ค้นหาบทความ 🙄



2/21/65

หนังสือคนละเล่มและเราอยู่กันคนละบท [ SOCIAL VIEWs ]

เราทุกคนล้วนดำเนินอยู่ในหนังสือคนละเล่ม และเราล้วนเริ่มต้นชีวิตกันในคนละบท บางคนเกิดมาอยู่แค่ บทคำนำ  ในขณะที่บางคนอยู่ในบทที่ 10 แล้ว


 

เห็นวีดีโอ แวน นักธุรกิจพันล้าน แล้วก็อยากเล่าอะไรให้ฟัง ย้อนไปถึงวันที่ยังพยายามไขว่คว้าหาฝันและความร่ำรวยจากการทำ Startup ในช่วงสิบปีก่อนว่าได้เรียนรู้อะไรมาบ้างจากประสบการณ์จริง

บทความโดย :  Sittiphol Phanvilai

 
  • หนังสือคนละเล่มและเราอยู่กันคนละบท "เมื่อฐานะทำให้เราต่างกัน"
 
หนังสือคนละเล่มและเราอยู่กันคนละบท

        ช่วงที่ Startup บูม ๆ เราพยายาม Simplify ผู้ประสบความสำเร็จโดยโฟกัสไปที่ว่าเค้าประสบความสำเร็จ จบ แต่แทบไม่มีเลยที่จะมานั่งดูว่าก่อนจะมาถึงจุดนั้นเค้าต้องผ่านอะไรมาบ้าง รวมถึงคน ๆ นั้นจะต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้างที่จะผ่านเรื่องราวเหล่านั้นได้โดยยังมีกินอยู่

พบว่าเรื่องราวนึงที่ทุกคนมีร่วมกันคือ เจ๊งไม่เป็นท่ามาหลายรอบมาก แต่ไม่เคยเลยที่บอกว่าเจ๊งแล้วต้องหักมาม่ากิน แต่ทุกคนคือเจ๊งแล้วเริ่มอันใหม่ทันที

และสาเหตุส่วนใหญ่ที่เกือบทุกคนมีร่วมกันคือ "เค้ารวย" ทำให้ชีวิตไม่ลำบาก สามารถเจ๊งกี่รอบก็ได้ ล้มก็เป็นการล้มบนฟูก ทำให้สามารถเริ่มทำอันใหม่ได้ทันทีจนวันนึงก็ประสบความสำเร็จได้

ต่อให้อยู่ในเกม Startup ที่ใช้เงินจาก VC แต่ความยากจนของ Founder ก็สามารถทำให้เหล่าผู้ก่อตั้ง Distract ได้ง่าย ๆ จนไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ในเกมนี้ และ VC ก็จะไม่ให้ทุนสนับสนุนอีก

วงการ Startup มักไม่พูดถึงตรงนี้ แต่มักจะพุ่งเป้าไปแต่ความสวยงามของความสำเร็จ มันดีอย่างโง้นอย่างงี้ คนเกเรคนเลวก็ประสบความสำเร็จได้ ทำให้เกิดความกลวงขึ้นมาทั้ง ๆ ที่ความจริงมีอยู่ว่า

"เราทุกคนล้วนดำเนินอยู่ในหนังสือคนละเล่ม 

และเราล้วนเริ่มต้นชีวิตกันในคนละบท"


บางคนเกิดมาอยู่แค่ บทคำนำ ในขณะที่ บางคนอยู่ใน บทที่ 10 แล้ว

แต่พอเรามาพูดถึงความสำเร็จ เรากลับไม่มานั่งกางว่าใครอยู่ในบทไหน แต่กลับมาพูดถึงแค่บทสุดท้าย ทั้งๆ ที่แต่ละคนเริ่มต้นคนละจุดกัน


  • ต้นทุนชีวิตคือสิ่งสำคัญ

ทั้งหมดที่พูดมามันก็คือคำว่า "ต้นทุนชีวิต" นั่นแหละ แต่ละคนมีมาไม่เหมือนกัน

....   และต้นทุนชีวิตนี้ ก็ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่มีเรื่องอื่นด้วย เช่น Connection ( รู้จักคนโน้นคนนี้ ) หรือการมีสินทรัพย์บางอย่างที่คนอื่นไม่มี  หากจะศึกษาว่าใครประสบความสำเร็จ อย่าลืมศึกษา "ต้นทุนชีวิต" ด้วยเสมอ

