ค้นหาบทความ 🙄



1/20/66

ที่มาของชื่อ “จีนฮ่อ” ชาวฮ่อ คือใคร ?

    คนไทลื้อสิบสองพันนา เรียกคนจีน ว่า “ฮ่อ” เรียกประเทศจีนว่า “เมืองฮ่อ” คนไทยก็มักจะเรียกชาวยูนนานว่า“ฮ่อ” หรือ “จีนฮ่อ” คนลาวก็เรียกชาวยูนนานว่า “ฮ่อ” เหมือนกัน คนรุ่นหลังของกลุ่มคาราวานม้าชาวมุสลิมยูนนานที่ตกค้างตั้งหลักแหล่งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ก็ถูกเรียกว่า “ฮ่อมุสลิม”

ที่มาของชื่อ “จีนฮ่อ” ชาวฮ่อ คือใคร


คำว่า “ฮ่อ” มาจากไหน มีนิยามว่าอะไร ? 

คำถามนี้ เป็นประเด็นที่มีการสันนิษฐานคาดเดาต่างๆ นานา 
  •  บางคนว่า คำว่า “ฮ่อ” อาจจะเป็นเสียงเพี้ยนมาจาก คำว่า “หู” ( 胡 ) ที่ชาวจีนเรียกชาวต่างเชื้อชาติในภาคเหนือ และภาคตะวันตกเฉียงเหนือ
  • บ้างก็ว่า อาจจะมาจากคำว่า “ฮว๋า” ( 華 )  ซึ่งเป็นคำโบราณที่เรียกชาวจีนหรือชาวฮั่น แต่การคาดเดาดังกล่าวไม่ถูกต้องเพราะไม่มีหลักฐานยืนยัน จากการศึกษาของผู้เขียน คำว่า “ฮ่อ”
     เดิมที  เป็นชื่อที่ชาวจีนในอดีตใช้มาเรียกชนเผ่า “ ซีเอ่อเหอหมาน ( 西洱河蠻 ) ”
 (ชาวเหอ=ชาวแม่น้ำป่าเถื่อนในแม่น้ำซีเอ่อ)  ในหนังสือโบราณที่ชื่อ “หมานซู” (蠻書 - หนังสือว่าด้วยเผ่าป่าเถื่อน) ที่บัณฑิตชื่อ ฝานจ๊อะ(樊綽) สมัยราชวงศ์ถังเรียบเรียงเมื่อประมาณปี ค.ศ.864 ระบุว่า “เหอหมาน (河蠻 - ชาวแม่น้ำป่าเถื่อน) เดิมเป็นชาวเหอ (หรือชาวแม่น้ำ) ใน (แม่น้ำ) ซีเอ่อ(西洱) ปัจจุบันเรียกว่าชาวเหอ (ชาวแม่น้ำ)” คำว่า “เหอ” (河) เป็นการออกเสียงตามสำเนียงมาตรฐานจีนปักกิ่ง แต่สำเนียงจีนยูนนานออกเสียงว่า “ห่อ” ภาษาเขียนไทลื้อสะกดว่า “ห้อ” ทางเมืองไทยเลยออกเสียงว่า “ฮ่อ”

“แม่น้ำซีเอ่อ” ในหนังสือ “หมานซู”  ก็คือทะเลสาบเอ่อห่าย(洱海)หรือทะเลสาบ “หนองแส” ที่เราได้ค้นคว้าวิเคราะห์มาแล้ว สาเหตุที่ถูกเรียกว่าแม่น้ำ เพราะทะเลสาบเอ่อห่ายหรือหนองแสมีลักษณะยาวรี โดยมีความยาวจากเหนือถึงใต้ 40 กิโลเมตร ความกว้างจากตะวันออกถึงตะวันตก 4-8 เมตรประจวบกับด้านเหนือและด้านใต้ของทะเลสาบเชื่อมโยงกับลำคลอง เลยถูกเรียกว่าแม่น้ำ

