ค้นหาบทความ 🙄





9/15/63

ทำไม เด็กชายต้องสีฟ้า เด็กหญิงสีชมพู

คุณเคยสงสัยกันหรือไม่ ว่าทำไมสีของเสื้อผ้า ของเด็กๆ ไม่ว่าจะเด็กตั้งแต่แรกเกิด หรือเด็กที่โตแล้ว ผู้ใหญ่ถึงมักกำหนดสี และใช้สีในการกำหนดเพศของเด็ก ? ความจริงแล้ว เมื่อราวๆ สัก ๑๔๐ ปีก่อน เรื่องของสีกับเพศของเด็ก แทบไม่มีปรากฎเป็นข้อมูลให้ได้รับรู้กันแม้แต่น้อย เด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชาย ล้วนแต่งเสื้อผ้าในสีกลางๆ หรือเสื้อผ้าที่ไม่บ่งบอกเพศ (gender-neutral) และไม่ได้มีการกำหนดว่า ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงจะต้องกำหนดสีเสื้อผ้า ของเล่น ฯลฯ เป็นสีชมพู หรือถ้าเป็นเด็กผู้ชาย จะต้องเป็นเสื้อสีฟ้า บางครั้งการแต่งกายให้เด็กๆ ในสมัยนั้น หากใช้วิจารณญาณแบบปัจจุบัน เราจะตัดสินว่าเป็นการแต่งแบบเด็กผู้หญิงด้วยซ้ำ ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเป็นเพศชายก็ตาม !!! 
 

 

ดังตัวอย่างภาพต่อไปนี้  

 
 

 
    ท่านก็จะคิดว่า ในภาพนี้ คือ เด็กผู้หญิงวัยประมาณ ๒ ขวบ แน่นอน ใช่หรือไม่ครับ ?   แต่ความจริงในภาพนี้คือ เด็กชาย และ เป็นบุคคลสำคัญของโลกท่านหนึ่ง ที่ท่านคิดไม่ถึงว่าเด็กที่เราตัดสินจากภาพถ่ายในชุดกระโปรงน่ารักๆ แบบนี้จะเป็น อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนที่ ๓๒ ท่านแฟรงกลิน เดลาโน รูสเวลต์ ( Franklin Delano Roosevelt ) 


    หากย้อนกลับไปในยุคสมัยของ ท่านประธานาธิบดีรูสเวลต์ ในสมัยนั้น การแต่งกายของเด็กจะเน้นเสื้อผ้าสีกลางๆ นั่นคือ สีขาว และรูปแบบของชุดนั้น ไม่ว่าจะเป็น เด็กชาย หรือ เด็กหญิง การแต่งตัวจะเป็นลักษณะเดียวกัน คือชุดที่ 'เป็นกลาง' หรือเสื้อผ้าที่ไม่บ่งบอกเพศ (gender-neutral) จนเมื่อเด็กมีอายุ ๖ ขวบ จึงจะใส่แบบเสื้อผ้าตามเพศสภาพ เนื่องเพราะหลังจาก ๖ ขวบไปแล้ว เด็กจะเริ่มเติบโตขึ้นและรู้จักเพศของตน ได้มากขึ้น เช่นเดียวกับสีผ้าอ้อมเด็กที่ใช้สีขาว และเนื้อผ้าก็นิยมผ้าฝ้าย เพราะซักและแห้งง่าย

    สำหรับ เสื้อผ้าสีชมพู สีฟ้า รวมถึงสีในกลุ่มพาสเทล พึ่งจะมามีบทบาทต่อการตัดสินใจของพ่อแม่ในการเลือกซื้อเสื้อผ้าให้ลูกในช่วงกลางศตวรรษที่ ๑๙ แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ในเวลานั้นสีก็ยังไม่ได้เป็นข้อกำหนดที่ใช้ในการระบุเพศของเด็ก จนกระทั่งช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๑ สีเหล่านี้เริ่มมีบทบาทต่อการกำหนดเพศเด็ก ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงปี ๑๙๑๘ สีชมพูได้ถูกกำหนดให้เป็นสีสำหรับเด็กผู้ชาย และ สีฟ้าเป็นสำหรับเด็กผู้หญิง ด้วยเหตุผลที่ว่า สีชมพู เป็นสีที่บ่งบอกถึงความเข้มแข็ง กล้าตัดสินใจ ซึ่งแน่นอนว่า เหมาะสมกับเด็กผู้ชายมากกว่า ในขณะที่ สีฟ้านั้นบ่งบอกถึงบุคลิกอันละเอียดอ่อน มีความสวยและน่ารัก ซึ่งแน่นอนว่าเหมาะกับเด็กผู้หญิง 


แล้วทำไม ? การกำหนดว่า สีชมพูควรเป็นสีสำหรับเด็กผู้หญิง และสีฟ้าเป็นสีของเด็กผู้ชายนั้นเริ่มเมื่อไหร่?