   ให้มองภาพว่า  มันคือ ลู่วิ่ง ที่มีเส้นชัยเหมือนกันคือความสำเร็จ แต่จุดเริ่มต้นต่างกัน มันจะมีค่าถ้าเราเรียนรู้ว่าใครที่มีอะไรแบบนี้จะสามารถเดินไปทางไหนได้บ้างเพื่อถึงปลายทาง แต่มันจะไร้ค่าทันทีถ้ามองแค่ว่าปลายทางเป็นยังไง โดยไม่สนใจเลยว่าต้นทางและระหว่างทางเป็นอย่างไร

  •  ไม่ต้องรวยก็สำเร็จได้ แต่ ... 

   แต่ถามว่าทุกคนแบบ 100% เลยมั้ย ที่ต้องรวยก่อน ถึงจะประสบความสำเร็จ ? ตอบว่าก็ไม่ใช่

มีอยู่จำนวนนึง ที่เริ่มมาจาก ความยากจน อดมื้อกินมื้อ แล้วก็ลุยมาจนถึงความสำเร็จได้ ...

     คนเหล่านี้เป็นอะไรที่น่าศึกษาที่แท้จริง เพราะต้นทุนชีวิต แย่กว่าคนอื่นเค้า แต่ก็ไปถึงปลายทางที่น้อยคนจะไปถึงได้  ...  อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจด้วยว่าในบรรดาผู้ประสบความสำเร็จทั้งหมด มีอยู่แค่ไม่กี่คน ( อาจจะน้อยกว่า 1% ) เท่านั้น ที่ไม่ได้ร่ำรวยมาก่อน หากไม่มีต้นทุนชีวิตแต่อยากลุยทำธุรกิจไปถึงปลายทางในโลกทุนนิยม ก็ต้องทำความเข้าใจตรงนี้ให้ถ่องแท้เรียบร้อยก่อนด้วย

  • ทุกคนต้องประเมินจุดของตัวเอง

     ปลายทางที่ทุกคนหวังไว้อาจจะเหมือนกัน แต่ต้นทาง และระหว่างทาง ของคนเรานั้นไม่เคยเหมือนกันเลย สิ่งที่สำคัญ คือ  

"เราต้องรู้ว่าเราอยู่ตรงไหนและหนทางที่จะไปเป็นยังไงโดยอิงจากความเป็นจริง"

     การเดินตามทางของคนที่ประสบความสำเร็จแล้ว ไม่สามารถประกันอะไรได้เลยว่า เราจะเป็นไปแบบเดียวกัน หนำซ้ำ อาจจะเป็นคนละเรื่องเลยก็ได้ คนนั้นอาจจะสำเร็จส่วนเราอาจจะล้มละลายไม่มีบ้านอยู่

เพราะทุกคนไม่มีอะไรเหมือนกันเลย


  •  หากยังไม่พร้อมอย่าเพิ่งทำธุรกิจ

    การเป็นเจ้าของธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องง่าย มันตามมาด้วยหนี้สิน และภาระมากมาย หากประเมินตัวเองแล้วว่าไม่พร้อมก็อย่าเพิ่ง ใช้เวลาเตรียมความพร้อมแล้วค่อยลุยเมื่อพร้อมก็ไม่สาย (หรือถ้าไม่พร้อมเลยอย่างน้อยก็ไม่อดตาย)

  • คำแนะนำจากคนอื่น ฟังได้แต่ ..ต้องตัดสินเองในบริบทของตัวเอง

      ก็ไม่แปลกที่คนที่โหยหาความสำเร็จ แต่ยังเพิ่งเริ่มต้นนั้นจะวิ่งหาคำแนะนำจากคนโน้นคนนี้ ฟังดูเหมือนก็จะดีแต่จริง ๆ แล้ว  มันจะกลายเป็นสิ่งอันตรายทันทีถ้าไม่เข้าใจเรื่องข้างบน

