ค้นหาบทความ 🙄





3/24/68

ความเฉลียวฉลาด (Intelligence) ตอนที่ 5 - พันธุกรรม หรือ สิ่งแวดล้อม

    สิ่งหนึ่งที่บรรดานักวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆ ที่ศึกษาเรื่อง ความเฉลียวฉลาด พยายามอย่างที่สุดที่จะหาข้อสรุปให้ได้ คือ อะไรที่มีผลต่อ ความเฉลียวฉลาดของมนุษย์มากกว่ากัน  ระหว่าง ธรรมชาติ  ซึ่งก็คือ พันธุกรรม จากพ่อแม่ และ การเลี้ยงดู อบรม สั่งสอน ซึ่งก็คือ สิ่งแวดล้อม ??? 




"....แล้วทุกครั้งที่ทำการศึกษา ก็จะได้ผลลัพธ์เหมือนกัน คือ พันธุกรรม มีผลต่อความเฉลียวฉลาด มากกว่า สิ่งแวดล้อม อย่างมาก และผู้ที่ทำการศึกษา ก็จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ตลอดไป จนถึงโจมตีทุกครั้งเช่นกัน...."

      การศึกษาวิจัยในเรื่องนี้ ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด คือ การศึกษาสาเหตุของความแตกต่างทางจิตวิทยา : การศึกษาฝาแฝด ที่ถูกเลี้ยงแยกกันใน มินิโซต้า หรือ Sources of Human Psychological Differences : The Minnesota Study of Twins Reared Apart โดย Thomas J. Bouchard, Jr., David T. Lykken, Matthew McGue, Nancy L. Segal and Auke Tellegen 

ซึ่งสรุปได้ชัดเจนว่า พันธุกรรมมีผลมากกว่า 70% ต่อระดับไอคิว หรือความเฉลียวฉลาด

      การศึกษานี้ ตามไปศึกษาคู่แฝด ทั้งที่เป็นแฝดเหมือน และแฝดต่าง กว่า 100 คู่ ที่ถูกแยกเลี้ยงในครอบครัวอุปถัมถ์ แยกจากกัน ตั้งแต่   ค.ศ. 1979    โดยนักวิทยาศาสต  ร์ตามไปที่ครอบครัวเหล่านั้น และให้สมาชิกในครอบครัวทุกคน  ทำแบบทดสอบต่างๆ  รวมทั้งความเฉลียวฉลาด ซึ่งได้ผลว่า ...


     คู่แฝดที่ถูกเลี้ยงแยกกัน  มีความเฉลียวฉลาดใกล้เคียงกันเอง มากกว่า จะใกล้เคียงกับครอบครัวอุปถัมถ์อย่างมีนัยสำคัญ  ไม่ว่าสภาพแวดล้อมของครอบครัวอุปถัมถ์  จะต่างกันมากน้อยแค่ไหนก็ตาม

     หลังจากการศึกษานี้ ถูกตีพิมพ์  และนำเสนอในปี   ค.ศ. 1990 นักวิทยาศาสตร์  และนักการศึกษา  ที่สนับสนุนว่า การเลี้ยงดู หรือ Nurture มีผลต่อความเฉลียวฉลาดมากกว่าปัจจัยอื่นๆ ก็ออกมาวิพากษ์ว่า โทมัส บูชาร์ด และคณะ  ใช้วิธีทางสถิติ  ที่ไม่ถูกต้องบ้าง ( มีการพิสูจน์ภายหลังโดยนักสถิติว่าถูกต้องแล้ว) ละเลยไม่ทำการศึกษาในกลุ่มควบคุมหรือ control group บ้าง   ซึ่งทางผู้ศึกษา   ก็ออกมาโต้แย้งว่า หากใช้กลุ่มควบคุม  ซึ่งคือฝาแฝด  ที่ถูกเลี้ยงด้วยกันในครอบครัว  และสภาพแวดล้อมเดียวกัน จะพบว่า คู่แฝดยิ่งมีความเฉลียวฉลาดเหมือนกันมากขึ้นไปอีก ซึ่งก็เป็นความจริงอีก