     ในช่วงของยุคเบบี้บูม (ซึ่งหมายถึงคนที่เกิดในช่วงระหว่าง ค.ศ. 1946-1964) หรือที่เรียกกันในปัจจุบันคน Gen B หรือราวสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้อุบัติขึ้น ได้นำพาเอาความคิดเรื่องเสื้อผ้า สี การกำหนดเพศของเด็กเข้ามาในรับรู้ของพ่อแม่ และสังคม โดยเด็กผู้ชายมักจะแต่งตัวเลียนแบบพ่อ ในขณะที่ตัวอย่างการแต่งตัวของแม่ เป็นต้นแบบให้กับเด็กผู้หญิง

     จนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งเมื่อมี “ขบวนการเรียกร้องสิทธิสตรี” ในช่วงปี ๑๙๖๐ การแต่งกายแบบกลางๆ หรือการแต่งได้ทั้งรูปแบบชายและหญิง (Unisex) ได้รับความนิยมอีกครั้ง ทั้งนี้ เพื่อความคล่องตัวและรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น จากเหตุการลวนลามทางสายตา รวมถึงการ ดูหมิ่นดูแคลนในความสตรีเพศ 

    ตั้งแต่ปี ๑๙๘๕ เป็นต้นมา กลุ่มผู้ผลิตเสื้อผ้า รวมถึงผ้าอ้อม ได้เริ่มผลิตสีอื่นๆ นอกจากสีขาว เพื่อเป็นทางเลือก และเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งในการเพิ่มยอดขายได้อีกด้วย โดยการ เลือกสีชมพูและสีฟ้า เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยมีเหตุผลที่สำคัญ คือ การที่พ่อแม่สามารถจะรู้เพศของลูกตนล่วงหน้าได้ เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในครั้งนั้นและมีผลสืบเนื่องถึงปัจจุบัน เพราะไม่เพียงแต่เสื้อผ้า หรือผ้าอ้อมเท่านั้น การกำหนดสียังมีผลต่อของเล่น ของใช้ และอุปกรณ์การเรียนรู้ของเด็กๆ อีกด้วย

   ในยุคปัจจุบัน แม้สีจะยังคงมีบทบาทต่อการกำหนดเพศของเด็ก แต่ความเป็นกลาง คือ ทางเลือกสีอื่นๆ ก็นับได้ว่าเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะปัจจัยขั้นพื้นฐานที่มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกสินค้าเพื่อลูก พ่อแม่ยุคปัจจุบันคำนึงถึง "ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย” ให้กับลูกมากกว่าอื่นใด

 

Reference:

Jo B. Paoletti, Pink and Blue: Telling the Girls From the Boys in America

Smithsonian Magazine:

https://www.smithsonianmag.com/arts-culture/when-did-girls-start-wearing-pink-1370097/?no-ist=&fbclid=IwAR3aXC0p5DBF2Y7bVW_XARkoda7TFP3EVAZHiqVgYJF3Yvpf4zi-UIfHAlU

 

 



Admin Bee

Author & Editor

ความรู้รอบตัวสั้นๆ 🌱 Miscellaneous บทความขนาดสั้น เบ็ดเตล็ด เกร็ดความรู้ทั่วไป เกี่ยวกับ สังคม , ทัศนะ - Social Views , ประวัติศาสตร์ , วัฒนธรรม ,ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ แนะนำหนังสือ






กระเป๋าหนังแท้ แบรนด์ไทย


  Smart Wallet bi-fold 


“The art of painted edges.”
100% Handstitcing Made with 💖

    กระเป๋าสตางค์หนังแท้ ที่ใช้กรรมวิธี การตัดเย็บด้วยมือ ( Hand-stitcing 100% ) จากวัสดุหนังแท้ ชนิดฟอกฝาด ที่มีคุณลักษณะ ของความแข็งแกร่ง ทำให้มีอายุการใช้งานสูง ดีไซน์การออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายกระทัดรัด ช่อง full-lengthbillfold อยู่ด้านนอก

   >> ดูเพิ่มเติม 




5 บทความ ยอดนิยม ในรอบ 30 วัน

🟡 โพสต์แนะนำ

ศิราณี คือใคร ?

"ศิราณี" คือ นามปากกา ของคอลัมนิสต์ ท่านหนึ่ง ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และ นิตยสาร "ขวัญเรือน"   นักตอบปัญหาชีวิต และเป็นผู...

