12/12/68

ขันทองคำ กับ กะลามะพร้าว ...ความสุขที่เท่ากัน โดยไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

“เศรษฐีดื่มน้ำจากขันทองคำ กับชาวนาดื่มน้ำจากกะลามะพร้าว… พวกเขาก็สามารถมีความสุขได้เท่ากัน”  แก่นแท้ของความสุข เป็นอิสระจากมูลค่าทางวัตถุของสิ่งที่ใช้ ไม่ว่าน้ำจะถูกรินจากภาชนะราคาแพงหรือจากธรรมชาติที่หาได้ง่าย รสชาติของน้ำก็ยังคงเหมือนเดิม



ศิลปะการอยู่กับสิ่งที่มี อย่างไม่ทุกข์ เมื่อใจตั้งอยู่ในความพอเพียง ขันทองคำหรือกะลามะพร้าว ก็เป็นเพียงภาชนะ ส่วนความสุข คือ สิ่งที่เราเลือกใส่ลงไปเอง


ปรัชญาที่สะท้อนจากภาชนะที่แตกต่าง

คำกล่าวที่ว่า ....

“เศรษฐีดื่มน้ำจากขันทองคำ กับชาวนาดื่มน้ำจากกะลามะพร้าว
… พวกเขาก็สามารถมีความสุขได้เท่ากัน”


เป็นอุปมาที่ทรงพลัง ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ แก่นแท้ของความสุข ที่มิได้ขึ้นอยู่กับวัตถุภายนอกเลย 
  • ขันทองคำ คือ สัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง ความหรูหรา และสถานะทางสังคมที่สูงส่ง
  • กะลามะพร้าว คือ สัญลักษณ์ของความเรียบง่าย ความพอเพียง และการใช้ชีวิตแบบติดดิน
  • น้ำ คือตัวแทนของปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต หรือเปรียบได้กับ ความสุขที่แท้จริง ที่ทุกคนแสวงหา
ภาชนะทองคำ ไม่ได้ทำให้น้ำหวานขึ้น และกะลามะพร้าวก็ไม่ได้ทำให้รสชาติด้อยลง ความต่างทางวัตถุไม่ใช่ตัววัดความสุข ความสุขเกิดขึ้นเมื่อใจสงบ พอใจ และไม่ถูกเปรียบเทียบกลืนกิน

💖  หัวใจของคำกล่าวนี้จึงอยู่ที่ว่า...

“ความสุขไม่ใช่ผลลัพธ์ของวัตถุ แต่เป็นผลลัพธ์ของใจที่รู้จักพอ”
  • เศรษฐี  อาจมีทุกสิ่ง แต่ถ้าใจไม่รู้จักพอ เขาก็ยังรู้สึกขาด ... 
  • ชาวนา อาจมีเพียงสิ่งจำเป็นพื้นฐาน แต่ถ้าเขาเห็นคุณค่าของสิ่งเล็กๆ ในชีวิต เขาก็อาจสุขได้อย่างเต็มเปี่ยม
สุดท้ายแล้ว  ความสุข ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครมีมากกว่ากัน แต่คือ ศิลปะของการอยู่กับ "สิ่งที่มี" อย่างไม่ทุกข์ และเมื่อใจตั้งอยู่ในความพอเพียง ... ขันทองคำ หรือ กะลามะพร้าว ก็เป็นเพียง “ภาชนะ” เท่านั้น
ส่วนความสุข คือ สิ่งที่เราเลือกใส่ลงไปเอง .....

ดังนั้น ความสุขของคนสองคนนี้ จึง “เท่ากัน” ได้ แม้ชีวิตหรือฐานะ “ไม่เหมือนกัน” เลยแม้แต่น้อย  คุณภาพของความสุขที่ได้รับนั้น เป็นอิสระจากมูลค่าทางวัตถุของสิ่งที่ใช้ ไม่ว่าน้ำจะถูกรินจากภาชนะราคาแพงหรือจากธรรมชาติที่หาได้ง่าย รสชาติของน้ำก็ยังคงเหมือนเดิม


 

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

 
miscthailand