12/19/64

พลทหาร ชุน แซ่ฉั่ว ทหารเรือที่อุ้มระเบิดอยู่ในวงแขน

   อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เชื่อว่า หลายคนคงเคยเห็นกันแล้ว รูปปั้นของเหล่านักรบ ๕ เหล่า คือ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจสนาม และพลเรือน ซึ่งหล่อด้วยทองแดงขนาด ๒ เท่าของ

คนธรรมดา จากฝีมือของศิลปินผู้ปั้น ที่เป็นกลุ่มลูกศิษย์ของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี

พลทหาร ชุน แซ่ฉั่ว ทหารเรือที่อุ้มระเบิดอยู่ในวงแขน

   และหนึ่งใน รูปปั้นของเหล่านักรบ คือ ทหารเรือที่อุ้มระเบิดอยู่ในวงแขนนั้น มีข้อมูลระบุว่า มีตัวตนจริง แม้เขาจะไม่ได้เสียชีวิตใน “ยุทธนาวีที่เกาะช้าง” ด้วย แต่วีรกรรมที่เขาสร้างไว้นั้นประทับใจคนที่ได้รับฟังเรื่องราวอย่างมาก และเมื่อมีเพื่อนผู้ร่วมชะตากรรมในเรือลำเดียวกัน นำมาเล่าให้นายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารสูงสุดฟังพร้อมแสดงท่าประกอบ มีคนถ่ายรูปไว้เป็นจำนวนมาก อาจารย์ศิลป์ พีระศรีเห็นภาพก็ประทับใจไปอีกคน และเอารูปถ่ายนี้เป็นต้นแบบปั้นรูปนี้ขึ้น

    เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารสูงสุด ไปเยี่ยมทหารเรือที่ต้องสละเรือในสงครามครั้งนี้ที่ท่าวรดิฐ และให้ทหารที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าเรื่องให้ฟัง ตอนหนึ่ง พลทหารสิงห์ นาคมี ที่อยู่ใน ร.ล.ธนบุรีจนนาทีสุดท้ายที่ได้รับคำสั่งให้สละเรือ ได้เล่าเรื่องของ พลทหารชุน แซ่ฉั่ว พลฯเตรียมกระสุนป้อมปืนท้ายของ ร.ล.ธนบุรี พร้อมแสดงท่าทางประกอบอย่างทะมัดทะแมง ทำให้มีคนชอบใจถ่ายรูปกันอย่างคึกคัก และเมื่อ อ.ศิลป์ พีระศรีเห็นภาพนี้ ก็นำไปเป็นแม่แบบปั้นขึ้นสำหรับ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

วีรกรรมของ พลทหารชุน แซ่ฉั่ว

   เป็นเรื่องที่เล่าขานกันมาก เขามีหน้าที่ลำเลียงส่งกระสุนปืนใหญ่ส่งขึ้นป้อมปืน ถ้าขาดคนทำหน้าที่นี้เมื่อใด ป้อมปืนก็จะขาดกระสุน ทำให้เรือต้องตกเป็นเป้าให้ข้าศึกยิงเอาฝ่ายเดียว ขณะที่ลงไปลำเลียงกระสุนที่ห้องข้างล่างนั้น กระสุนของเรือรบฝรั่งเศสนัดหนึ่งทะลุเข้ามาระเบิดในเรือ สะเก็ดระเบิดได้ตัดแขนขวาใต้ศอกของพลทหารชุนห้อย หัวหน้าห้องสั่งให้รีบขึ้นไปห้องปฐมพยาบาล แต่พลทหารชุนไม่ยอมเสียเที่ยว ยังหอบกระสุนด้วยแขนซ้ายเพียงข้างเดียว ไต่บันไดเอากระสุนขึ้นไปส่งป้อมปืนด้วย เมื่อนายป้อมเห็นแขนห้อยรุ่งริ่งก็เกรงว่าจะทำให้ทหารในป้อมเสียขวัญ ไล่ให้หลบไปข้างล่างอีก พลทหารชุนก็ยอมลงมาแต่โดยดี ….แต่พอกลับลงมาห้องกระสุนก็พบว่าควันพิษจากระเบิดตลบไปทั้งห้องจนอยู่ไม่ได้ ต้องกลับขึ้นไปข้างบน แล้วก็ไม่ยอมเสียเที่ยวอีก อุตส่าห์ควานหาระเบิดติดมือขึ้นไปส่งให้ป้อมปืนด้วย จากนั้นก็ยังไม่ยอมหยุดปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ป้อมปืนไม่ขาดกระสุนยิง จนเมื่อข้าศึกถอยไปแล้วจึงยอมไปห้องปฐมพยาบาล

