โลกที่ข่าวสงครามไม่เคยเงียบ โลกที่ความจริงแพ้แรงกระแส โลกที่คนดีต้องอธิบายตัวเอง ขณะที่คนโกงพูดอะไรก็มีแต่คนเชื่อ คนยกย่อง .... นี่คือโลกเดียวกับที่คำพยากรณ์ กล่าวถึง ....หรือแท้จริงแล้ว คำพยากรณ์นั้นไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ แต่เป็นกระจกสะท้อนใจมนุษย์ ในวันที่ศีลธรรมกำลังถอยหลังอย่างเงียบงัน .....
บทความชิ้นนี้ ไม่ได้ชี้ชวนให้เชื่อเรื่องคำทำนาย อย่างงมงาย แต่ชวนผู้อ่านกลับมามองโลกปัจจุบัน ผ่านสายตาของคำเตือนโบราณ เพื่อถามตัวเองอย่างตรงไปตรงมาว่า .... เรากำลังอยู่ใน “กึ่งพุทธกาล” หรือเพียงกำลังอยู่ในยุคที่มนุษย์หลงลืมคุณค่าพื้นฐานของการเป็นคนดีไปแล้วกันแน่ ....
อานันทะ ดูก่อนอานนท์ หลังกึ่งพุทธกาล (ช่วงหลัง พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป)
จะมีความร้ายแรงมากกว่าก่อนกึ่งพุทธกาลมาก
ยักษ์นอกพุทธศาสนาจะรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน ต่างฝ่ายจะล้มตายกันฝ่ายละมาก ๆ
สมณะ ชีพราหมณ์ จะล้มตาย จะตายไปฝ่ายละครึ่งจึงเลิกรากัน
สำหรับประเทศที่นับถือพุทธศาสนาจะมีภัยเหมือนกัน แต่ไม่ร้ายแรงนัก
เริ่มแต่พุทธศาสนาล่วงเลย 2,500 ปี เป็นต้นไป (ช่วงหลัง พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป)
ไฟจะรุกรามมาทางทิศตะวันออก ไหม้วัดวาอาราม สมชีพรามณ์จะอดอยากยากเข็ญ
ลูกไฟจะตกจากฟ้าเป็นเพลิงผลาญ เหล็กกล้าจะทะยานจากน้ำ มหาสมุทธจะชอกซ้ำ
สงครามจากทั่วทิศศึกจะติดเมือง ข้าวจะขาดแคลนทั่วแคล้นจะอดอยาก
ผีโขมดป่าจะเข้าเมือง พระเสื้อเมือง ทรงเมือง จะหนีเข้าไพร
ผู้เป็นใหญ่มีอำนาจ จะเรียกแมลงผีเสื้อเหล็กนับแสนตัว มาปล่อยไข่เป็นไฟผลาญ
ยักษ์หินที่ถูกสาบเป็นเวลานาน จะตื่นขึ้นมาอาละวาทโลก
ดินฟ้าอากาศจะแปรปรวน ตลิ่งจะพัง แผ่นดินจะถล่มเป็นทะเล
โลกมนุษย์จะดิ่งสู่ความหายนะ นักปราชญ์จะถูกทำร้ายให้สิ้นสูญ
ในระยะนั้นศาสนาของตถาคตจะเสื่อมลงมาก เพราะพุทธบริษัท ไม่ต้องอยู่ในศีลธรรม
เชื่อคำคนโกง กล่าวคำเท็จ ไม่เคารพรักธรรมนิยม คนประจบ สอพลอได้รับความเชื่อถือในสังคม
ผู้ที่มีศีลธรรม ประพฤติดี ประพฤติชอบ กลับไม่มีใครเคารพยำเกรง
พระธรรมจะเริ่มเปล่งรัศมีฉายแสงส่องโลกอีกวาระหนึ่งก็ต่อเมื่อ
มีธรรมิกราชโพธิญาณบังเกิดขึ้น อยู่ในความอุปถัมภ์ของพระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์
ทั้งสองพระองค์สถิตย์ ณ เบื้องต้นตะวันออกของมัชฌิมประเทศ
จะเสด็จมาเสริมสร้างศาสนาของตถาคต ให้รุ่งเรืองสืบไปถึง 5,000 พระวัสสา
ดูก่อนอานนท์ เวลานั้นพลโลกเหลือน้อยมาก
คำทำนายของตถาคตนี้ ย่อมยังเวไนยสัตว์ให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท
ผู้ใดรู้แล้วไม่เชื่อ นับว่าเป็นกรรมของสัตว์ ที่ต้องสิ้นสุดไปตามกรรมชั่วของตน
