ค้นหาบทความ 🙄



10/24/65

กฐินพระคือผ้า กฐินข้าคือเงิน | เรื่องเพี้ยนๆ ในสังคมไทย ว่าด้วยเรื่อง ทอดกฐิน ตอนที่ ๑

กฐินพระคือผ้า กฐินข้าคือเงิน ... เรื่องเพี้ยนๆ ที่ควรเรียนให้รู้ทัน ที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ในสังคมไทยในปัจจุบัน ตอนที่ ๑ โดย พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย


กฐินพระคือผ้า กฐินข้าคือเงิน


“กฐินพระคือผ้า”  หมายถึง กฐินที่พระพุทธองค์ทรงมีพุทธานุญาตไว้ คือ การถวายผ้าเพื่อให้พระผลัดเปลี่ยนไตรจีวรชุดเดิมชุดเดียวที่ใช้มาทั้งปี

      การถวายผ้า เพื่อให้พระผลัดเปลี่ยนเครื่องนุ่งห่มชุดเดิมนี่คือเจตนาดั้งเดิมแท้ของการทอดกฐิน ซึ่ง ณ วันนี้คนที่มองเห็นแทบจะไม่มีแล้ว

   จะเข้าใจเรื่องนี้ได้ชัดก็ต้องถอยไปตั้งหลักกันที่สมัยพุทธกาล สมัยโน้นผ้าหายาก ผู้จะบวชต้องมีเครื่องใช้ประจำตัวครบ ที่รู้จักกันว่า “อัฐบริขาร”  คือเครื่องใช้ ๘ อย่าง ๓ ใน ๘ คือผ้า ๓ ผืน - ผ้านุ่ง ผ้าห่ม และผ้าห่มกันหนาว ถ้าพูดว่า สบง จีวร สังฆาฏิ คงนึกภาพออกทันที

ความสำคัญของผ้า ๓ ผืนนี้มีแค่ไหน ?  

   ก็ขอให้ดูที่รายละเอียดการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้บวช รายการหนึ่งที่ยกขึ้นมาตรวจสอบคือ 

“ ปริปุณฺณนฺเต ปตฺตจีวรํ ” แปลว่า “บาตรจีวรมีครบนะ”

ถ้าผ้าไตรจีวรมีไม่ครบ ก็บวชไม่ได้

     ผ้า-เครื่องนุ่งห่มของภิกษุ ในระยะต้นกำหนด ให้ใช้ผ้าที่เขาทิ้งแล้ว ที่เรียกว่า “บังสุกุลจีวร” ตามศัพท์แปลว่า “ผ้าเปื้อนฝุ่น” ซึ่งก็หมายถึงผ้าที่ทิ้งแล้วนั่นเอง ผู้จะบวชต้องไปเที่ยวหาผ้าเช่นนั้นมาเลือกเอาเนื้อผ้าส่วนที่ยังพอใช้ได้มาเย็บปะติดปะต่อเป็นผืน และนี่เองที่มาของจีวรพระที่มีรอยตะเข็บเต็มไปทั้งผืน

      หลายคน ... มีปัญหายังบวชไม่ได้เพราะยังหาผ้าไม่ได้ และมีบางรายที่หมดโอกาสได้บวชเนื่องจากประสบเหตุเสียชีวิตในระหว่างที่กำลังเที่ยวหาผ้าอยู่นั่นเอง - นี่คือความสำคัญของผ้า

“ผ้าป่า” ก็มีปฐมเหตุมาจากการที่ภิกษุต้องใช้ผ้าที่ทิ้งแล้วนี่เอง มูลเหตุของผ้าป่าก็คือ ชาวบ้านที่เข้าใจถึงปัญหาของภิกษุเกี่ยวกับเรื่องต้องใช้ผ้าที่ทิ้งแล้ว ประสงค์จะสงเคราะห์ภิกษุมิให้ต้องลำบากด้วยการเที่ยวหาผ้า จึงทำอุบายเอาผ้าไปวางทิ้งไว้ตามทางที่รู้ว่าจะมีภิกษุผ่านไปมา เมื่อภิกษุไปพบเข้าและเห็นว่าไม่มีตัวเจ้าของอยู่ในที่นั้น ก็จะเก็บผ้านั้นไปทำจีวร