“ชาวฮ่อ” หรือ ชาวแม่น้ำแถบทะเลสาบเอ่อห่ายหรือหนองแส 

     เป็นบรรพชนแขนงหนึ่งของชนเผ่าไป๋ในยูนนาน เผ่าไป๋(白族)และเผ่าหยี(彝族)ได้ร่วมกันสถาปนาอาณาจักรน่านจ้าว(南詔)เมื่อปี ค.ศ.649 สมัยราชวงศ์ถัง ต่อมา เผ่าไป๋ ยังได้ก่อตั้งอาณาจักรต้าหลี่(大理國)ช่วง ค.ศ.937-1253 เมืองหลวงของอาณาจักรน่านจ้าวและอาณาจักรต้าหลี่ก็ตั้งอยู่ในเมืองแสริมทะเลสาบหนองแสนั่นเอง

    ทำเลของเมืองแสสมัยโบราณ  ที่จีนเรียกว่าเมือง “เซอะหยี(楪榆)” นั้นก็คือเมืองต้าหลี่ปัจจุบัน แต่เอกสารไทลื้อและไทล้านนา ต่างก็เรียกเมืองต้าหลี่ว่า เมืองแส เช่นเดิม  อาณาจักรเชียงรุ่งอยู่แถบตะเข็บชายแดนของยูนนาน ไทลื้อในอดีตรู้แต่ว่าเมืองแสหรือเมืองต้าหลี่เป็นถิ่นฐานของชาวฮ่อ เลยทำให้เข้าใจว่า ฮ่อเป็นกลุ่มชนปกครองยูนนาน ซึ่งต่อมายังได้ขยายความหมายถึงชนชาติฮั่นและชาวจีน ถึงแม้ว่าระบอบการปกครองของจีน ได้ผ่านวิวัฒนาการแปรเปลี่ยน

  จากราชวงศ์ซ่ง (ชนชาติฮั่น) เป็นราชวงศ์หยวนชาวมองโกล

      ราชวงศ์หมิงชาวฮั่น ราชวงศ์ชิงชาวแมนจู จนกระทั่งถึงสมัยการปกครองของก๊กมินตั๋ง แต่ไทลื้อก็ยังเรียกกลุ่มชนปกครองประเทศจีนว่า “ฮ่อ” เช่นเอกสารโบราณของสิบสองพันนาจะเขียนว่า “เจ้าว้องฮ่อ” หรือ “เจ้าว้องฮ่อลุ่มฟ้า” เรียกประเทศจีนว่า “เมืองฮ่อ” เรียกเรียนหนังสือจีนว่า “เรียนหนังสือฮ่อ”

         ส่วนกรณีที่คนไทยและคนลาวเรียกชาวยูนนานว่า “ฮ่อ” หรือ “จีนฮ่อ” นั้น ก็มาจากเหตุการณ์ที่เดิมที ไทลื้อเรียกกลุ่มผู้ปกครองยูนนานว่า “ฮ่อ” นั่นเอง..."




อ้างอิง 

หนังสือ ปกิณกะการค้นคว้าเรื่องไท-ไทย
โดย : ศาสตราจารย์ยรรยง จิระนคร


ฮ่อ 
(อังกฤษ: Haw, จีน: 云南人) 
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
 


Admin Bee

สนับสนุน Misc.Today

นี่คือ ลิ้งค์พันธมิตร หรือที่เรียกว่า affiliate link ซึ่งหมายความว่า... หากคุณคลิ๊กลิ้งค์นี้ และซื้อผลิตภัณฑ์ อะไรก็ได้ ฉันจะได้ค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อย สิ่งนี้จะช่วยสนับสนุนเว็บไซด์ และช่วยให้กำลังใจเราต่อไป


  ชาหมักคอมบูชะ Scoby doit  


 



 

คุณอาจสนใจ

5 บทความ ยอดนิยม ในรอบ 30 วัน

🟡 โพสต์แนะนำ

ภาวะ กตัญญูเฉียบพลัน คืออะไร ?

