ภาพวินาทีที่ชาวพนมเปญต่างออกมาต้อนรับเขมรแดง ด้วยความหวังว่าสันติภาพได้มาถึงแล้ว แต่นี่กลับเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของฝันร้ายและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่พรากชีวิตผู้คนไปนับล้านชีวิต กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่โลกไม่ลืม
ภาพถ่ายใบนี้ คือ บันทึกประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงช่วงเวลาอันเปี่ยมไปด้วยความหวัง ที่แปรเปลี่ยนเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง ของมวลมนุษยชาติ นั่นคือเหตุการณ์ การล่มสลายของกรุงพนมเปญเมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2518 อันเป็นจุดสิ้นสุดของสงครามกลางเมืองกัมพูชา
ในภาพ เราจะเห็นกลุ่มทหาร เขมรแดง (Khmer Rouge) ในชุดเครื่องแบบสีเข้มขี้ม้าและหมวกปีก พร้อมอาวุธครบมือ ยืนท่ามกลางฝูงชนชาวเมืองพนมเปญที่พากันชูมือและส่งยิ้มให้ด้วยความยินดี บนพื้นเต็มไปด้วยอาวุธที่ถูกวางกองไว้เพื่อแสดงถึงการยุติการสู้รบ ในวินาทีนั้น ชาวกัมพูชาจำนวนมากหลงเชื่อว่าเสียงปืนที่สงบลงหมายถึงจุดเริ่มต้นของสันติภาพและการเริ่มต้นใหม่ของประเทศ หลังจากต้องทนทุกข์กับไฟสงครามมาอย่างยาวนาน
อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงที่ตามมาหลังจากภาพนี้เพียงไม่กี่ชั่วโมง กลับเลวร้ายอย่างที่สุด ทันทีที่เข้าควบคุมเมืองได้อย่างเด็ดขาด เขมรแดง ได้ประกาศให้ประชาชนทุกคนอพยพออกจากเมืองหลวง ไปยังชนบทโดยอ้างเรื่องความปลอดภัยจากการทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ แต่แท้จริงแล้วมันคือจุดเริ่มต้นของนโยบาย "ปีศูนย์" (Year Zero) ที่กวาดล้างผู้มีความรู้ ปัญญาชน และผู้ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นศัตรูทางชนชั้น จนนำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 1.7 ถึง 2 ล้านคน
ภาพนี้จึงเป็นบทเรียนราคาแพงในประวัติศาสตร์ ที่เตือนใจเราว่า ความหวังที่ปราศจากความจริง มักนำมาซึ่งความสูญเสียที่ยากจะประเมินค่าได้ และเป็น อนุสรณ์เตือนใจถึงความไร้เดียงสาของประชาชน ที่มอบรอยยิ้มให้กับการก้าวเข้ามาของอำนาจมืด เป็นรอยต่อระหว่างความหวังสุดท้ายและความโหดร้ายที่กำลังจะคืบคลานเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าประเทศกัมพูชาไปตลอดกาล
ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ใบนี้ถ่ายโดย
โรลองด์ เนอเวย์ (Roland Neveu)
ช่างภาพข่าวชาวฝรั่งเศส
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ถ่ายและภาพนี้
Tweet
ในภาพ เราจะเห็นกลุ่มทหาร เขมรแดง (Khmer Rouge) ในชุดเครื่องแบบสีเข้มขี้ม้าและหมวกปีก พร้อมอาวุธครบมือ ยืนท่ามกลางฝูงชนชาวเมืองพนมเปญที่พากันชูมือและส่งยิ้มให้ด้วยความยินดี บนพื้นเต็มไปด้วยอาวุธที่ถูกวางกองไว้เพื่อแสดงถึงการยุติการสู้รบ ในวินาทีนั้น ชาวกัมพูชาจำนวนมากหลงเชื่อว่าเสียงปืนที่สงบลงหมายถึงจุดเริ่มต้นของสันติภาพและการเริ่มต้นใหม่ของประเทศ หลังจากต้องทนทุกข์กับไฟสงครามมาอย่างยาวนาน
อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงที่ตามมาหลังจากภาพนี้เพียงไม่กี่ชั่วโมง กลับเลวร้ายอย่างที่สุด ทันทีที่เข้าควบคุมเมืองได้อย่างเด็ดขาด เขมรแดง ได้ประกาศให้ประชาชนทุกคนอพยพออกจากเมืองหลวง ไปยังชนบทโดยอ้างเรื่องความปลอดภัยจากการทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ แต่แท้จริงแล้วมันคือจุดเริ่มต้นของนโยบาย "ปีศูนย์" (Year Zero) ที่กวาดล้างผู้มีความรู้ ปัญญาชน และผู้ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นศัตรูทางชนชั้น จนนำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 1.7 ถึง 2 ล้านคน
ภาพนี้จึงเป็นบทเรียนราคาแพงในประวัติศาสตร์ ที่เตือนใจเราว่า ความหวังที่ปราศจากความจริง มักนำมาซึ่งความสูญเสียที่ยากจะประเมินค่าได้ และเป็น อนุสรณ์เตือนใจถึงความไร้เดียงสาของประชาชน ที่มอบรอยยิ้มให้กับการก้าวเข้ามาของอำนาจมืด เป็นรอยต่อระหว่างความหวังสุดท้ายและความโหดร้ายที่กำลังจะคืบคลานเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าประเทศกัมพูชาไปตลอดกาล
มันคือรอยยิ้มสุดท้าย ก่อนที่ประเทศจะจมดิ่งสู่ "คราบน้ำตา" แห่งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยาวนานถึง
4 ปี !!
ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ใบนี้ถ่ายโดย
โรลองด์ เนอเวย์ (Roland Neveu)
ช่างภาพข่าวชาวฝรั่งเศส
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ถ่ายและภาพนี้
- ถ่ายเมื่อเช้าวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975) บริเวณถนนมุนีวงศ์ (Monivong Boulevard) ในกรุงพนมเปญ
- ในขณะนั้น โรลองด์ เนอเวย์ เป็นหนึ่งในช่างภาพชาวตะวันตกเพียงไม่กี่คนที่ตัดสินใจไม่ยอมอพยพออกไปพร้อมกับสถานทูตสหรัฐฯ แต่เลือกที่จะอยู่ต่อเพื่อบันทึกวินาทีที่เขมรแดงบุกเข้ายึดเมือง
- ภาพชุดที่เขาถ่ายในวันนั้น (ซึ่งรวมถึงภาพนี้) กลายเป็นหลักฐานสำคัญระดับโลกที่แสดงให้เห็นถึง "การหลอกลวง" ของประวัติศาสตร์ เพราะมันบันทึกวินาทีที่ชาวเมืองยิ้มแย้มต้อนรับทหารเขมรแดงด้วยความหวัง ก่อนที่ความหวังนั้นจะถูกทำลายลงในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา
โรลองด์ เนอเวย์ ได้รวบรวมภาพถ่ายชุดนี้ไว้ในหนังสือชื่อ "The Fall of Phnom Penh" ซึ่งถือเป็นบันทึกทางสายตาที่ดีที่สุดฉบับหนึ่งของเหตุการณ์นี้ครับ



.jpg)