ผู้ใดปรารถนารอดพ้นจากภัยพิบัติ ให้รักษาศีล 5 ประการ
เจริญเมตตาภารนา ประกอบสัมมาอาชีพ มีใจสันโดดรู้จักพอ
ไม่โป้ปดคตโกง ไม่หลงมัวเมาอำนาจและลาภยศ
ตั้งใจปฏิบัติตน ตามคำสอนของตถาคตให้มั่นคง
จึงจะพ้นอันตรายในกึ่งพุทธกาล"
- ปรับคำในข้อความ ให้เข้าใจง่ายขึ้น
คำทำนายหลังพุทธศักราช 2,500 ปี
พระพุทธเจ้าตรัสกับพระอานนท์ว่า
หลังจากพุทธศาสนาผ่านไปกึ่งหนึ่งของอายุศาสนา (ประมาณหลัง พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป)
โลกจะเผชิญความรุนแรงและความเสื่อมหนักกว่ายุคก่อนอย่างมาก
· ผู้มีอำนาจนอกหลักธรรม จะทำสงครามฆ่าฟันกันเอง
ต่างฝ่ายต่างล้มตายเป็นจำนวนมาก
แม้สมณะ ชีพราหมณ์ หรือผู้ถือเพศนักบวช ก็จะล้มตายไปครึ่งหนึ่ง
ก่อนที่ความขัดแย้งจะยุติลง
· ประเทศที่ยังนับถือพุทธศาสนา
จะประสบภัยเช่นกัน แต่ความเสียหายจะเบากว่า
· เมื่อพุทธศาสนาล่วงเลย 2,500 ปี
ภัยพิบัติจะเริ่มปรากฏชัด
ไฟจะลุกลามจากทิศตะวันออก เผาผลาญวัดวาอาราม
นักบวชและผู้ทรงศีลจะยากจน อดอยาก
· ไฟจากฟ้าจะตกลงมาทำลายโลก
อาวุธเหล็กจะผุดขึ้นจากน้ำ
ทะเลจะปั่นป่วนรุนแรง
สงครามจะเกิดจากทุกทิศ เมืองจะถูกล้อม
อาหารขาดแคลน ผู้คนอดอยากทั่วแผ่นดิน
· สิ่งชั่วร้ายจากป่าเขา จะหลั่งไหลเข้าสู่เมือง
ผู้คุ้มครองบ้านเมืองจะหนีเอาตัวรอด
ผู้มีอำนาจจะใช้อาวุธร้ายแรงจำนวนมาก
ปล่อยเพลิงทำลายล้างโลก
· อำนาจที่ถูกผนึกไว้เนิ่นนานจะตื่นขึ้น
โลกจะเต็มไปด้วยความโกลาหล
ดินฟ้าอากาศแปรปรวน
แผ่นดินถล่ม กลายเป็นทะเล
· มนุษยชาติจะเข้าใกล้ความพินาศ
นักปราชญ์และผู้มีปัญญาจะถูกกำจัด
พระพุทธศาสนาจะเสื่อมถอยอย่างหนัก
เพราะพุทธบริษัทละเลยศีลธรรม
เชื่อคนโกง เชื่อคำเท็จ
ไม่เคารพธรรม ไม่ยกย่องคนดี
แต่กลับเชื่อถือคนประจบสอพลอ
· คนมีศีลธรรมกลับไม่มีใครเกรงใจหรือให้คุณค่า
· ต่อมา พระธรรมจะกลับมาส่องแสงอีกครั้ง
เมื่อมี “ธรรมิกราชผู้รู้แจ้ง” อุบัติขึ้น
ภายใต้การอุปถัมภ์ของพระเถระผู้ทรงคุณธรรม
ทั้งสองจะสถิตอยู่ทางทิศตะวันออกของแผ่นดินมัชฌิมประเทศ
และจะฟื้นฟูพระพุทธศาสนา
ให้รุ่งเรืองต่อไปจนครบ 5,000 ปี
· แต่ในเวลานั้น มนุษย์จะเหลืออยู่น้อยมาก
· คำทำนายนี้
มีไว้เพื่อเตือนสติสัตว์โลกไม่ให้ประมาท
ผู้รู้แล้วไม่เชื่อ ก็เป็นกรรมของผู้นั้นเอง
· ผู้ใดปรารถนาจะรอดพ้นจากภัยพิบัติ
ให้รักษาศีล 5
เจริญเมตตาภาวนา
ประกอบอาชีพสุจริต
รู้จักพอ ไม่หลงอำนาจ ลาภยศ
ไม่โกหก ไม่คดโกง
ตั้งมั่นในคำสอนของพระพุทธเจ้า
ผู้นั้นย่อมพ้นภัยในกึ่งพุทธกาลได้
แปลความ
“หลังกึ่งพุทธกาล โลกจะวุ่นวาย ผู้คนหลงผิด คนดีไร้ที่ยืน คนโกงกลับรุ่งเรือง”กึ่งพุทธกาล ในที่นี้ มิใช่เพียงการนับปีหลัง พ.ศ. 2560 แต่คือ ช่วงเวลาที่ศาสนาเริ่มอ่อนแรง ไม่ใช่เพราะคำสอนเสื่อม แต่เพราะ ผู้คนเลิกใช้คำสอนเป็นหลักยึดชีวิต .....
