กบฏแมนฮัตตัน
วินาทีเฉียดตายกลางแม่น้ำเจ้าพระยา
แต่จุดพลิกผันที่น่าตกใจ คือ ฝ่ายรัฐบาลซึ่งเป็นลูกน้องของท่านเอง แทนที่จะเลือกการเจรจา กลับสั่งการให้กองทัพอากาศทิ้งระเบิดใส่เรือรบศรีอยุธยาจนจมลงกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้จอมพล ป. ต้องตัดสินใจกระโดดน้ำว่ายหนีตายขึ้นฝั่ง กลายเป็นตำนาน “Die Hard” ฉบับเมืองไทยที่รอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์
เมื่ออำนาจกลายเป็นเพียง
"เปลือกนอก"
แม้จะรอดตายกลับมาทำงานได้ แต่จอมพล ป. ก็พบกับความจริงที่เจ็บปวดกว่าเดิม คือ การตระหนักว่าอำนาจในมือของเขานั้น “กลวงโบ๋” เพราะถูกบีบจากศัตรูสองทาง คือ ....- กลุ่มทหารสายโหด คือ ลูกน้องที่กุมกำลังรถถังและพร้อมจะเขี่ยเขาออกได้ทุกเมื่อ
- นักการเมืองในสภา ที่จ้องจะล้มเขาด้วยกลไกทางรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2492
คือ... อุปสรรคของท่านผู้นำ
- มาตรา 82 ที่กำหนดที่มาของวุฒิสภาจากการแต่งตั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่เป็นปฏิปักษ์ต่อจอมพล ป.
- มาตรา 137 ให้อำนาจวุฒิสภาสามารถยับยั้งร่างกฎหมายหรืองบประมาณของรัฐบาลได้
สภาพของจอมพล ป. ในตอนนั้น เปรียบเสมือน “นายกเป็ดง่อย” ที่ลอยคออยู่ท่ามกลางมรสุมการเมืองโดยไม่สามารถขยับตัวทำอะไรได้เลย
การล้มกระดานและรัฐประหารตัวเอง
เมื่อเห็นว่า การต่อสู้ตามกติกาเดิมมีแต่จะแพ้กับแพ้ ในวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494 จอมพล ป. จึงตัดสินใจ “ล้มกระดาน” ด้วยการทำรัฐประหารตัวเอง โดยประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2492 และนำรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2475 กลับมาปัดฝุ่นใช้ใหม่
เหตุผลสำคัญที่เลือกฉบับปี 2475 คือการนำระบบ “สมาชิกประเภทที่ 2” (ส.ส. แต่งตั้ง) กลับมาใช้ ซึ่งเปิดโอกาสให้รัฐบาลสามารถเลือกคนของตัวเองเข้าไปนั่งในสภาได้กึ่งหนึ่งทันที เป็นกลยุทธ์การสร้างฐานอำนาจที่เบ็ดเสร็จและมั่นคง
บทสรุป
: วัฏจักรแห่งอำนาจและรัฐธรรมนูญ
ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
นักการเมืองไม่เคยพอใจกับรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ มีฉบับนี้ ก็อยากใช้ฉบับนั้น พอเปลี่ยนแล้ว
ก็ยังไม่ถูกใจ ก็ยังอยากแก้จากแบบนั้นมาเป็นแบบนี้ แก้ให้มันเข้าทางพวกตัวเอง แล้วก็อ้าง “ประชาธิปไตย”
เหมือนเดิมๆ
คำถามคือ…
แก้เพื่อประชาชนจริงๆ หรือ
เพื่อให้เข้าทางตัวเองกันแน่ ?




