3/02/69

คนเกิดหลังปี ค.ศ.1995 ( Gen Z ) เปราะบางกว่าคนรุ่นก่อน จริงไหม ?

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า คนเกิดหลังปี ค.ศ. 1995 ( คน Gen Z ) เปราะบางขึ้นจริงไหม หรือเราแค่รู้สึกไปเอง ?  บทความนี้ชวนมองแนวโน้มสุขภาพจิต และบทบาทของโซเชียลมีเดียอย่างไม่ด่วนตัดสิน 


คน Gen Z เปราะบางขึ้นจริงไหม หรือเราแค่รู้สึกไปเอง ?


มอง Gen Z เรื่องสุขภาพจิต แบบไม่ด่วนตัดสิน

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าคนรุ่นก่อนๆ จำนวนไม่น้อย มีความรู้สึกที่คล้ายกัน คือ... เรารู้สึกว่า เด็กยุคนี้ เขาเครียดง่าย เหนื่อยง่าย กดดันง่าย และมีข่าวเรื่องซึมเศร้า หรือการทำร้ายตัวเองมากขึ้น ??  

คำถามของความรู้สึกนี้  คือ ... มันเป็นแค่ความรู้สึกของคนแก่ ที่มองโลกเปลี่ยนไป หรือว่า มันมีเหตุผลอะไรที่ทำให้มันเปลี่ยนจริง ๆ 

นักจิตวิทยาสังคมอย่าง Jonathan Haidt เป็นหนึ่งในหลายคน ที่ตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้อย่างจริงจัง เขาเสนอว่า คนที่เติบโตหลังยุคสมาร์ตโฟน (ประมาณหลังปี ค.ศ. 1995)  มีแนวโน้มเผชิญปัญหาสุขภาพจิตมากขึ้น โดยเฉพาะหลังปี ค.ศ. 2012 ซึ่งเป็นช่วงที่โซเชียลมีเดีย เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันเต็มตัว !!

ฟังดูแรง นะครับ... แต่ลองค่อย ๆ แกะดู

ตัวเลขในต่างประเทศบอกอะไรเรา ?  

ในสหรัฐฯ และหลายประเทศทางตะวันตก มีข้อมูลว่า ....

อัตราภาวะซึมเศร้า และความวิตกกังวลในวัยรุ่นเพิ่มขึ้นหลังปี ค.ศ. 2012 อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเด็กผู้หญิง

และช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง ที่แพลตฟอร์มอย่าง Facebook , Instagram และ TikTok กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ที่ไม่ใช่แค่เครื่องมือสื่อสาร แต่เป็นพื้นที่สร้างตัวตน เปรียบเทียบ และวัดคุณค่าของตัวเอง ....

แน่นอน ยังมีนักวิจัยอีกจำนวนหนึ่งที่บอกว่า
โซเชียลมีผลจริง แต่อาจจะไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมดครับ


โซเชียลมีเดีย มันอาจเป็น “ตัวเร่ง” มากกว่า “ต้นเหตุเดียว”


แล้วในประเทศไทยล่ะ ว่าอย่างไร ?

      ในบ้านเราเอง หน่วยงานอย่าง กรมสุขภาพจิต และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

ก็แน่นอนครับ  ผลรายงานมีแนวโน้มคล้ายกันว่า

วัยรุ่นมีระดับความเครียด และภาวะซึมเศร้าสูงขึ้น และการกลั่นแกล้งออนไลน์ ก็เพิ่มขึ้นตามการใช้โซเชียล 

  แต่...ถ้าเราจะโทษโซเชียลอย่างเดียว ก็คงง่ายเกินไป...

เด็กยุคนี้โตมากับ....
การแข่งขันที่เข้มข้นกว่า
ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ
ข่าวสารมากมายที่ถาโถมทุกวัน
และมาตรฐานความสำเร็จที่ถูกยกสูงโดยภาพในออนไลน์

พูดตรงๆ คือ โลกของเขาไม่ได้เบากว่าโลกของเรา


สิ่งที่เปลี่ยนจริงๆ อาจไม่ใช่ “ความอ่อนแอ”

  • คนรุ่นก่อน เปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนในห้องเรียน
  • คนรุ่นนี้ เปรียบเทียบกับคนทั้งโลก ตลอด 24 ชั่วโมง ...