ภิกษุสมัยก่อนอยู่ป่าเป็นพื้น ชาวบ้านก็เอาผ้าไปทอดไว้ตามป่า จึงเรียกผ้าเช่นนั้นว่า “ผ้าป่า” คำบาลีว่า “บังสุกุลจีวร”

ศีล ๒๒๗ ข้อของภิกษุ มีหมวดที่ว่าด้วยผ้า โดยเฉพาะ เรียกว่า “จีวรวรรค” มีข้อหนึ่งที่บัญญัติว่า 

“ภิกษุอยู่ปราศจากไตรจีวรแม้คืนหนึ่ง ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์” 

    ในทางปฏิบัติก็คือ ก่อนรุ่งอรุณทุกวัน ภิกษุจะต้องมีผ้าอยู่ติดตัวครบ ๓ ผืน การปฏิบัติเช่นนี้ คำเก่าเรียกว่า “รักษาผ้าครอง” และเรียกกิริยาที่มีผ้าอยู่ติดตัวครบ ๓ ผืนว่า “ครองผ้า” นี่ก็แปลว่าการดูแลรักษาผ้าเป็นเรื่องสำคัญมาก เรื่องนี้พระรุ่นเก่าจะรู้และเข้าใจกันดี แต่พระรุ่นใหม่สมัยนี้ ผมไม่แน่ใจ เผลอๆ อาจจะไม่รู้ว่า “ครองผ้า” คืออะไรด้วยซ้ำไป

     ในพระวินัยปิฎก มีเรื่องหมวดหนึ่งว่าด้วยผ้า โดยเฉพาะ เรียกว่า “จีวรขันธกะ” อยู่ในลำดับต่อจากเรื่องกฐิน เรื่องนางวิสาขาทูลขอพุทธานุญาตถวายผ้าอาบน้ำฝน เรื่องหมอชีวกทูลขอพุทธานุญาตถวายจีวรสำเร็จรูป ( คือที่เรียกว่า คหบดีจีวร คู่กับบังสุกุลจีวร ) เป็นต้น  
มีบันทึกไว้ในพระวินัยปิฎก เรื่องเหล่านี้บอกให้รู้ถึงความสำคัญและความจำเป็นระหว่างผ้ากับวิถีชีวิตสงฆ์

    และเพราะเข้าใจถึงความจำเป็น และความสำคัญของผ้า เช่นนี้ เมื่อถึงฤดูกาลเปลี่ยนผ้าประจำปีของภิกษุ ชาวบ้านจึงถือเป็นโอกาสถวายผ้ากฐินเป็นการบำเพ็ญบุญพิเศษ ... ประกอบกับหลักเกณฑ์ และวิธีการรับกฐินมีเงื่อนไขที่ภิกษุที่จำพรรษาอยู่ด้วยกันจะต้องแสดงออกถึงความมีน้ำใจและความช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เป็นความสมัครสมานสามัคคีในหมู่สงฆ์ด้วยอีกสถานหนึ่ง ชาวบ้านก็ยิ่งมีศรัทธาอุตสาหะบำเพ็ญบุญทอดกฐินกันเข้มแข็งยิ่งขึ้น

    ในเมืองไทยเรานี้ ถือกันว่าการทอดกฐินเป็นบุญที่มีอานิสงส์แรง   นิยมทำกันอย่างคึกคักแข็งแรงมาแต่โบราณนานไกล จนเป็นประเพณีสำคัญอย่างหนึ่ง ดังเป็นที่ทราบกัน 

    จุลกฐิน  - เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่พิสูจน์ให้เห็นได้ชัดว่า คนโบราณเข้าใจดีที่สุดว่ากฐินเป็นเรื่องของการถวายผ้าจริงๆ 

กฐินพระคือผ้า กฐินข้าคือเงิน



จุลกฐินคืออะไร ?