     คนเราทุกคนล้วนต่างกัน ฐานะ ต้นทุนชีวิต Connection ฯลฯ การจะเอาคำแนะนำจากอีกคนที่มีบริบทต่างกันทุกประการมาใช้เลยกับอีกคนนึงนั้นเป็นไปไม่ได้ ต่อให้คนแนะนำนั้นเก่งแค่ไหน มันก็ไม่เหมือนกัน หากฝืนทำนี่เราจะเรียกว่าหายนะเลยหละ

วิธีที่ถูกต้อง คือ  "เราควรรับฟังทุกอย่าง แล้วนำมันมาประยุกต์ในบริบทของตัวเอง อันไหน เหมาะสมก็ทำตาม อันไหนไม่เหมาะไม่ควรนี่ให้โยนทิ้งไป
   ที่สำคัญคือ "เราต้องตัดสินใจเอง" อย่าให้คนอื่นมาชี้ให้เราทำอะไร รับฟังแล้ว ตัดสินใจเองเสมอ "ด้วยสติปัญญา"

  • คำแนะนำของคนรวยที่ไม่เคยจนนั้นอันตราย

      เรื่องสุดท้ายที่อยากฝากไว้คือ ชีวิตนี้ผ่านคำแนะนำของคนมาเยอะมาก และพบว่าคำแนะนำของคนรวยที่ไม่เคยจนนั้น " อันตรายมาก ๆ" เพราะเขาไม่เคยรู้ว่าความลำบากในทุกวินาทีนั้นเป็นอย่างไร คำแนะนำจึงมักจะออกมาจากบริบทของคนรวยที่พร้อมล้มบนฟูก

     และหากคน ที่รับคำแนะนำ เป็นคนไม่ได้ร่ำรวยอะไร แล้วเกิดทำตามขึ้นมา เกิดวันนึงล้มลงก็อาจจะไม่สามารถกลับมายืนได้อีกเลยก็เป็นไปได้ ส่วนคนแนะนำก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรไปด้วย

สุดท้ายก็เป็นเรื่องเดิมก่อนหน้านี้ 

"นำคำแนะนำทุกคนมาใช้ในบริบทตัวเอง อย่าแค่ฟังแล้วทำตามดื้อ ๆ"

 แล้วทุกอย่างจะดีเอง

=== สรุป ===

อยากประสบความสำเร็จให้รวยก่อนนั้นเป็นเรื่องจริง แต่ถ้ายังไม่รวยก็ทำให้ตัวเองรวยก่อนแล้วค่อยลุยต่อนะ

 

บทความโดย :  Sittiphol Phanvilai

 


 

หนังสือ: งานประจำสอนทำธุรกิจ
 
การทำงานประจำก็ดูกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อที่ต้องอดทนให้ผ่านไป จะดีแค่ไหน ถ้าเราเปลี่ยนการทำงานประจำในแต่ละวันให้กลายเป็นบทเรียนสอนวิชาสร้างธุรกิจ ให้เราใช้เวลาแต่ละวันได้อย่างคุ้มค่าคูณสอง เป็นมนุษย์เงินเดือนมืออาชีพอย่างเต็มภาคภูมิ
   


Admin Bee

สนับสนุน Misc.Today

นี่คือ ลิ้งค์พันธมิตร หรือที่เรียกว่า affiliate link ซึ่งหมายความว่า... หากคุณคลิ๊กลิ้งค์นี้ และซื้อผลิตภัณฑ์ อะไรก็ได้ ฉันจะได้ค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อย สิ่งนี้จะช่วยสนับสนุนเว็บไซด์ และช่วยให้กำลังใจเราต่อไป


  ชาหมักคอมบูชะ Scoby doit  


 



 

คุณอาจสนใจ

5 บทความ ยอดนิยม ในรอบ 30 วัน

🟡 โพสต์แนะนำ

ภาวะ กตัญญูเฉียบพลัน คืออะไร ?