  • คนรุ่นก่อนล้มเหลวแล้วจบในวงแคบๆ 
  • คนรุ่นนี้ล้มเหลวแล้วอาจถูกบันทึก แชร์ และขยายซ้ำได้ไม่รู้จบ...
อารมณ์ของคนยุคนี้ถูกกระตุ้นถี่กว่า แรงกว่า และต่อเนื่องกว่า

คำว่า
  • คาดหวังเกิน
  • เครียดเกิน
  • ดีใจเกิน
  • เสียใจเกิน
  • เปรียบเทียบเกิน
อาจไม่ใช่เพราะเขาอ่อนแอ
แต่อาจเพราะ ระบบรอบตัวมัน “เร่งเกิน”



แต่ก็ไม่ควรโรแมนติไซส์ ความลำบากของรุ่นเรา
คนรุ่นก่อนชอบพูดว่า “สมัยฉันลำบากกว่าเยอะ ยังผ่านมาได้” ....
คำถาม ... 
ผ่านมาได้แบบไหน ?  


หลายคนผ่านมาด้วยการกดทับความรู้สึก ... 
หลายคนไม่เคยได้พูดเรื่องสุขภาพจิต ... 
หลายคนเจ็บแต่เงียบ ... 

ก็... ทุลักทุเล พอสมควรเลยนะครับ  

ในอีกมุมหนึ่ง คนรุ่นหลังปี ค.ศ. 1995 กล้าพูดเรื่องอารมณ์ กล้าขอความช่วยเหลือ และไม่ยอมรับความรุนแรงบางอย่างที่รุ่นเราถูกสอนให้ทน ...


นั่นอาจไม่ใช่ความอ่อนแอ
แต่มันคือ ความเปลี่ยนแปลงของมาตรฐานทางสังคม


สรุปแบบคนรุ่นก่อนที่พยายามเข้าใจ

✅  ใช่  
แนวโน้มปัญหาสุขภาพจิต ในคนรุ่นหลังยุคสมาร์ตโฟนเพิ่มขึ้นจริงในหลายๆประเทศ และประเทศไทยก็มีสัญญาณไปทางเดียวกัน

✅  ใช่
โซเชียลมีเดียมีบทบาทไม่น้อย

❌  ไม่ใช่
คำอธิบายทั้งหมดของโลกที่ซับซ้อน ...


ถ้าจะมองอย่างยุติธรรมที่สุด
คนรุ่นนี้ไม่ได้อ่อนแอกว่า
เขาแค่เติบโต ในโลกที่เสียงดัง และกดดันกว่าที่เราเคยเจอ


และบางที หน้าที่ของคนรุ่นก่อน อาจไม่ใช่การตัดสิน
แต่เป็นการทำความเข้าใจว่า โลกของเขาหนักแบบไหน
ก่อนจะสรุปว่า เขาแบกไม่ไหว



สุดท้ายแล้ว
ประเด็นนี้อาจไม่ใช่คำถามว่า
“เจนนี้อ่อนแอไหม”

แต่อาจเป็นคำถามว่า
“โลกที่เราให้เขาโต มันโหดขึ้นแค่ไหน”

ถ้าเราเคยภูมิใจที่ตัวเองผ่านความลำบากมาได้ 
บางที เราอาจต้องยอมรับด้วยว่า
ความลำบากในยุคของเรา กับยุคของเขา มันคนละรูปแบบ
  • คนรุ่นก่อนโตมาในโลกที่เงียบกว่า
  • คนรุ่นหลังโตมาในโลกที่ดังตลอดเวลา
และในโลกที่เสียงดังขนาดนั้น
การยืนอยู่เฉย ๆ โดยไม่แตกสลาย

บางทีก็ถือว่าเก่งแล้ว ....


ฝากกลอนนุ่มๆ ให้น้องคนรุ่นใหม่นะครับ

โลกวันนี้ อาจหมุนเร็วกว่าเก่า
เสียงรอบตัว เร้าใจจนเหนื่อยล้า
ถ้าวันไหน ใจเธอสั่นขึ้นมา
อย่าเพิ่งโทษตัวเองว่าอ่อนแอ

ไม่มีใครยืนมั่นได้ทุกครั้ง
ไม่มีใครไม่พลาดเลยสักครา
ขอเพียงยังเชื่อในคุณค่าของตนเรื่อยมา
แค่นั้นก็พอแล้ว… สำหรับการเติบโต

#ประเทือง ปราบศัตรูพืช 


Brain Rot Emergency: These Internal Documents Prove They’re Controlling You! 

🎥 บทสัมภาษณ์ของ Jonathan Haidt นักจิตวิทยาสังคม ผู้ศึกษาผลกระทบของสมาร์ตโฟนและโซเชียลมีเดียต่อสุขภาพจิตเยาวชนโดยตรง คลิปนี้ช่วยอธิบายภาพรวมของงานวิจัยที่ถูกพูดถึงในบทความนี้อย่างชัดเจน



บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ
 
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

 
miscthailand