      นอกจากนี้ การศึกษาอื่นๆ  ในเรื่องนี้   ต่างก็ให้ผลไปในทางเดียวกัน อย่างไม่มีข้อสงสัย จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้วมีการปั่น   เอ๊ย   มีเผยแพร่ข่าวคู่ฝาแฝดเด็กผู้หญิงชาวเกาหลี  ที่ถูกแยกในปี  ค.ศ. 1974 ในกรุงโซล โดยคนหนึ่งถูกนำมาเลี้ยงโดยครอบครัวอุปถัมถ์ที่อบอุ่นในสหรัฐ และอีกคนหนึ่ง ถูกเลี้ยงขึ้นมาในครอบครัวที่มีปัญหาเกาหลีใต้  และเมื่อนำทั้งสองคน มาทดสอบความเฉลียวฉลาดด้วยการวัดไอคิว ก็พบว่าแฝดที่โตในสหรัฐฯ  มีไอคิวสูงกว่าแฝดที่โตในเกาหลีใต้ถึง 16 คะแนน ....

      อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่เชื่อว่า  พันธุกรรมมีผลต่อความเฉลียวฉลาดมากกว่า  ก็ได้วิจารณ์ว่า นอกจากจะมีแค่หนึ่งตัวอย่างเท่านั้น ซึ่งไม่ถือว่าเป็นการศึกษาตามหลักวิชาการ การใช้ข้อสอบวัดไอคิวภาษาอังกฤษทดสอบ   ทำให้แฝดที่โตในเกาหลีเสียเปรียบแฝดที่โตในสหรัฐฯ ... 

      ถึงตรงนี้ เราคงสงสัยหรืองง ว่า มันอะไรกันนักกันหนาเนี่ย ไหงทั้งสองฝ่าย ไม่ยอมร่วมมือกัน ไม่ยอมลดลาวาศอกให้กัน แล้วแถมยังเตะตัดขากันอีก ไหงการที่เป็นเพราะ กรรมพันธุ์ หรือ การเลี้ยงดู มันถึงได้คอขาดบาดตายขนาดนั้นด้วย (วะ) ซึ่งเรื่องนี้  มันมีที่มาที่ไปที่เป็นเรื่องของการเมืองสุดขั้วด้วย

      ย้อนหลังกลับไปถึง ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง อุดมการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวของเยอรมันนาซี เรื่องหนึ่งคือ เผ่าพันธุ์อารยัน ของพวกตนที่รูปร่างสูง ผมสีทอง ตาสีฟ้า เป็นเผ่าพันธุ์สุดยอดของมนุษย์ ดีกว่า เฉลียวฉลาดกว่า เผ่าพันธุ์อื่นๆ  ที่จะถูกกำจัดออกไป หรือใช้เป็นทาสแรงงาน ซึ่งนำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่โหดร้าย อย่างที่เรารู้กัน ....

      ด้วยเหตุนี้เอง หลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง การศึกษา ค้นคว้า วิจัย ใดก็ตามที่ศึกษาลักษณะต่างๆ  ในมนุษย์ที่ส่งต่อทางพันธุกรรม จะถูกมองด้วยความ  "ไม่ไว้วางใจ" และ  ความเคลือบแคลงสงสัยใน "เจตนา" หรือจะถูกคัดค้าน ต่อต้าน ด้วย  

ด้วยเหตุนี้ การศึกษาว่าความเฉลียวฉลาดของมนุษย์ เป็นผลจากพันธุกรรมหรือไม่ อย่างไร ก็ยิ่งถูกสงสัย คัดค้าน ต่อต้าน เช่นกัน ด้วยสาเหตุที่ว่ามา