  ความทรหดและกล้าหาญของ พลทหารชุน แซ่ฉั่ว เป็นผลอย่างมากในชัยชนะของยุทธนาวีครั้งนี้ จึงได้รับเหรียญกล้าหาญ พร้อมประดับยศเป็น พันจ่าเอกชุน แซ่ฉั่ว
ใน ร.ล.ธนบุรี ยังมีทหารเรือไทยที่ใช้แซ่อีกคนหนึ่ง ซึ่งได้สร้างวีรกรรมจนได้รับเหรียญกล้าหาญและได้ประดับยศพันจ่าเอกเช่นเดียวกับพันจ่าเอกชุน แซ่ฉั่ว ก็คือ พลทหารเอ่ง แซ่ลิ้ม มีหน้าที่ประจำอยู่ในหอบังคับการ คอยนำคำสั่งไปยังห้องเครื่องจักร เมื่อ ร.ล.ธนบุรีถูกยิงนัดแรก กระสุนได้ทะลุเข้าไประเบิดในหอบังคับการ ทำให้ นาวาเอกหลวงพร้อมวีรพันธ์ ผู้บังคับการและทหารอีกหลายคนในห้องนั้นเสียชีวิต ที่เหลือก็บาดเจ็บสาหัส พลทหารเอ่งถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ลำคอและนิ้วมือ แต่ยังวิ่งฝ่ากระสุนของข้าศึกที่ระดมยิงมา นำคำสั่งสุดท้ายของผู้บังคับการลงไปส่งที่ห้องเครื่องจักรได้ และยังลงไปช่วยถือท้ายเรือให้ต่อสู้ข้าศึกต่อไป ขณะนั้นห้องถือท้ายมีควันตลบและน้ำไหลเข้าเรือจนต้องยืนแช่น้ำถือท้าย พลทหารเอ่ง ก็ไม่ห่วงการบาดเจ็บของตัว และเมื่อขึ้นมาข้างบนก็ยังไปช่วยดับเพลิงจนได้รับบาดเจ็บครั้งที่ ๒ ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่หน้าแข้งและหัวเข่าจนกระดูกแตก ต้องตัดขาพิการไปตลอดชีวิต แต่เขาก็เป็นทหารไทยคนหนึ่งที่ได้รับการบันทึกวีรกรรมในสงครามอินโดจีน


ส่วนใน ร.ล.ชลบุรี  ก็มีทหารไทยที่ใช้แซ่ สร้างวีรกรรมจนได้รับเหรียญกล้าหาญเช่นกัน คือ พลทหารป๋อไล้ แซ่เฮง ผู้รับหน้าที่เป็นเรดาร์ที่ยังไม่มีในเรือรบสมัยนั้น ต้องปีนขึ้นไปบนยอดกระโดงส่วยตาไปรอบทิศ เมื่อเห็นเครื่องบินข้าศึกโผล่พ้นทิวเขาที่ใช้เป็นฉากบังออกมา ก็จะเห็นเป็นคนแรก แล้วตะโกนลงมา ทำให้ปืนเรือยิงข้าศึกได้ก่อนจะเข้าถึงตัว ทั้งยังได้มีโอกาสรายงานอีกว่า มีเรือข้าศึกรุมเข้ามา ๓ ด้าน และเมื่อข้าศึกระดมยิงเข้ามา พลทหารป๋อไล้ ก็ยังรายงานอยู่บนยอดเสาท่ามกลางห่ากระสุน จนกระทั่งเสากระโดงเรือถูกยิงขาดกระจุย ล้มฟาดลงมาทับขายามเสากระโดงใจถึงจนขาดทั้ง ๒ ข้าง ส่วนตามตัวก็มีเลือดโชก แต่พลทหารป๋อไล้ ก็ไม่ได้ร้องครวญคราง กลับตะโกนปลอบใจเพื่อนทหารก่อนจะสิ้นใจด้วยคำเดียวกับที่หลวงพร้อมวีรพันธ์ ผู้บังคับการ ร.ล.ธนบุรีร้องบอกให้เริ่มถล่มเรือข้าศึกว่า “เอามัน เอามัน” พลทหารป๋อไล้ แซ่เฮง ได้รับเลื่อนเป็น พันจ่าเอกป๋อไล้ แซ่เฮง และได้รับการจารึกชื่อไว้ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อนุสาวรีย์แห่งชัยชนะ

นี่ก็เป็นวีรกรรมของทหารไทย แม้จะมีเชื้อสายใดก็ตาม เมื่อเกิดในแผ่นดินไทย เขาก็เกิดและเติบโตมาด้วยความเป็นไทย มีความรักต่อประเทศและกตัญญูต่อแผ่นดินเกิด เช่นเดียวกับคนที่มีสายเลือดไทยทั่วไป ไม่ใช่แค่อาศัยแผ่นดินเกิด