....แต่พังเพราะไฟในใจมนุษย์
ภาพของ “ไฟจากฟ้า ลูกไฟ ผีเสื้อเหล็ก”
หากอ่านแบบตัวอักษร
อาจดูเหมือนหายนะเหนือธรรมชาติ แต่หากอ่านแบบร่วมสมัย
มันไม่ต่างจากอาวุธ เทคโนโลยี และอำนาจที่มนุษย์สร้างขึ้นเอง โดยไร้ศีลธรรมกำกับ ...
สงครามในยุคใหม่ ไม่จำเป็นต้องมีทหารเดินทัพ
แต่เป็นสงครามข้อมูล สงครามเศรษฐกิจ สงครามความเกลียดชัง
ที่ทำให้ผู้คน “ตายทางความคิด” ก่อนจะตายทางกายภาพ
คำว่า “ยักษ์รบราฆ่าฟันกัน” จึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงอสูรกาย
แต่คือ ผู้มีอำนาจที่ขาดธรรม ...
ระบบที่แข่งขันกันโดย ไม่สนใจคุณค่ามนุษย์
และสังคมที่ยอมให้ความโลภเป็นผู้นำ ....
วันที่คนดีไม่มีราคา
คือ วันที่ศาสนาเริ่มพ่ายแพ้ ....
แก่นสำคัญที่สุดของคำพยากรณ์นี้ คือ ภาพของสังคมที่
- คนพูดจริงถูกมองว่า โง่
- คนซื่อสัตย์ถูกมองว่า ไม่ทันโลก ล้าสมัย เชย เต่าล้านปี
- คนประจบสอพลอ กลับได้รับความเชื่อถือ
- คนโกง พูดเท็จ กลายเป็น “คนเก่ง”
แต่มันคือภาพข่าวรายวันของโลกยุคปัจจุบัน
เมื่อศีลธรรมไม่ใช่มาตรฐาน
แต่ผลประโยชน์คือคำตอบสุดท้าย
พระพุทธศาสนาก็เสื่อม แม้วัดจะยังตั้งอยู่
และนักปราชญ์ก็ถูกทำร้าย แม้ไม่มีใครยกมือขึ้นมาใช้กำลัง ....
ธรรมิกราช ไม่ได้มาจากตำแหน่ง
แต่มาจากคุณธรรม....
คำพยากรณ์กล่าวถึงการฟื้นคืนของพระธรรม
ผ่าน “ธรรมิกราชผู้มีโพธิญาณ”
ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นกษัตริย์ ไม่จำเป็นต้องมีบัลลังก์ ...
ธรรมิกราชในโลกปัจจุบัน
อาจเป็นผู้นำที่กล้ายืนบนความถูกต้อง
อาจเป็นครูที่ไม่ขายวิญญาณ
อาจเป็นประชาชนธรรมดาที่ไม่ยอมไหลไปกับความชั่ว
การฟื้นฟูศาสนา
จึงไม่ใช่การสร้างวัดเพิ่ม
แต่คือการสร้าง “คนที่มีศีล” ให้เพิ่มขึ้น
คำพยากรณ์ไม่ได้บอกให้กลัว
แต่บอกให้ไม่ประมาท
ตอนท้ายของคำทำนาย มิได้สั่งให้สะสมเสบียง
มิได้สั่งให้หนีโลก .... แต่สั่งง่าย ๆ ว่า ให้คุณ .....
- รักษาศีล 5
- มีเมตตา
- ประกอบอาชีพสุจริต
- ไม่หลงอำนาจและลาภยศ
- ไม่โกง ไม่โกหก
- และตั้งมั่นในธรรม
แต่คือสูตรเอาตัวรอดในโลกที่กำลัง “เสียศูนย์”
กึ่งพุทธกาล อาจไม่ใช่ยุคแห่งหายนะ หากแต่เป็นยุคแห่งการคัดกรอง
คัดกรองว่า... ใครจะยืนอยู่บนศีล และใครจะไหลไปกับกระแส
เพราะในโลกที่วุ่นวายที่สุด คนที่ไม่ประมาท
อาจไม่ใช่ผู้ที่รอดคนสุดท้าย
แต่คือ ผู้ที่ยังรักษาความเป็นมนุษย์ไว้ได้
แม้โลกจะกำลังล่มสลาย ....



.jpg)