      นอกจากนี้ บรรดานักการศึกษาของฝรั่ง  ก็พยายามคัดค้านการศึกษานี้ด้วย เพราะขัดกับความเชื่อของพวกตนที่ว่า   เด็กนักเรียนทุกคนทีศักยภาพเหมือนกัน หากมีโอกาสเรียนเท่าเทียมกัน มีสภาพแวดล้อมเหมือนกัน อย่างเช่น โภชนาการ การเลี้ยงดูของครอบครัว ก็จะสามารถเรียนรู้ได้ดีเหมือนๆกัน    ( ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง )

      แล้วอีกอย่างหนึ่ง  ที่มีผลอย่างแน่นอนด้วย   ก็คือ ธรรมชาติของมนุษย์เราเอง ที่ไม่ต้องการจำนนต่อธรรมชาติ ผู้คนจำนวนมาก  แทบจะทุกเชื้อชาติ ไม่ต้องการเชื่อว่า ความเฉลียวฉลาดของตน ถูกกำหนดเอาไว้แล้วตั้งแต่เกิด แต่ก็แปลกดี   ที่คนจำนวนมากเชื่อเรื่องดวงชะตา ซึ่งก็ไม่ต่างกัน หรือที่คนจำนวนมากไม่ใฝ่รู้ ไม่ชอบเรียน ไม่ต้องการฉลาดขึ้น แต่อย่างใด ... ?!  


   ดังนั้น ห้ามลืมเด็ดขาดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ควรไปพูดคุยกับใครก็ตาม  ที่เราไม่คุ้นเคย เพราะแม้ว่าจะเป็นเรื่องจริง เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะตาย แต่คนพูดอาจจะไม่รอดก็ได้ ( 5555 ) 


บทความโดย : Sompob Pordi

ความเฉลียวฉลาด (Intelligence) รวมทุกตอน >> คลิ๊กที่นี่ ...

     ผมอยากฉลาด และชอบคนฉลาด ผมเชื่อว่า ความเฉลียวฉลาดและคนฉลาดมีประโยชน์มากกว่าโทษ และคือสิ่งที่นำพาให้มนุษยชาติมาถึงวันนี้ ผมก็เลยสนใจเรื่องความเฉลียวฉลาดของมนุษย์มาก มากพอที่จะตะลุยหาความรู้ในเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ใครที่สนใจ ที่มีเวลา โดยเฉพาะ คนที่ยังมีลูกหลานเล็กๆ ผมแนะนำสุดใจครับ เพราะจะเป็นประโยชน์แน่นอน

ความเฉลียวฉลาด (Intelligence) เป็นส่วนผสมทางชีววิทยา และประสบการณ์ชีวิต หากตั้งใจ หากทำเป็น สร้างเสริมได้ เพิ่มพูนได้ พัฒนาได้ .... และเมื่อเฉลียวฉลาดแล้ว โลกทัศน์จะต่างจากคนทั่วไป จะเห็นสิ่งต่างๆ ได้ชัดเจนกว่า จะเห็นโอกาส และจะมีทางเลือกมากกว่า และสามารถจะใช้โอกาสและทางเลือกที่ดีกว่าเพื่อประโยชน์ของตนเอง ครอบครัว และสังคม ได้แน่นอนครับ !!!





Admin Bee

สนับสนุน Misc.Today

นี่คือ ลิ้งค์พันธมิตร หรือที่เรียกว่า affiliate link ซึ่งหมายความว่า... หากคุณคลิ๊กลิ้งค์นี้ และซื้อผลิตภัณฑ์ อะไรก็ได้ ฉันจะได้ค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อย สิ่งนี้จะช่วยสนับสนุนเว็บไซด์ และช่วยให้กำลังใจเราต่อไป


  ชาหมักคอมบูชะ Scoby doit  


 






 

คุณอาจสนใจ

5 บทความ ยอดนิยม ในรอบ 30 วัน

🟡 โพสต์แนะนำ

คริสเตียนไซออนนิสท์ คือใคร ? - Christian Zionist

ช่วงนี้ ผมติดตามหาข้อมูลเกี่ยวกับ อิสราเอล กับ ปาเลสไตน์ ครับ ส่วนใหญ่จะเป็นแนวประวัติศาสตร์เสียมาก เพราะผมมีความเชื่อส่วนตัวว่า การที่เราจะ...