     ภาวะกตัญญูเฉียบพลัน เป็นคำที่ บุคลากรทางการแพทย์  ใช้เรียกอย่างไม่เป็นทางการ เพื่ออธิบายถึงพฤติกรรมของญาติบางกลุ่ม ที่มักเกิดขึ้นในช่วง...

Popular Posts


จุลินทรีย์โปรไบโอติก: คอมบูชะเต็มไปด้วยเพื่อนซี้ดีๆ

 
 




ป้ายกำกับ / Tag labels

2475 (2) กฎหมาย (9) กรุงศรีอยุธยา (11) การเกษตร (14) การพัฒนาตนเอง (9) การเมือง (125) การศึกษา (201) ข้อคิด (20) ขอมไม่ใช่เขมร (15) ข่าวสาร (29) คณะราษฎร (12) คติธรรม (3) คนเล่านิทาน (16) ความเชื่อ (27) ความรู้ (327) ความสุข (6) คอมบูชะ (1) คอมมิวนิสต์ (34) คำทำนาย (2) คำสอน (25) เครื่องดื่ม (5) จริยธรรม (1) ชา (2) ชายแดนใต้ (5) ซีเกมส์2025 (1) เตือนภัย (29) ทหาร (15) ท่องเที่ยว (33) ทำอาหาร (5) เทคโนโลยี (20) ธนาคาร (2) ธรณี (1) ธรรมชาติ (14) ธรรมะ (8) ธุรกิจ (13) นาซี (1) น้ำส้มสายชูหมัก (2) แนะนำสินค้า (50) บริการ (7) บ่อน (1) บุคคล (114) บุญ (3) บุหรี่ (1) แบรนด์ไทย (5) โบสถ์ (2) ประชาธิปไตย (103) ประเทศไทย (127) ประธานาธิบดี (2) ประวัติศาสตร์ (212) ปรัชญาชีวิต (31) ผลิต (3) พระราชกรณียกิจ (4) พระสงฆ์ (15) พิธีกรรม (2) พิพิธภัณฑ์ (11) พุทธทาส (1) พุทธศาสนา (22) เพชรบุรี (2) ภัยพิบัติ (5) ภาคอีสาน (1) ภาพยนตร์ (1) ภาษา (15) ภาษิต (1) ภูมิปัญญา (28) มุสลิม (2) แม่ (2) ยูเครน (3) ยูนนาน (1) เยาวชน (1) เยาวราช (1) ระบบนิเวศน์ (1) ระเบิด (3) ร้านอาหาร (1) รีวิวหนังสือ (3) เรื่องน่ารู้ (4) เรื่องเล่า (46) โรคระบาด (5) โรงงาน (1) โรงหนัง (1) ลอบสังหาร (1) ละคร (1) ล้านนา (3) ลิง (1) โลก (16) โลกออนไลน์ (14) วัฒนธรรม (6) วัยชรา (2) วิทยาศาสตร์ (16) วิหาร (4) ศาสนา (44) ศิริราช (5) ศิลปะ (7) ศิลปาชีพ (1) ศีลธรรม (1) สงขลา (1) สงคราม (79) สมุนไพร (1) สังคม (162) สายสังคม (3) สำนวน (9) สำนวนจีน (1) สิง (1) สิ่งประดิษฐ์ (15) สุขภาพ (43) สุภาพจิต (14) สุภาษิต (1) สุสาน (1) หนังแท้ (4) หนังสือ (34) หนังสือพิมพ์ (1) หนัง AV (1) หนู (1) ออนไลน์ (1) ออสเตรีย (1) อาชีพ (6) อาวุธ (4) อาหาร (19) อิตาลี (3) อีสาน (1) ai (1) ChatGPT (1) cpr (1) Diarymisc (2) eSports (1) Gen Z (4) handmade (1) kombucha (2) leather (1) marxism (1) metaverse (1) Nuclear (1) OPENUP (1) social science (3) social views (21) Sompob Pordi (8) startup (1) UNESCO (4) vinegar (1)


Miscellaneous | Misc.Today 🌱 . ขับเคลื่อนโดย Blogger.

 
miscthailand