ผู้สนับสนุน



2/13/64

โรคระบาด ในสยาม อหิวาตกโรค พ.ศ. ๒๓๖๐ – ๒๓๖๗

อหิวาตกโรค (Cholera) ในอดีตเรียกว่า “โรคป่วงใหญ่” หรือ “โรคลงราก”   เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ผู้ป่วยจะมีอาการท้องร่วง อุจาระเป็นน้ำ และอาเจียนเป็นหลัก เรียกว่า "ลงราก"

ทำให้เกิดอาการท้องร่วงและอาเจียนอย่างรุนแรง จนผู้ป่วยขาดน้ำและเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว มีพาหะคือแมลงวัน และการแพร่เชื้อเกิดขึ้นจากการดื่มน้ำ หรือกินอาหารที่ปนเปื้อนอุจจาระของผู้ติดเชื้อเป็นหลัก

 

อหิวาตกโรค (Cholera)

 

ผู้รับเชื้อสามารถแสดงอาการได้ภายใน 2-3 ชั่วโมง หรือ ประมาณ 5 วัน   ซึ่งหากผู้นั้นแม้ไม่มีอาการ แต่ก็สามารถแพร่เชื้อได้  โรค อหิวาตกโรค สามารถติดต่อผ่านแหล่งน้ำและอาหาร จึงแพร่ระบาดได้เป็นวงกว้าง 

 การระบาดของ อหิวาตกโรค ทั่วโลก ครั้งที่ ๑ (พ.ศ. ๒๓๖๐ – ๒๓๖๗) 

โดยมีจุดเริ่มต้นจากอินเดีย

   ใน สมัยรัชกาลที่ ๒ ( พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย)  แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เกิดการระบาดครั้งใหญ่ของอหิวาตกโรคเมื่อ จุลศักราช 1182 หรือ พ.ศ. ๒๓๖๓ ซึ่งตรงกับการระบาดทั่วโลก (Pandemic ) ครั้งที่ ๑ (พ.ศ. ๒๓๖๐ – ๒๓๖๗) โดยมีจุดเริ่มต้นจากอินเดีย แล้วระบาดมาถึงสยามผ่าน เกาะหมาก ปีนัง จากนั้นจึงเข้ามาถึงสมุทรปราการ และ กรุงเทพมหานคร 

   โรคระบาด ในสยาม อหิวาตกโรค ครั้งนี้ ร้ายแรงที่สุดเท่าที่คนสมัยนั้นจำได้  สภาพบ้านเมือง เต็มไปด้วยศพ ตั้งแต่ในวัดไปจนถึง แม่น้ำลำคลอง ชาวบ้านอพยพหนีออกจากบ้าน กลายเป็นเมืองร้าง ไม่มีผู้คน อหิวาตกโรค ระบาดอยู่ในสยาม ราว 15 วัน ก็เริ่มซาลงไปการระบาดในรอบแรกนี้ ทำให้มีผุ้เสียชีวิต ราวๆ 30,000 คน 

   ต่อมาสมัยในหลวง ร.3 ได้เกิดห่าลงในพระนครอีกครั้ง เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ.2392 ปีระกา แต่ไม่รุนแรงเท่ากับครั้งแรกใน สมัยรัชกาลที่ ๒



