ในภาษาไทย คำว่า “บัณฑิต” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ บอกไว้ว่า ...
บัณฑิต : (คำนาม) ผู้ทรงความรู้, ผู้มีปัญญา, นักปราชญ์, ผู้สําเร็จการศึกษาขั้นปริญญาซึ่งมี ๓ ขั้น คือ ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก เรียกว่า บัณฑิต มหาบัณฑิต ดุษฎีบัณฑิต, ผู้มีความสามารถเป็นพิเศษโดยกําเนิด เช่น คนนี้เป็นบัณฑิตในทางเล่นดนตรี. (ป., ส. ปณฺฑิต).
ความหมายเดิม แท้ๆ ของ คำว่า “บัณฑิต” ก็คือ ผู้มีสติปัญญา รู้จักผิดชอบชั่วดี เว้นชั่ว ประพฤติดีได้ด้วยตนเองและสามารถแนะนำสั่งสอนผู้อื่นให้ทำเช่นนั้นได้ด้วย
สังคมไทย ถือว่า “วัด” เป็นสถาบันที่สั่งสอนอบรมคนให้รู้จักดำเนินชีวิตด้วยปัญญารู้จักผิดชอบชั่วดี ผู้ที่เข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในวัดเมื่อลาสิกขาออกมา สังคมจึงนับถือว่าเป็น “บัณฑิต”
ปัจจุบัน ความหมายของ “บัณฑิต” ในภาษาไทยมักหมายถึงผู้สำเร็จการศึกษาขั้นปริญญาเท่านั้น จะมีความรู้จักผิดชอบชั่วดีหรือไม่แทบจะไม่คำนึงถึง นับว่าเป็นการทำให้ความหมายของคำบาลีทรามลงอย่างน่าเสียดาย
คำว่า “บัณฑิต” นี้ แต่เดิมเราคงอ่านว่า บัน-ทิด (ฑ มณโฑ ออกเสียงเหมือน ท ทหาร) ผมเองเมื่อเริ่มอ่านหนังสือได้ ก็อ่านคำว่า “บัณฑิต” ว่า บัน-ทิด
ต่อมาเสียง “บัน” กร่อนหายไป ทำนองเดียวกับคำไทยอีกหลายคำที่กร่อนแบบนี้ บัน-ทิด จึงเหลือแต่ “ทิด” พยางค์เดียว
นี่คือคำตอบว่า “บัณฑิต” กร่อนกลายเป็น “ทิด” ได้อย่างไร
คำว่า “ทิด” จึงเป็นคำนำหน้าชื่อผู้ที่สึกจากพระมาจนทุกวันนี้...
คนเก่าเรียกผู้สึกจากพระว่า “ทิด” กันทั่วไป อย่างสนิทปาก เมื่อผมลาสิกขา ญาติมิตรส่วนมาก ไม่ได้เรียก “ทิด” แต่เรียกว่า “มหา” (มหาย้อย) แต่พี่สาวยังเรียกแบบคนเก่า คือเรียก “ทิดย้อย” บางครั้งก็เรียกเต็มยศว่า “ไอ้ทิดย้อย” ไม่เคยเรียก “มหา” เลย
อาจเป็นเพราะ คนรุ่นน้องเรียกผู้สึกจากพระโดยเพิ่มคำว่า “พี่” เข้าข้างหน้าเป็น “พี่ทิด” และเรียกเช่นนี้กันมาก ประกอบกับความรู้สึกที่ว่า คนที่บวชเรียนแล้วถือว่าเป็นผู้ใหญ่ จึงมักเรียกว่า “พี่ทิด” กันอย่างสนิทใจ คำว่า “พี่ทิด” จึงเป็นคำที่นิยมเรียกกันทั่วไปด้วย
การเรียกคนที่สึกจากพระว่า “ทิด” เป็นวัฒนธรรมทางภาษา-วัฒนธรรมของชาติอีกอย่างหนึ่ง
เปลี่ยนคำ ง่ายเหลือล้น
เปลี่ยนคน ยากเหลือล้ำ
บทความโดย
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
ภาคีสมาชิก ราชบัณฑิตยสภา
๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๘
๑๙:๕๘