ต้นเรื่องจริงๆ ของ จุลกฐิน ก็คือ มีผู้ไปพบวัดที่มีพระจำพรรษาครบองค์สงฆ์ที่จะรับกฐินได้ แต่ไม่มีใครเอากฐินไปทอด  ... นั่นไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ใช่ปัญหา แต่ที่เป็นปัญหาก็คือ ไปรู้เอาในวันสุดท้ายที่จะหมดเขตทอดกฐิน !!!   เขตทอดกฐินมีเดือนเดียว คือตั้งแต่ออกพรรษาถึงกลางเดือน ๑๒
สมัยนั้นผ้าไตรไม่ได้มีขายตามร้านขายยาทั่วไปเหมือนสมัยนี้ สมัยก่อนจะบวชลูกชายทีต้องทอผ้า ตัด เย็บ ย้อม ทำผ้าไตรกันเอง

     เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ทางเดียวที่จะช่วยสงเคราะห์สงฆ์ให้ได้กรานกฐิน-ซึ่งก็คือทางเดียวที่จะทอดกฐินได้ ก็คือ .....   ต้องทำผ้ากฐินกันเอง ....   เริ่มตั้งแต่เก็บฝ้าย ปั่นฝ้าย กรอด้าย ทอผ้า-ผืนเล็กที่สุดเท่าที่จะเล็กได้ก็คือสบง ตัด เย็บ ย้อม ให้สำเร็จเป็นผ้ากฐิน มีเวลาแค่เช้าชั่วค่ำ เพราะสงฆ์จะต้องกรานกฐินเสร็จก่อนรุ่งอรุณ ... ลองนึกดูเถิดว่า .... จะโกลาหลวุ่นวายขนาดไหน ถ้าบริหารจัดการไม่แน่น วางแผนไม่ดี บารมีไม่พอ รับรองได้ว่า-ยากที่จะทำสำเร็จ

ตรงนี้แหละที่เกิดสำนวนไทยว่า “ยุ่งเป็นจุลกฐิน”

เพราะฉะนั้น ใครสมัยก่อนที่สามารถทำ “จุลกฐิน” ได้สำเร็จ ย่อมควรแก่การน้อมคารวะในศรัทธาประสาทะอย่างแท้จริง

จุลกฐิน จึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ยืนยันว่า สมัยก่อนผ้ากับพระเป็นเรื่องสำคัญแน่ๆ และหัวใจแท้ๆ ของกฐินคือผ้าผืนเดียวเท่านั้น

“กฐินพระคือผ้า” มีอรรถาธิบายดังบรรยายมา ด้วยประการฉะนี้


พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๕
๑๗:๒๙


ภาพ ภาพวาด ชาวอีสานแห่งผ้ากฐิน

http://www.watpamahachai.net/Buddha/Buddha10.htm
 


Admin Bee

สนับสนุน Misc.Today

นี่คือ ลิ้งค์พันธมิตร หรือที่เรียกว่า affiliate link ซึ่งหมายความว่า... หากคุณคลิ๊กลิ้งค์นี้ และซื้อผลิตภัณฑ์ อะไรก็ได้ ฉันจะได้ค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อย สิ่งนี้จะช่วยสนับสนุนเว็บไซด์ และช่วยให้กำลังใจเราต่อไป


  ชาหมักคอมบูชะ Scoby doit  


 



 

คุณอาจสนใจ

5 บทความ ยอดนิยม ในรอบ 30 วัน

🟡 โพสต์แนะนำ

ภาวะ กตัญญูเฉียบพลัน คืออะไร ?

     ภาวะกตัญญูเฉียบพลัน เป็นคำที่ บุคลากรทางการแพทย์  ใช้เรียกอย่างไม่เป็นทางการ เพื่ออธิบายถึงพฤติกรรมของญาติบางกลุ่ม ที่มักเกิดขึ้นในช่วง...