   ได้เกิดอหิวาตกโรค ระบาดในสยามอีกหลายครั้ง ซึ่งมักจะตรงกับการระบาดครั้งใหญ่ในต่างประเทศทั่วโลก เช่นเดิม จนถึงสมัยรัชกาลที่ ๕  เกิดการระบาด ถึง ๒ ครั้ง คือ ปี ๒๔๑๕ และ ใน ปีพ.ศ. ๒๔๒๔ ในครั้งนี้  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงพยาบาลชั่วคราวถึง ๔๘ แห่งในกรุงเทพฯ เรียกว่า โรงพยาบาลเอกเทศ เพื่อรักษาผู้ป่วยอหิวาตกโรค จนพัฒนาไปสู่การจัดตั้งโรงพยาบาลถาวร คือ โรงศิริราชพยาบาล ในเวลาต่อมา ในเวลานั้นมีแพทย์ชาวตะวันตก , มิชชันนารี , บุคลากรด้านสาธารณสุข จากต่างประเทศ เข้ามาทำงานในสยามจำนวนหนึ่ง โรคห่าจึงมีความรุนแรงที่อยู่ในขอบเขตจำกัด ชาวสยามมีความรู้เรื่องการกินอาหาร เรื่องน้ำดื่มที่ต้องต้มให้สุก ถ่ายอุจจาระถูกสุขลักษณะ ชาวสยามรับทราบเรื่องสุขอนามัยเพื่อการป้องกันโรคห่าได้มากขึ้น

   จนถึงราวทศวรรษ ๒๔๘๐ จึงเริ่มมีการฉีดวัคซีน และยาฆ่าเชื้อในแหล่งน้ำ เพื่อป้องกันโรคได้อีกด้วย ทำให้การระบาดในยุคสมัยต่อมา มีอัตราการตายที่ลดลง และมีระยะเวลา และความสามารถในการระบาดสั้นลงอีกด้วย 

    นับแต่นั้นมา อหิวาต์ ก็ยังไม่สาบสูญ ไปจากเมืองไทย ในปี พ.ศ. ๒๕๐๑ - ๒๕๐๒ ก็มีการแพร่ระบาด จากเขตราษฎร์บูรณะ แพร่กระจายออกไปอีก ใน 38 จังหวัด มีคนตาย 2,372 คน 

โรคอหิวาตกโรค เปลี่ยนชื่อ เป็น โรคอุจจาระร่วงอย่างแรง ในปี พ.ศ. ๒๕๓๒

 
 
 
 





Hanging hook ตะขอแขวนห้อยของ วัสดุเป็นซิลิโคน ดัดทรงปรับท่าทางได้





Admin Bee

Author & Editor

🌱 Miscellaneous บทความขนาดสั้น เบ็ดเตล็ด เกร็ดความรู้ทั่วไป เกี่ยวกับ สังคม , ทัศนะ - Social Views , ประวัติศาสตร์ , วัฒนธรรม ,ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ แนะนำหนังสือ และอื่นๆ อีกมากมาย

5 บทความ ยอดนิยม ในรอบ 30 วัน




🟡 โพสต์แนะนำ

ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์

     เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ พระราชทานพระราชดำริ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2545 “ให้พิจารณาใช้ คลองลัดโพธิ์ จ.สม...

แนะนำหนังสือ


  BOOKs OF THE DAY

🏆 บทความพิเศษ


9NOMAD by IODINE
แนะนำผลิตภัณฑ์น่าสนใจ ซื้อของออนไลน์ได้อย่างมั่นใจ แนะนำหนังสือมือสองสภาพดี หนังสือเก่าเก็บมือเดียว ซื้อมาอ่านเอง มีหลากหลายประเภท เป็นหนังสือที่อ่านได้เรื่อยๆ ร่วมสมัย เช่น หนังสือแนวประวัติศาสตร์ หนังสือชีวประวัติบุคคล, หนังสือพัฒนาตนเอง และจิตวิทยา เป็นต้น เราอัพเดทเล่มใหม่เรื่อยๆ สามารถเลือกซื้อได้ทาง Shopee


