“เมื่อเสาหลักถูกถอนออกทีละต้น
อาคารทั้งหลังย่อมพังทลาย”
ไม่มีสถาบันกษัตริย์ใดในโลก พังลงเพราะประชาชนตื่นขึ้นมาเกลียดกษัตริย์ พร้อมกันทั้งประเทศ แต่ทุกสถาบันที่ล่ม ล้วนถูกทำให้ล้มทีละชิ้น อย่างเป็นระบบ และแนบเนียน ประวัติศาสตร์ไม่ได้เตือนเราด้วยคำพูด แต่มันเตือนเราด้วยซากประเทศที่แตกเป็นเสี่ยง และสูตรนั้นกำลังถูกใช้ซ้ำอีกครั้ง ....
มันเริ่มจาก “กติกา” ก่อนเสมอ
- สเปน ปี ค.ศ.1931 .... รัฐธรรมนูญใหม่ ถูกเสนอในนามของความก้าวหน้า แต่เนื้อแท้ คือ การตัดอำนาจเชิงโครงสร้างของสถาบัน ผลลัพธ์ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่งดงาม แต่คือสงครามกลางเมือง เลือด และความแตกแยกยาวนาน
- รัสเซีย ปี ค.ศ. 1917 ... ซาร์ยังอยู่ แต่ไม่มีอำนาจ และเมื่อสถาบันกลายเป็นเพียงเงา การล้มก็เป็นเพียงพิธีกรรมขั้นสุดท้าย
รัฐธรรมนูญคือด่านแรก
ใครก็ตาม ที่บอกว่า “ไม่เกี่ยวกับสถาบัน” ควรถูกตั้งคำถามก่อนเสมอ
การทำให้กองทัพ
“แพ้” โดยไม่ต้องรบ ....
- ฝรั่งเศสก่อนปี ค.ศ. 1789 ... กองทัพขาดงบ ไร้เกียรติ นายทหารถูกวาดภาพเป็นศัตรูของประชาชน เมื่อการปฏิวัติมาถึง กองทัพไม่เหลือพลังจะปกป้องอะไรเลย .!!!
- อิหร่าน ปี ค.ศ. 1979 .... กองทัพของพระเจ้าชาห์ ไม่ได้แพ้ในสนามรบ แต่แพ้ในสนามศีลธรรม และเมื่อทหารลังเล ระบอบก็จบ ....
สูตรอันตรายที่สุด
คือ แยกทหารผู้น้อยออกจากกองทัพ
ถ้ามียุทธศาสตร์ใดที่การปฏิวัติทุกครั้ง ต้องใช้ มันคือ การทำให้ทหารไม่เชื่อฟังผู้บังคับบัญชา
- รัสเซีย ปี ค.ศ. 1917 .... เกิด “สภาทหาร” ของทหารชั้นผู้น้อย ... คำสั่งกลายเป็นเรื่องต่อรอง กองทัพกลายเป็นฝูงชนติดอาวุธ
- จีนคอมมิวนิสต์ คำว่า “ทหารของประชาชน” ถูกใช้เพื่อดึงทหารออกจากความจงรักภักดีเดิม เมื่อกองทัพ ไม่ขึ้นกับสถาบันใดๆ สถาบันนั้นย่อมพัง นี่ไม่ใช่อุดมการณ์ แต่ นี่คือเทคนิค....
ในโลกสมัยใหม่ การล้มสถาบันฯ ไม่จำเป็นต้องล้มตัวบุคคล แค่ทำให้คุณค่าที่สถาบันยืนอยู่ กลายเป็นของน่ารังเกียจ
ยุโรป ทำลายศีลธรรมศาสนา ก่อนที่จะโค่นกษัตริย์ คอมมิวนิสต์ทำลาย
บทสรุปที่โลกเห็นมาแล้ว
....
ไม่มีประเทศใดในประวัติศาสตร์ ที่ล้มสถาบันกษัตริย์แล้วได้เสรีภาพ ตามที่สัญญา ฝรั่งเศส ได้จักรพรรดิ ....
รัสเซีย ได้เผด็จการ อิหร่าน ได้ระบอบศาสนาที่เข้มข้นกว่าเดิมสเปน ได้สงครามกลางเมือง สิ่งที่หายไปคือ สถาบัน สิ่งที่มาแทนคือ อำนาจที่ไม่ต้องอธิบายกับใคร ...
คำเตือนถึงสังคมไทย
อันตรายที่สุด ไม่ใช่คนที่ตะโกนล้มเจ้า แต่อันตรายที่สุดคือ คนที่บอกว่าไม่ล้ม แต่ค่อยๆ ดึงเสาออกทีละต้น .....
ประวัติศาสตร์ไม่ได้ซ้ำรอยเพราะโชคชะตา มันซ้ำรอยเพราะประชาชนถูกทำให้ลืม และเมื่อวันหนึ่ง เราหันกลับไปมอง ประเทศอาจไม่เหลืออะไรให้ปกป้อง นอกจากคำว่า “รู้อย่างนี้ น่าจะรู้ทันตั้งแต่แรก”