Popular Posts


จุลินทรีย์โปรไบโอติก: คอมบูชะเต็มไปด้วยเพื่อนซี้ดีๆ

 
 




ป้ายกำกับ / Tag labels

2475 (2) กฎหมาย (9) กรุงศรีอยุธยา (11) การเกษตร (14) การพัฒนาตนเอง (9) การเมือง (125) การศึกษา (200) ข้อคิด (20) ขอมไม่ใช่เขมร (15) ข่าวสาร (29) คณะราษฎร (12) คติธรรม (3) คนเล่านิทาน (16) ความเชื่อ (27) ความรู้ (324) ความสุข (5) คอมบูชะ (1) คอมมิวนิสต์ (34) คำทำนาย (2) คำสอน (25) เครื่องดื่ม (5) จริยธรรม (1) ชา (2) ชายแดนใต้ (5) ซีเกมส์2025 (1) เตือนภัย (29) ทหาร (15) ท่องเที่ยว (33) ทำอาหาร (5) เทคโนโลยี (19) ธนาคาร (2) ธรณี (1) ธรรมชาติ (13) ธรรมะ (8) ธุรกิจ (13) นาซี (1) น้ำส้มสายชูหมัก (2) แนะนำสินค้า (50) บริการ (6) บ่อน (1) บุคคล (114) บุญ (3) บุหรี่ (1) แบรนด์ไทย (5) โบสถ์ (2) ประชาธิปไตย (103) ประเทศไทย (127) ประธานาธิบดี (2) ประวัติศาสตร์ (212) ปรัชญาชีวิต (31) ผลิต (3) พระราชกรณียกิจ (4) พระสงฆ์ (15) พิธีกรรม (2) พิพิธภัณฑ์ (11) พุทธทาส (1) พุทธศาสนา (22) เพชรบุรี (2) ภัยพิบัติ (5) ภาคอีสาน (1) ภาพยนตร์ (1) ภาษา (15) ภาษิต (1) ภูมิปัญญา (28) มุสลิม (2) แม่ (2) ยูเครน (3) ยูนนาน (1) เยาวชน (1) เยาวราช (1) ระบบนิเวศน์ (1) ระเบิด (3) ร้านอาหาร (1) รีวิวหนังสือ (3) เรื่องน่ารู้ (2) เรื่องเล่า (46) โรคระบาด (5) โรงงาน (1) โรงหนัง (1) ลอบสังหาร (1) ละคร (1) ล้านนา (3) ลิง (1) โลก (16) โลกออนไลน์ (14) วัฒนธรรม (6) วัยชรา (2) วิทยาศาสตร์ (16) วิหาร (4) ศาสนา (44) ศิริราช (5) ศิลปะ (7) ศิลปาชีพ (1) ศีลธรรม (1) สงขลา (1) สงคราม (79) สมุนไพร (1) สังคม (161) สายสังคม (3) สำนวน (9) สำนวนจีน (1) สิง (1) สิ่งประดิษฐ์ (15) สุขภาพ (42) สุภาพจิต (13) สุภาษิต (1) สุสาน (1) หนังแท้ (4) หนังสือ (34) หนังสือพิมพ์ (1) หนัง AV (1) หนู (1) ออนไลน์ (1) ออสเตรีย (1) อาชีพ (6) อาวุธ (4) อาหาร (19) อิตาลี (3) อีสาน (1) ai (1) ChatGPT (1) cpr (1) Diarymisc (2) eSports (1) Gen Z (4) handmade (1) kombucha (2) leather (1) marxism (1) metaverse (1) Nuclear (1) OPENUP (1) social science (3) social views (21) Sompob Pordi (8) startup (1) UNESCO (4) vinegar (1)


Miscellaneous | Misc.Today 🌱 . ขับเคลื่อนโดย Blogger.

 
miscthailand