     ภาวะกตัญญูเฉียบพลัน เป็นคำที่ บุคลากรทางการแพทย์  ใช้เรียกอย่างไม่เป็นทางการ เพื่ออธิบายถึงพฤติกรรมของญาติบางกลุ่ม ที่มักเกิดขึ้นในช่วง...

Popular Posts


จุลินทรีย์โปรไบโอติก: คอมบูชะเต็มไปด้วยเพื่อนซี้ดีๆ

 
 




ป้ายกำกับ / Tag labels

2475 (2) กฎหมาย (9) กรุงศรีอยุธยา (11) การเกษตร (14) การพัฒนาตนเอง (9) การเมือง (125) การศึกษา (201) ข้อคิด (20) ขอมไม่ใช่เขมร (15) ข่าวสาร (29) คณะราษฎร (12) คติธรรม (3) คนเล่านิทาน (16) ความเชื่อ (27) ความรู้ (327) ความสุข (6) คอมบูชะ (1) คอมมิวนิสต์ (34) คำทำนาย (2) คำสอน (25) เครื่องดื่ม (5) จริยธรรม (1) ชา (2) ชายแดนใต้ (5) ซีเกมส์2025 (1) เตือนภัย (29) ทหาร (15) ท่องเที่ยว (33) ทำอาหาร (5) เทคโนโลยี (20) ธนาคาร (2) ธรณี (1) ธรรมชาติ (14) ธรรมะ (8) ธุรกิจ (13) นาซี (1) น้ำส้มสายชูหมัก (2) แนะนำสินค้า (50) บริการ (7) บ่อน (1) บุคคล (114) บุญ (3) บุหรี่ (1) แบรนด์ไทย (5) โบสถ์ (2) ประชาธิปไตย (103) ประเทศไทย (127) ประธานาธิบดี (2) ประวัติศาสตร์ (212) ปรัชญาชีวิต (31) ผลิต (3) พระราชกรณียกิจ (4) พระสงฆ์ (15) พิธีกรรม (2) พิพิธภัณฑ์ (11) พุทธทาส (1) พุทธศาสนา (22) เพชรบุรี (2) ภัยพิบัติ (5) ภาคอีสาน (1) ภาพยนตร์ (1) ภาษา (15) ภาษิต (1) ภูมิปัญญา (28) มุสลิม (2) แม่ (2) ยูเครน (3) ยูนนาน (1) เยาวชน (1) เยาวราช (1) ระบบนิเวศน์ (1) ระเบิด (3) ร้านอาหาร (1) รีวิวหนังสือ (3) เรื่องน่ารู้ (4) เรื่องเล่า (46) โรคระบาด (5) โรงงาน (1) โรงหนัง (1) ลอบสังหาร (1) ละคร (1) ล้านนา (3) ลิง (1) โลก (16) โลกออนไลน์ (14) วัฒนธรรม (6) วัยชรา (2) วิทยาศาสตร์ (16) วิหาร (4) ศาสนา (44) ศิริราช (5) ศิลปะ (7) ศิลปาชีพ (1) ศีลธรรม (1) สงขลา (1) สงคราม (79) สมุนไพร (1) สังคม (162) สายสังคม (3) สำนวน (9) สำนวนจีน (1) สิง (1) สิ่งประดิษฐ์ (15) สุขภาพ (43) สุภาพจิต (14) สุภาษิต (1) สุสาน (1) หนังแท้ (4) หนังสือ (34) หนังสือพิมพ์ (1) หนัง AV (1) หนู (1) ออนไลน์ (1) ออสเตรีย (1) อาชีพ (6) อาวุธ (4) อาหาร (19) อิตาลี (3) อีสาน (1) ai (1) ChatGPT (1) cpr (1) Diarymisc (2) eSports (1) Gen Z (4) handmade (1) kombucha (2) leather (1) marxism (1) metaverse (1) Nuclear (1) OPENUP (1) social science (3) social views (21) Sompob Pordi (8) startup (1) UNESCO (4) vinegar (1)


Miscellaneous | Misc.Today 🌱 . ขับเคลื่อนโดย Blogger.

 
miscthailand