Popular Posts

แนะนำหนังสือ


  BOOKs OF THE DAY








ผู้สนับสนุน

ชุด Top Bestseller Set ประกอบด้วยหนังสือขายดี จำนวน 2 เล่ม | ศึกชิงพระคลังข้างที่ ๒๔๗๕ จากปล้นพระราชทรัพย์ถึงคดีสวรรคต ร.๘ และ สถาบันกษัตริย์ ความจริงที่ถูกบิดเบือน    





ป้ายกำกับ / Tag labels

กฎหมาย (2) กฐิน (2) กรรม (4) กระเป๋า (3) กรุงเทพฯ (17) กรุงศรีอยุธยา (9) กล้องถ่ายภาพ (6) กลาโหม (7) การจัดเก็บ (1) การเมือง (5) การศึกษา (80) กิจกรรมกลางแจ้ง (1) กีฬา (2) เกษตร (1) เกี่ยวกับสัตว์ (10) ไกลกังวล (1) ขนม (1) ขอมไม่ใช่เขมร (6) ขันที (1) ข้าว (1) ข่าวสาร (18) ขิง (1) เขมร (9) โขน (2) คณะราษฎร (4) คนเล่านิทาน (11) ครู (4) ความรู้ (88) คอมมิวนิสต์ (15) เครื่องบิน (4) เงินตรา (3) จอมพล ป. พิบูลสงคราม (9) จีน (40) ช้าง (1) ชายแดนใต้ (2) ญี่ปุ่น (7) ดนตรีไทย (1) ดอกไม้ (1) เด็ก (3) เดนมาร์ก (1) ตลาดนัด (1) ตำรวจ (2) เตือนภัย (11) แต่งงาน (2) ทวิตเตอร์ (1) ทหาร (8) ท่องเที่ยว (24) ทะเล (2) ทัศนะ (19) ทำบุญ (2) เทคโนโลยี (10) โทรศัพท์มือถือ (2) ธนบัตร (1) ธนาคาร (4) ธรรมชาติ (4) ธรรมะ (1) ธุรกิจ (6) นราธิวาส (3) นวดไทย (1) นางใน (2) นาซี (1) น้ำมัน (1) นิทานพื้นบ้าน (1) นิยาย (3) แนะนำสินค้า (18) โนรา (1) ในหลวงรัชกาลที่ 9 (9) บริการ (1) บริหาร (1) บ่อน (1) บัตรเครดิต (2) บุคคล (33) บุญ (2) บุหรี่ (1) เบตง (1) แบรนด์ไทย (3) โบราณวัตถุ (11) โบราณสถาน (3) โบสถ์ (2) ประชาธิปไตย (9) ประท้วง (1) ประเทศไทย (100) ประวัติศาสตร์ (107) ปรัชญาชีวิต (16) ปูติน (1) ผลิต (2) ผิวสี (1) ฝรั่งเศส (2) พม่า (5) พระเจ้าตากสินมหาราช (2) พระพุฒาจารย์ (1) พระราชกรณียกิจ (4) พระสงฆ์ (6) พิพิธภัณฑ์ (5) เพชรบุรี (2) เพลง (6) แพทย์ (2) ฟาโรห์ (1) ไฟ (2) ไฟฉาย (1) ภาคใต้ (3) ภาคอีสาน (1) ภาษา (5) ภูมิปัญญา (6) ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ (1) มวยไทย (3) มุมไบ (2) มุสลิม (2) ไม้ไผ่ (1) ยิว (1) ยูนนาน (1) เยาวราช (1) รถเมล์ (3) รองเท้า (2) ระเบิด (3) รัชกาลที่ ๒ (1) รัชกาลที่ ๔ (3) รัชกาลที่ ๕ (5) รัชกาลที่7 (5) รัชกาลที่ ๘ (1) รัสเซีย (9) ราชาศัพท์ (1) รามเกียรติ์ (1) เรือ (1) เรื่องเก่า (68) เรื่องเล่า (9) โรค (1) โรคระบาด (1) โรงงาน (1) โรงพยาบาล (5) โรงเรียน (10) โรฮิงญา (1) ลอนดอน (1) ล้านนา (2) ลาว (4) เลือกตั้ง (1) โลกร้อน (1) วัด (10) วันสำคัญ (2) วิทยาศาสตร์ (8) วิทยุ (2) วิหาร (4) เวียดนาม (4) ไวรัล (1) ศาสนา (23) ศิริราช (4) ศิลปะ (3) ศิลปาชีพ (1) สงขลา (1) สงคราม (32) สถานีรถไฟ (1) สเปน (1) สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร (1) สมัยเมจิ (1) สยาม (10) สวนสนุก (1) สวิตเซอร์แลนด์ (1) สังคม (26) สำนวน (8) สิ่งประดิษฐ์ (5) สุขภาพ (9) สุภาพจิต (3) สุสาน (1) หนังแท้ (4) หนังสือ (20) ห้องเรียน (2) เหมาเจ๋อตง (1) เหรียญ (1) อเมริกา (23) อังกฤษ (3) อาหาร (5) อาหารจานโปรด (3) อิตาลี (2) อินเดีย (8) อียิปต์ (1) อีสาน (1) แอปพลิเคชัน (3) cpr (1) deep state (1) democracy (1) Diarymisc (3) facebook (1) handmade (1) leather (1) metaverse (1) nomad (4) Nuclear (1) OPENUP (1) powerbank (1) shopee (1) Social media (2) social views (64) startup (1) UNESCO (3) xiaomi (1)





Miscellaneous | Misc.Today 🌱 . ขับเคลื่อนโดย Blogger.

 
miscthailand