ภาพ/คำบรรยาย
เรื่องเก่า เล่าสนุก โดย:โรม บุนนาค





Books Recommendation



Miscellaneous

Author & Editor

บทความขนาดสั้น เบ็ดเตล็ด Miscellaneous เกร็ดความรู้ทั่วไป เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ แนะนำหนังสือ และอื่นๆ อีกมากมาย

โพสต์แนะนำ

พลทหาร ชุน แซ่ฉั่ว ทหารเรือที่อุ้มระเบิดอยู่ในวงแขน

   อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เชื่อว่า หลายคนคงเคยเห็นกันแล้ว รูปปั้นของเหล่านักรบ ๕ เหล่า คือ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจสนาม และพลเรือน ซึ่ง...

ป้ายกำกับ / Tag labels

กรรม (3) กรุงเทพฯ (8) กรุงศรีอยุธยา (5) กล้องถ่ายภาพ (5) กลาโหม (3) การศึกษา (41) กีฬา (1) เกี่ยวกับสัตว์ (6) ไกลกังวล (1) ขนม (1) ขันที (1) ข่าวสาร (4) เขมร (3) โขน (1) ความรู้ (23) คอมมิวนิสต์ (4) เครื่องบิน (2) จอมพล ป. พิบูลสงคราม (3) จีน (18) ช้าง (1) ชายแดนใต้ (2) ญี่ปุ่น (1) เดนมาร์ก (1) แต่งงาน (2) ทวิตเตอร์ (1) ทหาร (2) ท่องเที่ยว (13) ทำบุญ (1) เทคโนโลยี (4) ธนาคาร (1) นราธิวาส (3) นางใน (2) นิยาย (1) โนรา (1) ในหลวงรัชกาลที่ 9 (6) บ่อน (1) บัตรเครดิต (1) บุคคล (16) บุญ (2) บุหรี่ (1) โบราณวัตถุ (4) โบสถ์ (2) ประเทศไทย (37) ประวัติศาสตร์ (47) ฝรั่งเศส (1) พระเจ้าตากสินมหาราช (2) พระราชกรณียกิจ (3) พระสงฆ์ (1) เพชรบุรี (2) เพลง (4) ภาคใต้ (2) ภาคอีสาน (1) ภาษา (1) ภูมิปัญญา (1) มุมไบ (2) มุสลิม (1) เยาวราช (1) รถเมล์ (2) ระเบิด (1) ราชาศัพท์ (1) รามเกียรติ์ (1) เรือ (1) เรื่องเก่า (33) โรคระบาด (1) โรงเรียน (2) ลาว (2) วัด (8) วิทยาศาสตร์ (5) วิทยุ (2) วิหาร (3) ศาสนา (10) ศิลปาชีพ (1) สงคราม (1) สถานีรถไฟ (1) สเปน (1) สยาม (6) สวิตเซอร์แลนด์ (1) สังคม (2) สำนวน (4) สิ่งประดิษฐ์ (1) หนังแท้ (2) หนังสือ (4) เหรียญ (1) อเมริกา (3) อินเดีย (4) อีสาน (1) cpr (1) deep state (1) Diarymisc (3) Social media (1) UNESCO (1)


ค้นหาบล็อกนี้





Popular Posts



BOOKs OF THE DAY

หนังสือแนะนำ : ครูเสด มหาสงครามแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ The Crusades  

“สงครามครูเสด” มิใช่เพียง สงครามศาสนาระหว่างคริสต์ศาสนาและศาสนาอิสลามเท่านั้น แต่นี่คือสงครามที่เปลี่ยนโลกทั้งโลกไปตลอดกาลอย่างแท้จริง!

     แม้ภาพลักษณ์ของ “สงครามครูเสด” ในสายตาของคนยุคหลัง มักถูกมองว่าเป็นสงครามแห่งศาสนาและความงมงายบ้าคลั่งของชาวคริสต์ในยุคกลาง แต่ด้วยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ด้านสังคมและเศรษฐกิจในยุคนั้นกลับบ่งชี้ว่า ผลของการทำสงครามครูเสดนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสังคมยุโรปอย่างไม่เคยมีมาก่อน ด้วยการพลิกโฉมหน้าของสังคมศักดินาอันล้าหลัง ให้กลายเป็นยุคแห่งรัฐชาติที่มีอำนาจทางการเมืองที่ทันสมัยและเป็นปึกแผ่น พร้อมกับภาวะเศรษฐกิจที่เฟื่องฟูและรุ่งโรจน์อย่างน่าเหลือเชื่อ

 >> สั่งซื้อ <<

บทความพิเศษ



กระเป๋าหนังแท้ แบรนด์ไทย

 
miscthailand