Popular Posts

ผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ









หนังสือการตลาดออนไลน์

ผู้สนับสนุน









กระเป๋า Macbook Messenger Style หนังแท้ สำหรับใส่ Mac 13

กระเป๋าหนังแท้ สำหรับผู้ชาย Messenger Macbook Smart Satchel Super Black Color    

ป้ายกำกับ / Tag labels

กฎหมาย (2) กรรม (4) กรุงเทพฯ (14) กรุงศรีอยุธยา (8) กล้องถ่ายภาพ (5) กลาโหม (7) การศึกษา (79) กีฬา (2) เกษตร (1) เกี่ยวกับสัตว์ (10) ไกลกังวล (1) ขนม (1) ขอมไม่ใช่เขมร (4) ขันที (1) ข้าว (1) ข่าวสาร (17) เขมร (7) โขน (2) คณะราษฎร (3) คนเล่านิทาน (11) ครู (3) ความรู้ (78) คอมมิวนิสต์ (15) เครื่องบิน (4) เงินตรา (3) จอมพล ป. พิบูลสงคราม (7) จีน (34) ช้าง (1) ชายแดนใต้ (2) ญี่ปุ่น (2) ดอกไม้ (1) เด็ก (2) เดนมาร์ก (1) ตลาดนัด (1) เตือนภัย (10) แต่งงาน (2) ทวิตเตอร์ (1) ทหาร (8) ท่องเที่ยว (22) ทะเล (2) ทัศนะ (19) ทำบุญ (2) เทคโนโลยี (10) ธนาคาร (3) ธรรมชาติ (4) ธรรมะ (1) ธุรกิจ (4) นราธิวาส (3) นางใน (2) นาซี (1) น้ำมัน (1) นิยาย (1) โนรา (1) ในหลวงรัชกาลที่ 9 (8) บริหาร (1) บ่อน (1) บัตรเครดิต (2) บุคคล (28) บุญ (2) บุหรี่ (1) เบตง (1) โบราณวัตถุ (11) โบราณสถาน (3) โบสถ์ (2) ประชาธิปไตย (6) ประเทศไทย (79) ประวัติศาสตร์ (89) ปรัชญาชีวิต (15) ปูติน (1) ฝรั่งเศส (2) พม่า (3) พระเจ้าตากสินมหาราช (2) พระพุฒาจารย์ (1) พระราชกรณียกิจ (4) พระสงฆ์ (4) พิพิธภัณฑ์ (2) เพชรบุรี (2) เพลง (5) ฟาโรห์ (1) ไฟ (1) ภาคใต้ (3) ภาคอีสาน (1) ภาษา (5) ภูมิปัญญา (4) มวยไทย (1) มุมไบ (2) มุสลิม (1) ยิว (1) เยาวราช (1) รถเมล์ (2) ระเบิด (3) รัชกาลที่ ๔ (1) รัชกาลที่ ๕ (4) รัชกาลที่7 (4) รัชกาลที่ ๘ (1) รัสเซีย (9) ราชาศัพท์ (1) รามเกียรติ์ (1) เรือ (1) เรื่องเก่า (58) เรื่องเล่า (1) โรค (1) โรคระบาด (1) โรงพยาบาล (2) โรงเรียน (9) โรฮิงญา (1) ลอนดอน (1) ล้านนา (1) ลาว (4) โลกร้อน (1) วัด (10) วันสำคัญ (1) วิทยาศาสตร์ (7) วิทยุ (2) วิหาร (4) เวียดนาม (3) ไวรัล (1) ศาสนา (19) ศิลปะ (3) ศิลปาชีพ (1) สงคราม (29) สถานีรถไฟ (1) สเปน (1) สยาม (10) สวนสนุก (1) สวิตเซอร์แลนด์ (1) สังคม (25) สำนวน (8) สิ่งประดิษฐ์ (3) สุขภาพ (6) สุภาพจิต (3) สุสาน (1) หนังแท้ (2) หนังสือ (16) ห้องเรียน (1) เหมาเจ๋อตง (1) เหรียญ (1) อเมริกา (22) อังกฤษ (3) อาหาร (1) อิตาลี (2) อินเดีย (7) อียิปต์ (1) อีสาน (1) แอปพลิเคชัน (3) cpr (1) deep state (1) democracy (1) Diarymisc (3) facebook (1) metaverse (1) Nuclear (1) OPENUP (1) Social media (2) social views (57) startup (1) UNESCO (2)

 
miscthailand