Popular Posts

แนะนำหนังสือ


  BOOKs OF THE DAY








ผู้สนับสนุน







Xiaomi Kingsmith Walking Pad

 Xiaomi Kingsmith Walking Pad R1 Pro/ R2 ลู่เดิน/วิ่งไฟฟ้า พับเก็บได้ สำหรับการออกกำลังกายภายในบ้าน >> คลิ๊กดูเพิ่มอีก


ป้ายกำกับ / Tag labels

2475 (1) กฎหมาย (5) กฐิน (2) กรรม (5) กระเป๋า (3) กรุงเทพฯ (21) กรุงศรีอยุธยา (12) กล้องถ่ายภาพ (7) กลอน (4) กลาโหม (9) การเกษตร (7) การขาย (1) การจัดเก็บ (3) การปกครอง (3) การเมือง (63) การลงทุน (1) การศึกษา (144) กิจกรรมกลางแจ้ง (2) กีฬา (3) เกษตร (3) เกี่ยวกับสัตว์ (16) ไกลกังวล (1) ขงจื้อ (1) ขนม (2) ขอมไม่ใช่เขมร (6) ข้าว (3) ข่าวสาร (22) ขิง (1) เขมร (10) โขน (2) คณะราษฎร (11) คติธรรม (1) คนเล่านิทาน (15) ครอบครัว (8) ครัว (1) ครู (6) ความเฉลียวฉลาด (8) ความเชื่อ (16) ความรู้ (181) คอมมิวนิสต์ (34) คำภีร์ (2) คำสอน (13) เครื่องบิน (7) เงินตรา (4) จอมพล ป. พิบูล (1) จอมพล ป. พิบูลสงคราม (13) จีน (54) ช้าง (1) ชายแดนใต้ (5) ญี่ปุ่น (16) ดนตรีไทย (1) ดอกไม้ (1) เด็ก (5) เดนมาร์ก (1) ต้นไม้ (4) ตลาดนัด (1) ตำรวจ (2) เตา (1) เตือนภัย (19) แต่งงาน (1) ไต้หวัน (1) ทรัพยากร (2) ทวิตเตอร์ (1) ทหาร (9) ท่องเที่ยว (28) ทะเล (3) ทัศนะ (65) ทำบุญ (5) ทำอาหาร (4) เทคโนโลยี (13) โทรศัพท์มือถือ (2) ธนบัตร (1) ธนาคาร (4) ธรณี (1) ธรรมชาติ (12) ธรรมในคำกลอน (1) ธรรมะ (6) ธรรมาธิปไตย (2) ธุรกิจ (11) นราธิวาส (3) นวดไทย (1) นักบิน (1) นักเรียน (4) นางใน (1) นาซี (1) นายกรัฐมนตรี (3) น้ำมัน (1) นิทานพื้นบ้าน (1) นิยาย (3) นิวเคลียร์ (1) เนปาล (1) แนะนำสินค้า (39) โนรา (1) ในหลวง ร.10 (1) ในหลวงรัชกาลที่ 9 (15) บริการ (4) บริหาร (3) บ่อน (1) บัตรเครดิต (2) บัตรประชาชน (1) บาลีวันละคำ (5) บุคคล (43) บุญ (3) บุหรี่ (1) เบตง (1) แบรนด์ไทย (5) โบราณวัตถุ (13) โบราณสถาน (7) โบสถ์ (2) ประชาธิปไตย (61) ประท้วง (7) ประเทศไทย (182) ประธานาธิบดี (2) ประวัติศาสตร์ (151) ปรัชญาชีวิต (22) ปรีดี (2) ปลูกต้นไม้ (3) ปูติน (1) ผลไม้ (2) ผลิต (3) ผัก (1) ผิวสี (1) แผ่นดินไหว (3) ฝรั่งเศส (6) พม่า (6) พยาบาล (2) พระเจ้าตากสินมหาราช (2) พระนเรศ (1) พระพุฒาจารย์ (1) พระพุทธเจ้า (1) พระราชกรณียกิจ (4) พระสงฆ์ (12) พราหมณ์ (1) พิธีกรรม (1) พิบูลสวัสดี (1) พิพิธภัณฑ์ (10) พุทธทาส (1) พุทธศาสนา (14) เพชรบุรี (3) เพลง (8) เพลงผ้า ปรพากย์ (1) แพทย์ (5) ฟาโรห์ (1) ไฟ (4) ไฟฉาย (1) ไฟฟ้า (1) ภัยพิบัติ (3) ภาคใต้ (6) ภาคอีสาน (1) ภาษา (13) ภาษิต (1) ภูเขาไฟ (1) ภูมิปัญญา (19) ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ (1) มวยไทย (5) มหาสมุทร (1) มาเลเซีย (1) มุมไบ (2) มุสลิม (2) แม่ (1) แมลง (1) ไม้ไผ่ (1) ยา (1) ยิว (3) ยูเครน (1) ยูนนาน (1) เยาวชน (1) เยาวราช (1) รถเมล์ (4) รองเท้า (2) รอบโลก (4) ระบบนิเวศน์ (1) ระเบิด (3) รัชกาลที่ ๒ (1) รัชกาลที่ ๔ (3) รัชกาลที่ ๕ (7) รัชกาลที่ ๖ (2) รัชกาลที่7 (8) รัชกาลที่ ๘ (6) รัฐประหาร (7) รัสเซีย (13) ราชาศัพท์ (1) รามเกียรติ์ (1) เรือ (3) เรื่องเก่า (82) เรื่องเล่า (24) โรค (5) โรคระบาด (5) โรงงาน (1) โรงพยาบาล (11) โรงเรียน (17) โรฮิงญา (1) ลอนดอน (1) ละคร (1) ลัทธิ (2) ลัทธิมาร์กซ์ (3) ล้านนา (3) ลาว (4) ลิง (1) เลือกตั้ง (9) โลก (8) โลกร้อน (4) วัฒนธรรม (2) วัด (14) วันแม่ (1) วันสำคัญ (5) วิทยาศาสตร์ (9) วิทยุ (2) วิหาร (4) เวียดนาม (4) ไวรัล (1) ศัพท์ (2) ศาสนา (38) ศิริราช (5) ศิลปะ (5) ศิลปาชีพ (1) เศรษฐกิจ (3) สงขลา (1) สงคราม (51) สถานีรถไฟ (1) สนามบิน (2) สเปน (1) สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร (2) สมัยเมจิ (1) สยาม (13) สวนสนุก (1) สวิตเซอร์แลนด์ (2) สังคม (46) สัตว์ปีก (1) สายสังคม (3) สำนวน (8) สิ่งประดิษฐ์ (13) สื่อ (4) สุขภาพ (14) สุภาพจิต (6) สุสาน (1) เสรีภาพ (1) ไสยศาสตร์ (1) หนังแท้ (4) หนังสือ (31) หนังสือพิมพ์ (1) หนู (1) ห้องเรียน (4) เหมาเจ๋อตง (2) เหรียญ (1) อเมริกา (40) ออสเตรีย (1) อังกฤษ (6) อาชีพ (3) อาหาร (15) อาหารจานโปรด (8) อิตาลี (3) อินเดีย (9) อิสราเอล (3) อียิปต์ (1) อีสาน (1) แอปพลิเคชัน (4) ไอร์แลนด์ (1) cpr (1) deep state (1) democracy (1) Diarymisc (3) facebook (1) handmade (1) leather (1) marxism (1) metaverse (1) nomad (6) Nuclear (1) OPENUP (1) powerbank (1) shopee (1) Social media (2) social science (3) social views (122) Sompob Pordi (8) startup (1) UNESCO (4) xiaomi (1)


Miscellaneous | Misc.Today 🌱 . ขับเคลื่อนโดย Blogger.

 
miscthailand