่านสิ่งที่ “ทำ” มากกว่าสิ่งที่ “กล่าวอ้าง” ... 

และเมื่อมองในภาพยาว คำถามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็คือ .... หรือแท้จริงแล้ว สิ่งที่สังคมไทยกำลังเผชิญอยู่ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงความเห็นต่างทางการเมืองร่วมสมัย หากแต่อาจเป็น “การสานต่อเจตจำนงและแบบแผนความคิดของศัตรูเก่าแก่ของสยามประเทศ” เจ้าอาณานิคมเพื่อนบ้านสามนาฬิกา ที่เคยปรากฏมาแล้ว ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เพียงแต่ถูกปรับภาษา เปลี่ยนสัญลักษณ์ และแปลงวิธีการให้สอดคล้องกับยุคสมัยเท่านั้นเอง ??? 

โดย : ปราชญ์ สามสี


Liberté,Égalité,Fraternité ไม่ใช่แค่คำขวัญสวยหรู นี่คือรหัสลับการรื้อระบอบเดิม บทเรียนจากฝรั่งเศส

"..... ในระบอบประชาธิปไตย เจตจำนงของประชาชนคือสูงสุด แต่เจตจำนงนั้น จะมีค่าก็ต่อเมื่อ มันตั้งอยู่บน ความจริงที่ครบถ้วน  ไม่ใช่  วาทกรรมที่เลือกมาเพียงบางส่วน  หากพรรคการเมือง หรือกลุ่มอุดมการณ์ใด ยังใช้ความคลุมเครือเป็นเกราะกำบัง และใช้ความสับสนของสังคม เป็นเครื่องมือในการดันเพดาน สังคมก็มีหน้าที่ต้อง “กระชากหน้ากาก” นั้นออกด้วยคำถามที่ตรงไปตรงมา เพราะบทเรียนที่แพงที่สุดของมนุษยชาติ คือ การปล่อยให้อุดมคติที่ไร้หลักประกัน นำทางไปสู่ความพินาศ...."

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเลือก....
จะเป็นพลเมืองที่ตื่นรู้ เพื่อรักษาบ้านเมือง หรือจะเป็นเพียงเบี้ยในหมากเกมการรื้อถอนที่ประวัติศาสตร์เคยพิสูจน์แล้วว่า... ผู้ชนะที่แท้จริงอาจไม่ใช่ประชาชน


บทความต้นฉบับ ...

 


Admin Bee

สนับสนุน Misc.Today

นี่คือ ลิ้งค์พันธมิตร หรือที่เรียกว่า affiliate link ซึ่งหมายความว่า... หากคุณคลิ๊กลิ้งค์นี้ และซื้อผลิตภัณฑ์ อะไรก็ได้ ฉันจะได้ค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อย สิ่งนี้จะช่วยสนับสนุนเว็บไซด์ และช่วยให้กำลังใจเราต่อไป


  ชาหมักคอมบูชะ Scoby doit  


 



 

คุณอาจสนใจ

5 บทความ ยอดนิยม ในรอบ 30 วัน

🟡 โพสต์แนะนำ

ภาวะ กตัญญูเฉียบพลัน คืออะไร ?

     ภาวะกตัญญูเฉียบพลัน เป็นคำที่ บุคลากรทางการแพทย์  ใช้เรียกอย่างไม่เป็นทางการ เพื่ออธิบายถึงพฤติกรรมของญาติบางกลุ่ม ที่มักเกิดขึ้นในช่วง...

Popular Posts


จุลินทรีย์โปรไบโอติก: คอมบูชะเต็มไปด้วยเพื่อนซี้ดีๆ

 
 




ป้ายกำกับ / Tag labels

2475 (2) กฎหมาย (9) กรุงศรีอยุธยา (11) การเกษตร (14) การพัฒนาตนเอง (9) การเมือง (125) การศึกษา (201) ข้อคิด (20) ขอมไม่ใช่เขมร (15) ข่าวสาร (29) คณะราษฎร (12) คติธรรม (3) คนเล่านิทาน (16) ความเชื่อ (27) ความรู้ (327) ความสุข (6) คอมบูชะ (1) คอมมิวนิสต์ (34) คำทำนาย (2) คำสอน (25) เครื่องดื่ม (5) จริยธรรม (1) ชา (2) ชายแดนใต้ (5) ซีเกมส์2025 (1) เตือนภัย (29) ทหาร (15) ท่องเที่ยว (33) ทำอาหาร (5) เทคโนโลยี (20) ธนาคาร (2) ธรณี (1) ธรรมชาติ (14) ธรรมะ (8) ธุรกิจ (13) นาซี (1) น้ำส้มสายชูหมัก (2) แนะนำสินค้า (50) บริการ (7) บ่อน (1) บุคคล (114) บุญ (3) บุหรี่ (1) แบรนด์ไทย (5) โบสถ์ (2) ประชาธิปไตย (103) ประเทศไทย (127) ประธานาธิบดี (2) ประวัติศาสตร์ (212) ปรัชญาชีวิต (31) ผลิต (3) พระราชกรณียกิจ (4) พระสงฆ์ (15) พิธีกรรม (2) พิพิธภัณฑ์ (11) พุทธทาส (1) พุทธศาสนา (22) เพชรบุรี (2) ภัยพิบัติ (5) ภาคอีสาน (1) ภาพยนตร์ (1) ภาษา (15) ภาษิต (1) ภูมิปัญญา (28) มุสลิม (2) แม่ (2) ยูเครน (3) ยูนนาน (1) เยาวชน (1) เยาวราช (1) ระบบนิเวศน์ (1) ระเบิด (3) ร้านอาหาร (1) รีวิวหนังสือ (3) เรื่องน่ารู้ (4) เรื่องเล่า (46) โรคระบาด (5) โรงงาน (1) โรงหนัง (1) ลอบสังหาร (1) ละคร (1) ล้านนา (3) ลิง (1) โลก (16) โลกออนไลน์ (14) วัฒนธรรม (6) วัยชรา (2) วิทยาศาสตร์ (16) วิหาร (4) ศาสนา (44) ศิริราช (5) ศิลปะ (7) ศิลปาชีพ (1) ศีลธรรม (1) สงขลา (1) สงคราม (79) สมุนไพร (1) สังคม (162) สายสังคม (3) สำนวน (9) สำนวนจีน (1) สิง (1) สิ่งประดิษฐ์ (15) สุขภาพ (43) สุภาพจิต (14) สุภาษิต (1) สุสาน (1) หนังแท้ (4) หนังสือ (34) หนังสือพิมพ์ (1) หนัง AV (1) หนู (1) ออนไลน์ (1) ออสเตรีย (1) อาชีพ (6) อาวุธ (4) อาหาร (19) อิตาลี (3) อีสาน (1) ai (1) ChatGPT (1) cpr (1) Diarymisc (2) eSports (1) Gen Z (4) handmade (1) kombucha (2) leather (1) marxism (1) metaverse (1) Nuclear (1) OPENUP (1) social science (3) social views (21) Sompob Pordi (8) startup (1) UNESCO (4) vinegar (1)


Miscellaneous | Misc.Today 🌱 . ขับเคลื่อนโดย Blogger.

 
miscthailand